การพัฒนาระบบนำส่งยาชนิดเกิดนาโนอิมัลชันได้เองรูปของแข็งของโอเมก้า-3 ที่เหมาะสมสำหรับการเสริมอาหาร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ปัจจุบันในอุตสาหกรรมอาหารมีการตื่นตัวในการช่วยผู้บริโภคในการได้รับกรดไขมันโอเมก้า-3 ชนิด eicosapentaenoic acid (EPA) และ docosahexaenoic acid (DHA) เพิ่ม โดยพัฒนาอาหารออกมาในรูปของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อุดมไปด้วยโอเมก้า-3 ในปริมาณสูง การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาระบบนำส่งยาชนิดเกิดนาโนอิมัลชันได้เองรูปของแข็งของโอเมก้า-3 (Omega-3 S-SNEDDS) ที่เหมาะสมสำหรับการเสริมอาหาร ซึ่งประกอบด้วย 2 ขั้นตอนคือ การเตรียมระบบนำส่งยาชนิดเกิดนาโนอิมัลชันได้เองรูปของเหลวของโอเมก้า-3 (Omega-3 L-SNEDDS) และทำให้เป็นของแข็งด้วยของแข็งตัวพาที่เหมาะสมด้วยวิธีการดูดซับของของแข็งตัวพา หรือการสเปรย์ดราย จากการศึกษาพบว่า Surfactant ที่เหมาะสมในการเตรียม Omega-3 L-SNEDDS คือ tween80:span80 (TW80:SP80) ในอัตราส่วน 1:1 และ Co-solvent ที่เหมาะสมในการเตรียม Omega-3 L-SNEDDS คือ Diethylene glycol monoethyl ether (DGME) ระบบ L-SNEDDS สามารถบรรจุน้ำมันปลาทูน่าได้ถึง 45 %w/w ช่วงความเข้มข้นของ 1:1 TW80:SP80, DGME และน้ำมันปลาทูน่า ที่สามารถเตรียม Omega-3 L-SNEDDS ได้แก่ ? 15%w/w, 0 – 85 %w/w และ 0 – 45 %w/w ตามลำดับ ของแข็งตัวพาที่เหมาะสมในการเตรียม Omega-3 S-SNEDDS คือ Maltodextrin มีร้อยละการดูดซับต่อ % absorption to carrier เท่ากับ 33.33% Omega-3-SNEDDS ที่เตรียมได้มี ปริมาณผลผลิต 90%, ความชื้น 6.12 % และมีคุณสมบัติการไหลไม่ดี (poor flowability) เมื่อนำไปผง Omega-3 S-SNEDDS ไปละลายในน้ำในอัตราส่วน Omega-3 S-SNEDDS : DI water 1:25 จะได้ โอเมก้า-3 นาโนอิมัลชัน ในช่วง 500 – 600 นาโนเมตร การเตรียม Omega-3-SNEDDS ด้วยวิธีสเปรย์ดราย จะให้ Omega-3-SNEDDS ที่มีความชื้นต่ำกว่า และขนาดอนุภาคเล็กกว่า Omega-3-SNEDDS ที่เตรียมด้วยวิธีการดูดซับบนของแข็งตัวพา Omega-3 S-SNEDDS ที่พัฒนาไม่มีความคงตัวในสภาวะที่มีเกลือ แต่คงตัวในสภาวะที่มี pH 4-8 และน้ำตาลในความเข้มข้น ? 12 %w/w และสามารถทำให้ปราศจากเชื้อด้วยวิธี Pasteurization ปริมาณ DHA และ EPA ในตำรับทำการตรวจวิเคราะห์ด้วยวิธี Gas chromatography–mass spectrometry (GC-MS) เมื่อทำการตรวจสอบความถูกต้องของวิธีวิเคราะห์ DHA และ EPA ในน้ำมันปลาทูน่า และ Omega-3 S-SNEDDS พบว่า วิธีวิเคราะห์มีความแม่นยำ ผ่านเกณฑ์ของ ICH guideline ในการวิเคราะห์ DHA และ EPA