การสังเคราะห์และประสิทธิภาพในการพาดีเอ็นเอเข้าสู่เซลล์มะเร็งของไขมันประจุบวก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
Project Title: การสังเคราะห์และประสิทธิภาพในการพาดีเอ็นเอเข้าสู่เซลล์มะเร็งของไขมันประจุบวกObjectives: เพื่อสังเคราะห์สาร ไขมันประจุบวก (cationic lipids) ชนิดใหม่ นำสารที่สังเคราะห์ได้มาทดสอบความสามารถในการจับ (bind) กับดีเอ็นเอ (DNA) และเพื่อทดสอบความสามารถของไขมันประจุบวกในการพาดีเอ็นเอเข้าสู่เซลล์มะเร็ง และทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์ ทำการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างและฤทธิ์ทางชีวภาพของสารที่สังเคราะห์ได้ และจากผลการทดลองที่ได้ ทำการประเมินศักยภาพการนำไปพัฒนาใช้ในอนาคตMethodology: สังเคราะห์ไขมันประจุบวกด้วยวิธีการสังเคราะห์บนวัฏภาคของแข็ง วิเคราะห์โครงสร้างสารที่สังเคราะห์ได้ด้วยวิธีทางสเปกโตรสโคปี ทดสอบประสิทธิภาพในการจับ (bind) กับดีเอ็นเอ ด้วยวิธีทางอิเล็กโตรโฟเรซิส ทดสอบประสิทธิภาพในการพาดีเอ็นเอเข้าสู่เซลล์มะเร็ง และทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์ทดสอบResults: ได้สังเคราะห์ไขมันประจุบวกที่มีโครงสร้างต่างกัน 2 กลุ่ม ที่มีคอเลสเตอรอลเป็นโครงสร้างส่วนไม่มีขั้ว และส่วนหัวมัขั้วมีการวางตัวแบบ L-Shape และ T-Shape นำสารไปทดสอบในการพาดีเอ็นเอเข้าสู่เซลล์ พบสารกลุ่ม L-shape มีประสิทธิภาพในการพาดีเอ็นเอเข้าสู่เซลล์ในสภาวะที่มี serum ได้ดีกว่าสารมาตรฐานทั้ง 3 ชนิดคือ EffecteneTM, DC-Chol และ DOTAP ไขมันประจุบวก L-shape 6 สาร มีประสิทธิภาพในการพาดีเอ็นเอเข้าสู่เซลล์ COLO205 ได้ดีมาก และไขมันประจุบวก L-shape 1 สาร มีประสิทธิภาพในการพาดีเอ็นเอเข้าสู่เซลล์ HeLa ได้ดี ไขมันประจุบวก L-Shape มีความเป็นพิษต่อเซลล์ COLO205 ต่ำDiscussion and Conclusion: จากผลการทดลองประสิทธิภาพในการพาดีเอ็นเอเข้าสู่เซลล์ของไขมันประจุบวก ทำให้เห็นว่าการวางตัวของส่วนมีขั้วส่วนหัวที่ต่างกัน จะมีผลต่อประสิทธิภาพในการพาดีเอ็นเอเข้าสู่เซลล์ ไขมันประจุบวก L-Shape ที่มีประสิทธิภาพในการพาดีเอ็นเอเข้าสู่เซลล์ได้ดี ควรได้รับการพัฒนาต่อ โดยนำไปทดลองการพาดีเอ็นอ หรือ siRNA เข้าสู่เซลล์อื่น ๆ และนำไขมันประจุบวก L-Shape ไปศึกษาการพายาหรือสารผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่มีความเป็นพิษต่อเซลล์ เข้าสู่เซลล์มะเร็งต่อไป