Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564

ผลของสารกลุ่มเออโกเจนิเสริมประสิทธิภาพนักกีฬาต่อโภชนศาสตร์พันธุกรรม

รัชฎาพร อุ่นศิวิไลย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2564

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้ เพื่อศึกษาผลของสารสกัดโสมและ L-carnitine ที่มีผลต่อความล้าของกล้ามเนื้อและความทนทานในการออกกำลังกายในหนูขาวเพศผู้พันธุ์วิสตาร์ โดยทำการศึกษาการทดลองมีการบังคับให้หนูทดลองว่ายน้ำโดยใส่น้ำหนักที่หางซึ่งใช้ในการบ่งชี้ถึงความสามารถการทำงาน มีการวัดค่าความสัมพันธ์ของอวัยวะและน้ำหนักตัวของตับและกล้ามเนื้อลาย (soleus extensor digitorum longus (EDL) และ gastrocnemius) และปริมาณไกลโคเจนในตับและกล้ามเนื้อ gastrocnemius ของหนูทดลอง ในการศึกษาองค์ประกอบของสารสกัดโสม และ L-carnitine ดังนี้ ในสารสกัดโสม มีลักษณะเป็นผงสีน้ำตาลอ่อน ความหนาแน่นรวม 0.40-0.60 g/cc สารสำคัญ Ginsenoside > 2% ความชื้น เท่ากับ 5.89 ?0.09 และความสามารถในการละลายน้ำ 97.65?0.25 และใน L-carnitine มีลักษณะเป็นผงสีขาวผลึก ความหนาแน่นรวม 0.5-0.55 g/ml สารสำคัญ L-carnitine 68.2?1% , L-tartaric acid 31.8?1% และD-carnitine ? 0.35% ความชื้น เท่ากับ 4.25 ?0.02 การศึกษาผลของสารสกัดโสมและ L-carnitine ที่มีต่อความทนทานในการออกกำลังกาย หนูทดลองถูกแบ่งออกเป็น 10 กลุ่ม กลุ่มละ 5 ตัว ประกอบด้วยกลุ่มควบคุม (double deionized distilled (DDD) water 1 ml/kg p.o.) กลุ่มสารสกัดโสม (250 500 mg/kg p.o.) และกลุ่ม L-carnitine (250 500 mg/kg p.o.) โดยห้ากลุ่มแรกได้รับสารได้รับการฝึกออกกำลังกาย โดยการว่ายน้ำที่ไม่ใส่น้ำหนักที่หาง (Ex) และห้ากลุ่มหลังไม่ได้รับการฝึกออกกำลังกาย (Non Ex) โดยให้สารดังกล่าววันละครั้งเป็นเวลา 16 วัน ในกลุ่มที่ได้รับการฝึกออกกำลังกายผลการเพิ่มความทนทานในการออกกำลังกายของสารสกัดโสมและ L-carnitine ได้แสดงให้เห็นจากการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของเวลาที่ใช้ในการว่ายน้ำจนเหนื่อย ในทั้งสองกลุ่ม เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม (Ex) ในกลุ่มที่ได้รับการฝึกออกกำลังกายและกลุ่มไม่ได้รับการฝึกการออกกำลังกาย ในกลุ่มที่ไม่ได้ออกกำลังกาย หนูที่ได้รับแอลคาร์นิทีน 500 mg/kg ระยะเวลาว่ายน้ำหลังกล้ามเนื้ออ่อนล้า สูงสุดเท่ากับ 48 นาที และในกลุ่มที่ได้รับการฝึกออกกำลังกาย หนูที่ได้รับแอลคาร์นิทีน 500 mg/kg ระยะเวลาว่ายน้ำหลังกล้ามเนื้ออ่อนล้า สูงสุดเท่ากับ 63 นาที รองลงมาหนูที่ได้รับสารสกัดโสม 500 mg/kg เท่ากับ 47 นาที หนูที่ได้รับแอลคาร์นิทีน 250 mg/kg เท่ากับ 42 นาที และหนูที่ได้รับสารสกัดโสม 250 mg/kg เท่ากับ 41 นาที ตามลำดับ ซึ่งสัมพันธ์ปริมาณไกลโคเจนในตับและกล้ามเนื้อ ในกลุ่มที่ได้รับการฝึกออกกำลังกายและไม่ได้ฝึกออกกำลังกาย หนูที่ได้รับสารสกัดโสม และ L-carnitine มีปริมาณไกลโคเจนสูงกว่าหนูกลุ่มควบคุม ในแต่ละกลุ่มไปทำการศึกษาการแสดงออกของยีนด้วยวิธี RT-PCR พบว่าการออกกำลังกายเหนี่ยวนำให้เกิดการแสดงออกของยีน AMPK ?1และ ?2 สูงกว่ากลุ่มควบคุม (Ex) และกลุ่มที่ได้รับการฝึกการออกกำลังกายและไม่ได้รับการฝึกออกกำลังกาย ในกลุ่มสารสกัดหยาบมีการแสดงออกของยีน PGC 1? สูงกว่ากลุ่มควบคุม ซึ่งเกี่ยวข้องกับกลไกในไมโตคอนเดรีย ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาดูความเป็นพิษต่อเซลล์ มีการลดระดับลงของ MDA และ ROS และไม่มีความแตกต่างของระดับ SOD เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม ซึ่งเป็นไปได้ว่าองค์ประกอบของสารสกัดโสมและ L-carnitine ประกอบด้วยสารสำคัญ ที่มีผลต่อการทำงานของตับและลดระดับปฏิกิริยาออกซิเจน จากผลการทดลองนี้แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มความทนทานในการออกกำลังสารสกัดโสมและ L-carnitine อย่างไรก็ตามยังคงต้องการการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อทราบถึงกลไกการทำงานในการเพิ่มความทนทาน

คำสำคัญ

L-carnitineWistar ratความทนทานในการออกกำลังกายendurance exerciseหนูขาวginseng extractสารสกัดโสม

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ผลระยะสั้นของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแอล-คาร์นีทีนต่อสมรรถภาพทางกายด้านความแข็งแรงและความทนทานของนักกีฬา

ปรมัตถ์ มีปากดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2555

การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงระดับของสารสื่อประสาทชนิดปกป้องในทางเดินอาหารและในพลาสมาเพื่อใช้บ่งชี้การสูญเสียหน้าที่ของระบบป้องกันของทางเดินอาหารในสัตว์ที่มีความเครียด

สุทธาสิณี ปุญญโชติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2556

ผลของสารเสริมพลัง ระยะเวลาการรับสาร เพศ และการฝึกที่มีต่อความสามารถในการทำงาน แบบแอนแอโรบิก เวลายืนระยะการออกกำลังกายและระดับกรดแลคติกของนักวิ่งระยะสั้น

ณภัสวรรณ ธนาพงษ์อนันท์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2557

ผลของการฝึกการออกกำลังกายสเตปแอโรบิคผสมผสานกับการใช้แรงต้านที่มีผลต่อสารชีวเคมีของกระดูก สุขสมรรถนะ และการทรงตัวในสตรีวัยทำงาน

อัจฉริยะ เอนก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2558

การพัฒนาโปรแกรมฝึกน้ำหนักที่มีผลต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อท้องและกล้ามเนื้อขาของนักกีฬาฟุตบอลชายทีมวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ สถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตเพชรบูรณ์

พัชรี อ่ำเที่ยง พ.ศ. 2559

ลักษณะของขนาดสัดส่วนร่างกาย องค์ประกอบของร่างกาย และสมรรถภาพทางกลไกของนักกีฬาฟุตซอลระดับเยาวชนไทย

สุพัชริน เขมรัตน์ กรมพลศึกษา พ.ศ. 2557

ผลของการให้ทอรีนเสริมในช่วงแรกของชีวิตและการออกกำลังกายต่อการป้องกันโรคอ้วนและความดันโลหิตสูงในหนู

อัจฉราพร แถวหมอ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2564

การศึกษาการบาดเจ็บของ ตับ ไต และกล้ามเนื้อ และผลของการแช่น้ำที่มีต่อการฟื้นตัวของตับ ไต กล้ามเนื้อ ภายหลังการชกมวยไทย

ประเวท เกษกัน มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. 2560

ผลของตำรับยาตรีสมอต่อการควบคุมทางเดินอาหารและการเคลื่อนไหว

กาญจนา ใจจ้อย มหาวิทยาลัยพายัพ พ.ศ. 2558

การศึกษาเชิงวิเคราะห์ความสัมพันธ์วิปัสสนากรรมฐานกับหลักไตรสิกขา

โสวิทย์ บำรุงภักดิ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2558