การพัฒนาสารเมือกจากพืชไทยเพื่อประยุกต์ใช้ในเครื่องสำอางบำรุงผิว
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการพัฒนาตำรับครีมให้ความชุ่มชื้นผิวจากสารเมือกที่สกัดได้จากสมุนไพรไทย เพื่อทดแทนการใช้สารสังเคราะห์ในสูตรตำรับ ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลเสียต่อผู้บริโภค นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มมูลค่าของผลิตผลทางการเกษตร และเป็นการลดการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ได้ทำการสกัดสารเมือกจากพืชสมุนไพร 3 ชนิด ได้แก่ เมล็ดแมงลัก ผักปลัง และลูกสำรอง พบว่า สารเมือกจากเมล็ดแมงลัก ผักปลัง และสำรอง มี polysaccharides เป็นองค์ประกอบ จากการทดสอบคุณสมบัติการเป็นสารให้ความชุ่มชื้นผิว พบว่า สารเมือกทั้ง 3 ชนิดนี้ สามารถเพิ่มความชุ่มชื้นในหนังหมูได้ดีกว่าสารเพิ่มความชุ่มชื้นผิวที่มีขายในท้องตลาดทุกชนิดที่ใช้ทดสอบ ในการทดสอบความชุ่มชื้นผิวในอาสาสมัคร โดยเครื่อง Corneometer พบว่าสารเมือกผักปลังสามารถเก็บกักความชุ่มชื้นผิวได้ดีและนานกว่า Hyaluronic acid ผลการทดสอบการระคายเคืองเบื้องต้นในกระต่าย พบว่าสารสกัดเมือกผักปลังและเมือกแมงลัก ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองในกระต่าย ผลิตภัณฑ์ครีมผสมสารเมือกจากเมล็ดแมงลัก และผักปลัง มีความคงตัวดีในทุกสภาวะที่ทดสอบ จากการทดสอบความชุ่มชื้นผิวของผลิตภัณฑ์ผสมสารเมือกจากเมล็ดแมงลัก และผักปลัง ในอาสาสมัคร 29 คน พบว่า ครีมที่ผสมสารสกัดเมือกผักปลังสด มีประสิทธิภาพในการเพิ่มความชุ่มชื้นผิวได้ดีมาก จากการประเมินความพึงพอใจต่อผลิตภัณฑ์ครีมที่ผสมสารสกัดจากเมือก ซึ่งจากผลการประเมินในภาพรวม พบว่าผลิตภัณฑ์ครีมทั้งหมดอยู่ในระดับความพึงพอใจที่ดี จากการทดสอบอาการระคายเคืองผิว ด้วย Finn Chamber test ในอาสาสมัครทั้งหมด 29 คนนั้น พบว่าครีมพื้น ครีมไฮยารูลอนิก ครีมเมือกแมงลัก และครีมเมือกผักปลัง ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว (ค่า PDII<0.5) ซึ่งถือว่ามีความปลอดภัยในการใช้กับผิวของมนุษย์