การผลิตแพะเนื้อคุณภาพด้วยนวัตกรรมการจัดการอาหารเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทาง BCG
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อผลิตอาหารแพะคุณภาพจากผลพลอยได้ทางการเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทาง BCG 2) เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการจัดการอาหารแพะจากผลพลอยได้ทางการเกษตร จัดทำเป็นคู่มือให้กับชุมชนรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ และ 3) เพื่อส่งเสริมกระบวนการการมีส่วนร่วมระหว่างนักวิจัยและกลุ่มเป้าหมายในการบูรณาการเทคโนโลยี สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมในแต่ละพื้นที่และตรงตามความต้องการของชุมชน นำไปสู่การจัดการทรัพยากรพื้นถิ่นอย่างยั่งยืน โดยคณะดำเนินการได้ดำเนินการสำรวจอาหารหยาบผลพลอยได้ทางการเกษตรที่มีอยู่ในพื้นที่ ได้แก่ เปลือกสับปะรด ต้นอ้อย ต้นและใบมันสำปะหลัง และต้นข้าวโพด ทดสอบการปรับปรุงคุณภาพด้วยการหมักยีสต์ และวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนะ จากนั้นนำอาหารหยาบหมักยีสต์ที่ไปทดสอบในแพะเพื่อศึกษาประสิทธิภาพการเจริญเติบโต และการเมทาบอไลซ์ในเลือดของแพะ และทำการถ่ายทอดเทคโนโลยีและประเมินการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมการจัดการอาหารสัตว์ ให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ ปศุสัตว์จังหวัด และใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการนำใช้เทคโนโลยีการจัดการอาหารสัตว์ทดสอบประสิทธิภาพการเจริญเติบโตของแพะร่วมกับฟาร์มต้นแบบ ผลการดำเนินการพบว่า ผลพลอยได้ทางการเกษตรจากแหล่งผลิตหลักพืชผลเศรษฐกิจต่าง ๆ ของจังหวัดอุตรดิตถ์ในช่วงแต่ละเดือนตลอดทั้งปีที่จะนำมาเลี้ยงได้ ได้แก่ ต้นข้าวโพด ซึ่งมีเกือบตลอดทั้งปี (ก.พ.-พ.ค. และ ก.ค.-ธ.ค.) ต้นและใบมันสำปะหลัง มีในช่วงปลายปี (ต.ค.-มี.ค.) เปลือกสับปะรด ซึ่งมีในช่วงกลางปี และปลายปี (เม.ย.-ก.ค. และ พ.ย.-ม.ค.) และต้นอ้อย ซึ่งมีช่วงต้นปี และปลายปี (ก.พ.-เม.ย. และ ต.ค.-ธ.ค.) เมื่อปรับปรุงคุณภาพของผลพลอยได้ทางการเกษตรด้วยการหมักยีสต์ พบว่า โดยรวมแล้วผลพลอยได้ทางการเกษตรหมักยีสต์ที่ 0 วัน มีวัตถุแห้งมากกว่าไม่หมักยีสต์ และที่ที่ 7 วัน และ 14 วัน บ่งชี้ว่าระยะเวลาการหมักส่งผลต่อ การสูญเสียน้ำจากเซลล์พืช แต่ในกระบวนการหมักยีสต์จะช่วยให้ปริมาณโปรตีนหยาบสูงขึ้นตามระยะเวลา การหมัก ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบปัจจัยด้านการการหมักด้วยยีสต์พบว่า การหมักยีสต์ช่วยเพิ่มปริมาณโปรตีนได้ และพบว่าปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ละลายได้ง่ายในผลพลอยได้ทางการเกษตรหมักจะลดลงตามระยะเวลา หมักยีสต์ จากการทดสอบข้าวโพดหมักยีสต์เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดจากการศึกษาในครั้งนี้ การเลี้ยงแพะของฟาร์มต้นแบบด้วยข้าวโพดหมักยีสต์ร่วมกับการให้อาหารข้น 14 เปอร์เซ็นต์โปรตีนพบว่า แพะแต่ละฟาร์มมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ซึ่งในเชิงของคุณภาพของอาหารหยาบหมักอยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีมาก เมื่อแพะสามารถกินอาหารหยาบได้เต็มที่ จึงทำให้อัตราการเจริญเติบโตต่อวันเพิ่มมากขึ้น