Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564

การทดสอบครีมว่านสาวหลงเพื่อลดภาวะผิวแห้งในบุคคลทั่วไปวัยทำงาน(โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี)

สีขาว เชื้อปรุง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2564

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ที่มา: พืชสมุนไพรไทยที่มีกลิ่นเฉพาะถูกค้นพบในพืชว่านสาวหลง หรือว่านฤาษีสร้าง เป็นว่านมหาเสน่ห์ที่มีสรรพคุณหลากหลาย อาทิเช่น ฤทธิ์ต้านอักเสบ ต้านเชื้อแบคทีเรีย มีสารต้านอนุมูลอิสระ เสริมสร้างเนื้อเยื่อและทำให้รู้สึกผ่อนคลาย อย่างที่เคยค้นพบในการศึกษาที่ผ่านมา วัตถุประสงค์: 1) ส่งเสริมให้คนไทยปลูกพืชสมุนไพรด้วยการเสนอสรรพคุณทางผิวหนังของครีมว่านสาวหลง 2) ทดสอบคุณสมบัติทางชีวภาพและเคมีของครีมว่านสาวหลง และ3) เปรียบเทียบประสิทธิผลของครีมว่านสาวหลง ครีมน้ำมันมะพร้าว ครีมพื้นฐาน (cold cream) และพื้นผิวที่ไม่ได้ใช้ครีม โดยทดสอบความชุ่มชื้นของผิวหนัง ระดับความมัน และระยะห่างของร่องผิวหนัง ในช่วงเวลาที่ 0, 1, 10, 30, 60, and 120 นาที วิธีการ: 3 การทดสอบหลักมีดังนี้ 1) สกัดน้ำมันว่านสาวหลงด้วยวิธีการกลั่นด้วยน้ำในชุมชนและนำไปทดสอบฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH 2) นำน้ำมันว่านสาวหลง 1% ผสมในครีมพื้นฐานเพื่อตั้งเป็นสูตรต้นตำรับ ซึ่งได้ทำการทดสอบองค์ประกอบทางเคมีในน้ำมันและเสถียรภาพของเนื้อครีมจำนวน 4 ครั้งในหนึ่งปีด้วยวิธีวิเคราะห์จาการใช้รังสีอินฟาเรด ( FT-IR) และ 3) คนที่ทำงานในห้องปรับอากาศถูกนำเข้ามาศึกษาวิจัยในมนุษย์ด้วยความสมัครใจ ทั้งนี้อาสาสมัครทุกคนและผู้เก็บข้อมูลจะไม่ทราบชนิดครีมที่ใช้ทดสอบ จากนั้นผู้เข้าร่วมวิจัย 45 คน, หญิง 28 คน (62.22%) และชาย 17 คน (37.78%) จะได้รับการทดสอบความชุ่มชื้นและความมันของผิวหนังบริเวณหลังมือทั้งสองข้างด้วยเครื่องวัดระดับความชุ่มชื้นและเครื่องวัดระดับความมันจากหัวอ่านค่าเพื่อประมวลผล (MPA) ตามลำดับ ส่วนระยะห่างของร่องผิวหนังถูกวัดโดยการถ่ายภาพผิวหนังจากหลังมือทั้งสองข้างโดยใช้กล้องส่องจุลทรรศน์กำลังขยาย 6.5เท่า ผู้เข้าร่วมจะถูกสอบถามความพึงพอใจและผลข้างเคียงในการใช้ครีมเมื่อกระบวนการทดสอบสิ้นสุด การศึกษานี้ใช้การวิเคราะห์แบบเปรียบเทียบทั้ง t-test and Repeated ANOVA ผลการศึกษา: น้ำมันว่านสาวหลงสีเหลืองใสพบองค์ประกอบทางเคมีคล้ายสาร beta-pinene, Camphor, 4-methoxy phenyl alcohol. ทั้งนี้ยังตรวจพบสารอนุมูลอิสระ 18.29, 15.36, and 7.26 ?g/ml ในช่วงฤดูฝน หนาวและร้อน ตามลำดับ ส่วนลักษณะองค์ประกอบทางเคมีของว่านสาวหลงมีความเสถียรเป็นระยะเวลาหนึ่งปี รวมทั้งไม่พบการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียและสารเคมีอันตราย หลังใช้ครีมว่านสาวหลงพบว่าผิวหนังมีความชุ่มชื้นและความมันเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยทางสถิติ (t(44)= 6.401 [95%CI= 5.882, 11.289], และ 4.793 [95%CI= 11.565, 28.346], p<0.001, ตามลำดับ) และระยห่างของร่องผิวหนังลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t(44)= -2.797 [95%CI= -39.170, -6.365], p<0.01) เมื่อเปรียบเทียบนาทีที่120กับก่อนการทดสอบ. ถึงแม้ว่าระดับความชุ่มชื้นของผิวหนังและความันจะมีผลร่วมกันทั้งเวลาและชนิดของครีมที่ใช้ทดสอบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ F(10.00, 586.48) = 12.50, and 54.05, ตามลำดับ (p< 0.001). แต่การทดสอบระยะห่างของร่องผิวหนังไม่มีผลร่วมกันระหว่างช่วงเวลาและชนิดของครีมที่ใช้ทดสอบ F(13.29, 779.68) = 1.07 (p=0.379). นอกจากนี้ยังพบระดับความพึงพอใจในการทดสอบครีมว่านสาวหลงพบว่ามีคะแนนสูงมากกว่าครีมน้ำมันมะพร้าวและ cold cream ซึ่งแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในเรื่องความรู้สึกที่ให้ความชุ่มชื้นยาวนานและเนื้อครีมการซึมซับได้ดี F(2, 132) = 3.863, และ 4.217 ตามลำดับ (p<0.05). แม้ว่าครีมว่าสาวหลงจะมีกลิ่นที่แรงมากก็ตาม สรุป: บุคคลทั่วไปควรใช้ครีมบำรุงผิวเพื่อป้องกันภาวะผิวแห้ง ซึ่งครีมว่านสาวหลงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผิวที่นุ่มชุ่มชื้นมากขึ้นเพราะด้วยมีสารต้านอนุมูลอิสระแบบธรรมชาติ

คำสำคัญ

ว่านสาวหลงAmomumbiflorum Jack

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนาสารเมือกจากพืชไทยเพื่อประยุกต์ใช้ในเครื่องสำอางบำรุงผิว

พิมพร ลีลาพรพิสิฐ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2554

การพัฒนาระบบการปลูกเลี้ยงและการเพิ่มศักยภาพการผลิตในการสกัดกลิ่นหอมของกล้วยไม้ไทยพันธุ์แท้บางชนิดเพื่อเป็นต้นแบบการนำไปใช้ประโยชน์ด้านเครื่องสำอางและการอนุรักษ์

จุฑามาศ พิลาดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2567

การพัฒนาเวชสำอางจากสารสกัดใบย่านางแดงที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสและแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว

ปิลันธนา เลิศสถิตธนกร มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา พ.ศ. 2560

รวงข้าวเพี่อใช้ประโยชน์ทางเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ

มยุรี กัลยาวัฒนกุล สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2555

การพิสูจน์ชนิดทางพฤกษศาสตร์ของเครื่องยาจันทน์และเทศจันทน์หอมด้วยวิธีโครมาโทกราฟีแบบชั้นบาง

ดสุนันทา ศรีโสภณ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พ.ศ. 2560

การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากสารออกฤทธิ์เชิงหน้าที่กลุ่มสารหอมระเหยคุณภาพสูง

อุบล ฤกษ์อ่ำ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2565

ศึกษาลักษณะประจำพันธุ์เอื้องแซะหอมที่เหมาะสมต่อการผลิตดอกเพื่อสกัดกลิ่นหอมและไม้กระถางเชิงพาณิชย์

นางเบญจวรรณ สมบูรณ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2551

การพัฒนาผลิตภัณฑ์เวชสำอางและเครื่องสำอางเสริมแต่งความงามของผิว

สุธัญญา พรหมสมบูรณ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก พ.ศ. 2563

โครงการพัฒนาสารสกัดสมุนไพรโดยใช้เทคโนโลยีนาโนเพื่อเตรียมเป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอางบำรุงผิว

บุญญาณี ศุภผล กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พ.ศ. 2564

การพัฒนาผลิตภัณฑ์เวชสำอางที่มีส่วนผสมของสารสกัดเปลือกผลลิ้นจี่

ณัฐยา เหล่าฤทธิ์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พ.ศ. 2560