Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2551

การเพิ่มประสิทธิภาพในการพาดีเอ็นเอเข้าสู่เซลล์ปกติ และ เซลล์มะเร็งโดยสารตัวนำสังเคราะห์ (cationic lipid)

ศาสตราจารย์ ดร. รมิดา วัฒนโภคาสิน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2551

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

กระบวนการพาดีเอ็นเอเข้าสู่เซลล์มีหลายวิธีเช่น micro injection electroporation calcium phosphate cationic lipid และ dendrimer ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีและข้อเสียต่างกันไป การรักษาด้วยวิธียีนบำบัดยังต้องอาศัยปรับปรุงประสิทธิภาพการฝากถ่ายยีน ปัญหาของการใช้ยีนบำบัดนั้นได้แก่ ประสิทธิภาพในการฝากถ่ายยีนเข้าสู่เซลล์ยังต่ำ โครงการวิจัยนี้จึงต้องการปรับปรุงประสิทธิภาพการฝากถ่ายยีนโดยใช้สารที่เป็นตัวนำสังเคราะห์ (single bead) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการฝากถ่ายยีนให้ดีขึ้น โดยหาอัตราส่วนที่เหมาะสมของดีเอ็นเอต่อสารตัวนำสังเคราะห์ ในการเพิ่มประสิทธิภาพการฝากถ่ายยีนในเซลล์มะเร็งลำไส้ CX-1 ผลการทดลองใช้ สารตัวนำสังเคราะห์ 3 ชนิดคือ SB 1 SB 2 และ SB 3 ที่อัตราส่วน 1:5 1:10 และ 1:20ซึ่งรายงานประสิทธิภาพในการพา DNA เข้าสู่เซลล์สองรูปแบบ คือประสิทธิภาพในการพายีนเข้าสู่เซลล์เมื่อเทียบกับ อัตราส่วนที่พายีนเข้าสู่เซลล์ได้มากที่สุด และ แสดงในรูปเปอร์เซ็นต์เปรียบเทียบกับตัวควบคุม positive control, Effectene (% relative transfection effeciency) โดยให้ Effectene มีประสิทธิภาพในการพา DNA เข้าสู่เซลล์คือ % relative transfection effeciency คิดเป็น 100% จากผลการทดลองและคำนวณทั้งสองวิธี พบว่า สารตัวนำสังเคราะห์ SB 1 SB 2 และ SB 3 มีความสามารถในการพาดีเอ็นเอเข้าสู่เซลล์มะเร็งลำไส้ CX-1 ได้ต่างกันคือ SB 3> SB 1> SB 2 โดยที่อัตราส่วนของ DNA:single beadที่ 1:20 มีความสามารถในการพาดีเอ็นเอเข้าสู่เซลล์มะเร็งลำไส้ CX-1 ได้ดีกว่าที่อัตราส่วน 1:5 และ 1:10 โดยที่อัตราส่วนของ DNA:single beadที่ 1:20 ได้ค่าเปอร์เซ็นต์ในการพายีนเข้าสู่เซลล์เมื่อเทียบกับ อัตราส่วนที่พายีนเข้าสู่เซลล์ได้มากที่สุด ของ SB 1 SB2 และ SB 3 เท่ากับ 100 30 และ 15 ส่วนเปอร์เซ็นต์เปรียบเทียบกับตัวควบคุม positive control, Effectene มีค่า 144 33 และ 22 ตามลำดับ นอกจากนั้นผลการทดสอบความเป็นพิษของ SB 1 SB 2 และ SB 3 ต่อเซลล์มะเร็งลำไส้ CX-1 โดยหาจากค่า IC50 พบว่า ค่า IC50 ของ SB 3> SB 1> SB 2 การศึกษาความเป็นพิษของ SB 1 SB 2 และ SB 3 มีความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งลำไส้ CX-1 ต่ำ โดยปกติแล้วเซลล์มะเร็งจะเป็นเซลล์ที่ถูก transfect ได้ยากกว่าเซลล์ปกติ (normal cells) ดังนั้นผลการทดลองนี้มีประโยชน์ต่อการประยุกต์ใช้ในการนำพาดีเอ็นเอ หรือ อาร์เอ็นเอ เข้าสู่เซลล์มะเร็งลำไส้ CX-1

คำสำคัญ

Cell linetransfectioncationic lipid

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การสังเคราะห์และประสิทธิภาพในการพาดีเอ็นเอเข้าสู่เซลล์มะเร็งของไขมันประจุบวก

บุญเอก ยิ่งยงณรงค์กุล สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) พ.ศ. 2555

ผลของนิวเคลียร์โลเคไลเซชันซิกแนลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายโอนยีนเข้าสู่เซลล์เพาะเลี้ยงด้วยการนำส่งของไคโตซาน/ดีเอ็นเอคอมเพล็กซ์ /ธีรศักดิ์ โรจนราธา, ประณีต โอปณะโสภิต, อวยพร อภิรักษ์อร่ามวง

ธีรศักดิ์ โรจนราธา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2554

การสังเคราะห์สารไขมันประจุบวกด้วยเทคนิคการสังเคราะห์บนวัฏภาคของแข็งเพื่อนำพาดีเอ็นเอเข้าสู่เซลล์

บุญเอก ยิ่งยงณรงค์กุล มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2553

ผลของส่วนไม่มีขั้วของไขมันประจุบวกที่มีสเปอร์มีนเป็นส่วนมีขั้วและอะโรมาติกเป็นส่วนโครงสร้างหลักต่อประสิทธิภาพในการพาดีเอ็นเอเข้าสู่เซลล์

บุญเอก ยิ่งยงณรงค์กุล มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2558

การศึกษาระดับโมเลกุลของสตีโมโฟลินที่แยกได้จากหนอนตายหยากและอนุพันธ์ต่อเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวของมนุษย์ชนิดดื้อยา

พรงาม เดชเกรียงไกรกุล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2555

ประโยชน์ของพันธุวิศวกรรมในทางการแพทย์

ภัทรา ยี่ทอง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2558

ฤทธิ์ต้านมะเร็งของโปรตีนไฮโดรไลแสทจากต้นดองดึงและเหงือกปลาหมอต่อการเหนี่ยวนำโปรแกรมการตายของเซลล์มะเร็งและการทำบริสุทธิ์ของเปปไทด์ออกฤทธิ์

ณัฐนันท์ ต.เทียนประเสริฐ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2559

การแยกศึกษาเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งของเซลล์เยื่อบุเพื่อหาเป้าหมายยารักษาใหม่และโมเลกุลในการตรวจคัดกรอง

นิพัญจน์ อิศรเสนา ณ อยุธยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2559

การศึกษาประสิทธิภาพของตัวดำเนินการพันธุกรรมสำหรับขั้นตอนวิธีเชิงพันธุกรรม

สุพจน์ เฮงพระพรหม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม พ.ศ. 2559

ประสิทธิภาพของการใช้เอ็นไซม์ผสมในการผลิตเซลล์เพาะเลี้ยง มะเร็งสมองจากผู้ป่วย

วิยะดา ปัญจรัก มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2558