องค์ประกอบทางเคมี ความเป็นพิษ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และฤทธิ์ต้านเบาหวานของสารสกัดจากรากและใบย่านาง (Tiliacora triandra Diels.)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา องค์ประกอบทางเคมี ความเป็นพิษ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและฤทธิ์ต้านเบาหวานของสารสกัดจากรากและใบย่านางด้วยเอทานอล 95%ในหนูปกติและหนูที่ถูกเหนี่ยวนำให้เป็นเบาหวานด้วยสาร streptozotocin โดยทำการป้อนสารสกัดทางปากในขนาด 300 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัว ทุกวันเป็นเวลา 8 สัปดาห์ และทำการวัดค่าต่างๆ ที่เกี่ยวซ้องกับการต้านเบาหวาน ได้แก่ ระดับน้ำตาลในเลือด การทนต่อกลูโคส ปริมาณอินซูลิน ลักษณะเนื้อเยื่อตับอ่อน และไขมันในเลือด จากการศึกษาพบว่า สารพฤกษเคมีที่พบในรากและใบย่านาง ได้แก่ สาร oxoanolobine และสาร unknown Ta สารสกัดทุกขนาดไม่ทำให้หนูทดลองตาย และไม่พบอาการความเป็นพิษในหนูทดลองหลังให้สารสกัดหลังจากที่ให้สารสกัดภายใน 24 ชั่วโมง และเมื่อสังเกตอาการต่อเป็นเวลา 14 วัน ค่าเคมิโลหิต ค่าโลหิตวิทยาน้ำหนักตัวของหนูทดลอง และน้ำหนักสัมพัทธ์ของอวัยวะไม่แตกต่างกัน สารสกัดจากรากและใบย่านาง มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ โดยมีค่า EC50, เท่ากับ 53.43?0.12 และ 9.63?0.56 ?g/ml สารสกัดดังกล่าว สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดในสัปดาห์ที่ 3 จนถึงสัปดาห์ที่ 8 และลดระดับน้ำตาลในเลือดลงภายใน 3 ชั่วโมง เมื่อทดสอบการทนต่อกลูโคส นอกจากนี้สารสกัดยังสามารถเพิ่มปริมาณอินซูลิน ฟื้นฟูลักษณะทางจุลกายวิภาคของตับอ่อน และลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า สารสกัดจากรากและใบย่านางมีศักยภาพในการเป็นยารักษาโรคเบาหวาน