ผลของสารสกัดใบชะพลูต่อหนูทดลองและเซลล์ตับเพาะเลี้ยงที่ถูกเหนี่ยวนำให้เซลล์ตับได้รับการบาดเจ็บจากแอทานอล
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
อนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นจากเอทานอลเหนี่ยวนำให้เกิดโรคตับ สารที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระเป็นที่น่าสนใจนำมาใช้ในการรักษาโรคตับที่เกิดจากเอทานอลได้ การศึกษาในครั้งนี้เพื่อทดสอบคุณสมบัติในการป้องกันเซลล์ตับของสารสกัดจากใบชะพลู (Piper sarmentosum :PS) ในเซลล์มะเร็งตับเพาะเลี้ยง (HepG 2) และหนูทดลองที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะเครียดออกซิเดชัน และการอักเสบด้วยเอทานอล สารสกัดชะพลู (PS) มีปริมาณสารฟีนอลลิกรวมเท่ากับ 0.823 ? 0.01 mg GAE/g dry weight และปริมาณฟลาโวนอยด์รวมเท่ากับ 44.15 ? 1.58 mg QE/g dry weight คุณสมบัติในการต้าอนุมูลอิสระของสารสกัดชะพลูทดสอบโดยการวัดอนุมูลอิสระ DPPH พบว่าสารสกัดชะพลูที่ความเข้มข้น 464.61 ? 19.11 ?g/ml สามารถยังยั้งการเกิดอนุมูลอิสระ DDPH ได้ร้อยละ 50 วิเคราะห์ปริมาณสารโพลิฟีนอลและฟลาโวนอยด์โดยเทคนิค HPLC พบว่าสารสกัดชะพลูประกอบด้วย catechin, epigallocatechin gallate, epicatechin, quercetin, epicatechin gallate, rutin และ gallic acid การศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดชะพลูในหนูทดลองที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดอนุมูลอิสระโดยเอทานอล ที่ความเข้มข้นต่างๆ คือ 125, 250 และ 500 mg/kg body weight โดยใช้หนูสายพันธุ์ Wistra เพศผู้และเพศเมีย แบ่งกลุ่มทดลองออกเป็น 7 กลุ่มๆละ 6 ตัว ดังนี้ กลุ่มที่ 1 ได้รับสารละลาย normal saline เป็นเวลา 45 วัน (กลุ่มควบคุมปกติ) กลุ่มที่ 2 รับกลูโคสที่มีพลังงานเทียบเท่ากับเอทานอล 5 g/kg bw/day เป็นเวลา 45 วัน (isocaloric) กลุ่มที่ 3 ได้รับเอทานอลปริมาณ 5 g/kg bw/day เป็นเวลา 45 วัน (กลุ่มควบคุมเอทานอล) กลุ่มที่ 4 ได้รับเอทานอล ปริมาณ 5 g/kg bw/day เป็นเวลา 30 วันหลังจากนั้นได้รับเอทานอลร่วมกับ silymarin ปริมาณ 100 mg/kg bw/day อีก 15 วัน (silymarin) กลุ่มที่ 5 ได้รับเอทานอล ปริมาณ 5 g/kg bw/day เป็นเวลา 30 วันหลังจากนั้นได้รับเอทานอลร่วมกับสารสกัดชะพลูปริมาณ 125 mg/kg bw/day อีก 15 วัน (125 PS) กลุ่มที่ 6 ได้รับเอทานอล ปริมาณ 5 g/kg bw/day เป็นเวลา 30 วันหลังจากนั้นได้รับเอทานอลร่วมกับสารสกัดชะพลูปริมาณ 250 mg/kg bw/day อีก 15 วัน (250 PS) กลุ่มที่ 7 ได้รับเอทานอล ปริมาณ 5 g/kg bw/day เป็นเวลา 30 วันหลังจากนั้นได้รับเอทานอลร่วมกับสารสกัดชะพลูปริมาณ 500 mg/kg bw/day อีก 15 วัน (500 PS) ตรวจวัดการเกิดลิปิดเปอร์ออกซิเดชันโดยหาปริมาณ MDA หาปริมาณกลูตาไธโอน (GSH) ทั้งในเนื้อเยื่อตับและซีรัม ตรวจวัดสมรรถนะของเอนไซม์คะตาเลส (CAT) และซุปเปอร์ออกไซด์ดิสมิวเตส (SOD) ในเนื้อเยื่อตับ หาปริมาณหรือสมรรถนะของเอนไซม์ตับเช่น อะลานินทรานสอะมิเนส (ALP) แอสปาเตตทรานอะมิเนส (AST) อัลคาไลน์ฟอสฟาเตส (ALP) การทำงานของไต เช่น ยูเรียไนโตรเจน (BUN) และครีอะทีน (Cre) ในซีรัมหนูโดยใช้ชุดทดสอบเอนไซม์ ตรวจลักษณะทางพยาธิวิทยาของเนื้อเยื่อตับโดยย้อมสี hematoxylin และ eosin (H & E) จากผลการทดลองพบว่าระดับ MDA ในซีรัมของหนูกลุ่มควมคุมเอทานอลสูงกว่าหนูกลุ่มควบคุมปกติอย่างมีนัยสำคัญ ระดับ MDA ในตับ AST, ALT และ ALP ในซีรัมสูง ในหนูกลุ่มควบคุมเอทานอลเมื่อเทียบกับหนูกลุ่มควบคุมปกติ ส่วนระดับกลูตาไธโอนในซีรัมและตับ และสมรรถนะของเอนไซม์ SOD มีค่าลดลงในหนูกลุ่มควบคุมเอทานอลเมื่อเทียบกับหนูกลุ่มควบคุมปกติ เมื่อให้สารสกัดชะพลู (125, 250 and 500 mg/kg bw/day) ร่วมกับเอทานอล พบว่าระดับ AST ในซีรัมหนูที่ได้รับสารสกัดชะพลูลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมเอทานอล และนอกจากนั้นยังพบปริมาณ ALT, ALT, BUN และ Cre ลดลง ในหนูที่ได้รับสารสกัดชะพลูเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมเอทานอล หนูกลุ่มที่ได้รับไซริมาริน (ยาป้องกันการบาดเจ็บของเซลล์ตับ) ร่วมกับเอทานอล พบว่าระดับ AST, BUN และ Cre ในซีรัมลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับหนูกลุ่มควบคุมเอทานอล และพบปริมาณ ALT และ ALP ในซีรัมของหนูกลุ่มที่ได้รับสารสกัดชะพลูลดลงเมื่อเทียบกับหนูกลุ่มควมคุมเอทานอล หนูกลุ่มที่ได้รับสารสกัดชะพลูหรือไซริมารินร่วมกับเอทานอล มีสมรรถนะของเอนไซม์ SOD และเอนไซม์ CAT ในซีรัมเพิ่มขึ้น ระดับของกลูตาไธโอนในตับและซีรัมเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับหนูกลุ่มควบคุมเอทานอล หนูกลุ่มที่ได้รับสารสกัดชะพลูหรือไซริมารินร่วมกับเอทานอล ตรวจพบปริมาณ MDA ในซีรัมและตับลดลงเมื่อเทียบกับหนูกลุ่มควบคุมเอทานอล ตรวจสอบลักษณะทางพยาธิวิทยาของเนื้อเยื่อตับภายใต้กล้องจุลทรรศน์ในหนูกลุ่มควบคุมเอทานอล พบเซลล์ที่มีการตายแบบอะพอพโทซิสปานกลาง มีการสะสมเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ และนิวโทรฟิลในเซลล์แมคโครฟาจและเซลล์ตับ พบลักษณะเซลล์ไขมันและการสะสมไขมันที่มีช่องว่างขนาดเล็กในระดับเล็กน้อย หนูกลุ่มควบคุมปกติพบลักษณะเซลล์ไขมันและการสะสมไขมันที่มีช่องว่างขนาดเล็กในระดับเล็กน้อย และไม่พบการเปลี่ยบแปลงทางพยาธิวิทยาอย่างมีนัยสำคัญในหนูกลุ่ม isocaloric, silymarin และหนูกลุ่มที่ได้รับสารสกัดชะพลู ศึกษาผลของสารสกัดชะพลูในการป้องกันเซลล์ตับจากพิษของเอทานอลในเซลล์มะเร็งตับเพาะเลี้ยง โดยบ่มสารละลายเอทานอลความเข้มข้นร้อยละ 5 ในเซลล์ HepG 2 เป็นเวลา 24 ชั่วโมง จากนั้นบ่มด้วยสารสกัดชะพลูที่ตวามเข้มข้นต่างๆ (50, 100 and 200 ?g/ml) หรือ silymarin ความเข้มข้น 100 ?g/ml เป็นเวลา 24 ชั่วโมง ศึกษาคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ (MDA, GSH, สมรรถนะของเอนไซม์ SOD และ CAT) และฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ (interleukin-6; IL-6) ของสารสกัดชะพลูในเซลล์ HepG 2 ผลการทดลองพบว่าระดับ AST, ALT, ALP, IL-6 และ MDA เพิ่มสูง แต่สมรรถนะของเอนไซม์ SOD CAT activity และระดับ GSH ลดลง ในเซลล์มะเร็งตับกลุ่มที่บ่มด้วย 5% เอทานอลเทียบกลุ่มควบคุม สารสกัดชะพลู และ silymarin สามารถลดระดับ MDA, IL-6 , สมรรถนะของเอนไซม์ AST, ALT และ ALP และเพิ่มสมรรถนะของเอนไซม์ SOD, CAT และระดับ GSH เมื่อเทียบกับเซลล์ที่บ่มด้วย 5% เอทานอล ดังนั้นสามารถสรุปได้ว่าสารสกัดจากใบชะพลูด้วยเอทานอลสามารถป้องกันเซลล์ตับจากพิษของเอทานอลในเซลล์ตับและหนูทดลองได้ ซึ่งกลไกที่เป็นไปได้อาจเนื่องมาจากฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ และฤทธิ์ในการลดระดับไซโตไคน์ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ คำสำคัญ ชะพลู เอทานอล ป้องกันตับ อนุมูลอิสระ ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ