การจัดการน้ำด้านการเกษตรจากแหล่งน้ำบาดาล เพื่อเพิ่มผลิตภาพการปลูกหน่อไม้ฝรั่ง สำหรับกลุ่มเกษตรกร ในพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้ง บ้านกรับใหญ่ ตำบลหนองฝ้าย อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
<div>ประเทศไทยประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซากมาเป็นเวลาหลายปี โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน ทำให้ประชาชนมีความลำบากในการดำรงชีวิต ไม่มีน้ำใช้อุปโภคบริโภคที่ส่งผลกระทบต่อทั้งตัวประชาชนเองและภาคการผลิตทางการเกษตรของประเทศ หน่อไม้ฝรั่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญที่ส่งเสริมรายได้ให้กับเกษตรกรวิสาหกิจชุมชนกลุ่มหน่อไม้ฝรั่งบ้านกรับใหญ่ หมู่ที่ 5 ตำบลหนองฝ้าย อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ตำบลหนองฝ้ายได้อย่างมาก แต่เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร ทำให้มีน้ำไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูก ทำให้ผลิตผลทางการเกษตรมีปริมาณลดลง เกษตรกรบางรายเลิกเพาะปลูกหน่อไม้ฝรั่งอันเนื่องมาจากไม่มีแหล่งน้ำในการเพาะปลูก</div><div>คณะผู้วิจัยจึงเล็งเห็นความสำคัญของการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยในการพัฒนาศักยภาพแหล่งน้ำบาดาลระดับตื้นในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำด้านการเกษตร เพื่อเพิ่มผลผลิตและรายได้ของเกษตรกรในพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งโดยเป็นการบูรณาการในหลากหลายศาสตร์ เพื่อนำมาใช้ในการประเมินศักยภาพแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร และจัดทำโครงการนำร่องการพัฒนาระบบการใช้น้ำบาดาลเพื่อการเกษตรระดับชุมชนที่มีพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ในพื้นที่ที่มีศักยภาพของแหล่งน้ำบาดาล ให้มีแหล่งน้ำสำรองเพื่อการเกษตรจากแหล่งน้ำบาดาลในช่วงขาดแคลนน้ำ และประเมินความคุ้มค่าทางด้านเศรษฐศาสตร์และสังคมรวมทั้งผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากกิจกรรมต่าง ๆ</div><div>ผลการดำเนินโครงการสามารถจัดหาแหล่งน้ำบาดาลระดับตื้นที่ความลึกไม่เกิน 15 เมตรให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ฯ ได้ 15 บ่อ ครอบคลุมพื้นที่เกษตรกรรมหน่อไม้ฝรั่งจำนวน 33 ไร่ ซึ่งมีปริมาณน้ำบาดาลที่สามารถนำมาพัฒนาได้ตั้งแต่ 2 ถึง 7 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ศักยภาพแหล่งน้ำบาดาลระดับตื้นของพื้นที่ศึกษาอยู่ที่ 1.643 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี โดยมีคุณลักษณะทางกายภาพและเคมีของน้ำบาดาลเข้าเกณฑ์ที่เหมาะสมในการอุปโภคบริโภคและเกษตรกรรมได้ อีกทั้งยังได้จัดทำระบบสูบน้ำโซล่าเซลล์แบบซับเมอร์สและหอถังสูง 3 เมตร ขนาด 3,000 ลิตร จำนวน 5 จุด เพื่อเป็นจุดจ่ายน้ำให้กับเกษตรกรที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอีกด้วย นอกจากนี้การศึกษาเขตความเหมาะสมของการเพาะปลูกหน่อไม้ฝรั่งในบริเวณพื้นที่ศึกษามีความเหมาะสมสูงและปานกลางสำหรับการเพาะปลูกหน่อไม้ฝรั่ง และผลการประเมินผลกระทบจากงานวิจัยพบว่าโครงการสามารถสร้างผลลัพธ์ผลกระทบคิดเป็นมูลค่า 2,639,351.73 บาท สามารถสร้างผลประโยชน์เท่ากับ 1.78 เท่า และผลประโยชน์สุทธิเฉลี่ยปีละ 24 เปอร์เซนต์</div>