ผลของสารบำบัดตัวอสุจิต่อการเจริญเติบโตของตัวอ่อนโคที่ได้จากการฉีดตัวอสุจิเข้าไปในไซโตพลาสซึมของไข่โค
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ การเก็บรักษาไข่ระยะสั้นโดยปราศจากการแช่แข็ง เช่น การขนส่งระยะไกลหรือการใช้ประโยชน์ในการผลิตตัวอ่อนในห้องปฏิบัติการซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านการค้าและปศุสัตว์ได้ การทดลองแรกมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาผลของอุณหภูมิ (4?C, 15?C, 25?C และ 38.5?C) ในการเก็บรักษาระยะสั้นของไข่โคพร้อมปฏิสนธิต่ออัตราการเจริญเติบโตของตัวอ่อนโค คุณภาพของตัวอ่อนระยะ บลาสโตซิส ระดับ ATP และ กลูตาไธโอน และการเกิด apoptosis จากผลการทดลองพบว่า กลุ่มที่เก็บที่อุณหภูมิ 25?C และ 38.5?C ให้ผลการเจริญไปเป็นตัวอ่อนระยะบลาสโตซิสสูงที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่เก็บรักษาในที่อุณหภูมิอื่นๆ อย่างไรก็ตามการเก็บรักษาที่ 38.5?C มีจำนวนเซลล์ทั้งหมดในตัวอ่อนระยะบลาสโตซิสต่ำ การเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 4?C ลดระดับเมตาโบลิซึ่มโดยวัดจากระดับของ ATP ที่ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่เก็บรักษาที่อุณหภูมิอื่นๆ ระดับกลูตาไธโอนลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในทุกกลุ่มที่เก็บรักษาที่อุณหภูมิต่างๆ การเก็บรักษาที่ 4?C และ 15?C เพิ่มอัตราการเกิด apoptosis ในไข่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ไม่พบความแตกต่างในกลุ่มที่เก็บรักษาที่อุณหภูมิ 25?C และ 38.5?C เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม จากผลการทดลองนี้สรุปได้ว่าการเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 25?C เป็นอุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดในการเก็บรักษาแบบระยะสั้นของไข่โคพร้อมปฏิสนธิเนื่องจากความสามารถในการเจริญไปเป็นตัวอ่อนระยะบลาสโตซิส และคุณภาพของตัวอ่อนระยะบลาสโตซิส การทดลองที่สองมีจุดประสงค์ที่จะเพิ่มอัตราการเจริญของตัวอ่อนโคในการเก็บรักษาระยะสั้น โดยใช้การเก็บไข่โคพร้อมปฏิสนธิในน้ำยา HEPES buffered TCM-199 (base medium) นาน 20 ชั่วโมงที่อุณหภูมิ 25?C จากผลการทดลองแรกเป็นกลุ่มควบคุม พบว่าการเติม 10% (v/v) new born calf serum หรือ 10.27 mM pyruvate ไม่สามารถเพิ่มอัตราการเจริญไปเป็นตัวอ่อนระยะบลาสโตซิส อย่างไรก็ตามการเติมทั้งสองตัวพร้อมกันเพิ่มอัตราการเจริญไปเป็นตัวอ่อนระยะบลาสโตซิสได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ การเติม DL-dithiothreitol (DTT) ใน holding medium ไม่มีผลต่ออัตราการเจริญของตัวอ่อนระยะ บลาสโตซิสในกลุ่มที่เก็บรักษา ถึงแม้ว่า cyclosporine (CsA) สามารถลดระดับการเกิด apoptosis ในไข่ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่เติม BAPTA AM และ ruthenium red การเติม CsA ไม่สามารถเพิ่มอัตราการเจริญไปเป็นตัวอ่อนระยะบลาสโตซิสได้ สรุปได้จากการทดลองว่าการเติม pyruvate และ serum มีผลร่วมกันในการเพิ่มอัตราการเจริญไปเป็นตัวอ่อนระยะบลาสโตซิส ในขณะที่ mitochondrial membrane pore inhibitor CsA และ antioxidant DTT ไม่มีผลต่อการเจริญของตัวอ่อนโค