Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2565

การบริหารจัดการและประเมินโครงการ การใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งตามศักยภาพน้ำต้นทุนในชุมชน

ภัคชาติ ศุภกรโกศัย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2565

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

งานวิจัยฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์ ๑) เพื่อประเมินผลการประยุกต์ใช้ผลงานวิจัยและนวัตกรรมแก้ไขปัญหาภัยแล้งตามศักยภาพน้ำต้นทุนในชุมชน และ ๒) เพื่อนำเสนอผลการยกระดับศักยภาพชุมชน ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี ได้แก่ ระเบียบวิธีเชิงปริมาณ ประชากรคือประชากรพื้นที่เป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน ๒๔๔ คน กลุ่มตัวอย่างคัดเลือกแบบมีจุดประสงค์คือเป็นผู้เข้าร่วมโครงการและสมัครใจในการให้ข้อมูล จำนวน ๖๔ คน เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ และค่าเฉลี่ย และระเบียบวิธีเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลด้วย ๑) เอกสาร ๒) การสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้ให้ข้อมูลสำคัญคัดเลือกแบบเจาะจงจากผู้นำชุมชนท้องถิ่น ประธานหรือผู้แทนกลุ่มประชากรที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน ๑๑ คน ๓) การถอดบทเรียนหลังปฏิบัติ การ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญคัดเลือกแบบเจาะจงจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมจำนวน ๗๑ คน ตรวจสอบความถูกต้องด้วยการลงพื้นที่ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาประกอบบริบท และการวิเคราะห์แบบอุปนัย ผลการวิจัย พบว่า ๑) ทิศทางการพัฒนาพื้นที่ตำบลบ้านขอ อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง เป็นกลยุทธ์เชิงรุก คือการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง และการส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพื่อพัฒนาให้เป็นนวัตกรรมชุมชน และทิศทางการพััฒนาพื้นที่ตำบลท่าฉนวน อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย เป็นกลยุทธ์เชิงรุก คือ การกระจายน้ำต้นทุนที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ และการส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรและพัฒนาให้เป็นนวัตกรรมชุมชน ๒) ความคิดเห็นต่อโครงการ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด ค่าคะแนนสูงที่สุดคือองค์ความรู้ที่นักวิจัยนำมาถ่ายทอดตรงกับความต้องการ รองลงมาคือ โครงการในครั้งนี้ช่วยแก้ปัญหาของชุมชนได้อย่างตรงจุด รูปแบบกิจกรรมมีความหลากหลาย และมีการให้ความรู้/การฝึกอบรมใช้งาน ตามลำดับ น้อยที่สุดคือเทคโนโลยีที่คณะนักวิจัยนำมาถ่ายทอดมีความพร้อมใช้งาน ไม่ยุ่งยากในการดูแล และมีจำนวนที่เพียงพอ, ด้านสังคม; เกิดผลกระทบเชิงลบระดับน้อยมากและเกิดผลกระทบเชิงบวกระดับมากที่สุด ค่าคะแนนสูงที่สุดคือทำให้คนในชุมชนเกิดการพัฒนาความรู้ใหม่ๆ รองลงมาคือทำให้เกิดกระบวนการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และปัญหาการจัดการทรัพยากรน้ำของชุมชนลดลง ตามลำดับ น้อยที่สุดคือช่วยให้ชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น; การเข้าร่วมโครงการทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยรวม ๑๗,๐๐๐ บาท/ปี ลดรายจ่ายลงเฉลี่ย ๑๖,๗๕๐ บาท/ปี ช่วยสร้างอาชีพเสริมใหม่ทำให้อาชีพที่ทำอยู่เดิมดีขึ้น ช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้ง และช่วยให้ชุมชนพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น ๓) ชุมชนเป้าหมายได้รับการยกระดับศักยภาพ ๖ ชุมชน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ พบมากที่สุดคือ นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีตรงตามความต้องการ, พึ่งพาตนเองได้ดีขึ้น และสามารถบริหารจัดการนวัตกรรมภายหลังการส่งมอบ รองลงมาคือ ช่วยลดต้นทุนการผลิตและเหมาะสมกับต้นทุนทางธรรมชาติ และ/หรือใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ น้อยที่สุดคือ เพิ่มเครือข่ายการทำงาน และไม่พบการนำไปเป็นต้นแบบให้กับชุมชนอื่น ๔) เกิดการยกระดับนวัตกรรมชุมชน ๓ ชุมชน ๓ นวัตกรรม ดังนี้ (๑) วิสาหกิจชุมชนเพาะเห็ดบ้านขอเหนือ ตำบลบ้านขอ อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง คือ “นวัตกรรมการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์บ้านขอเหนือ” (๒) วิสาหกิจชุมชนน้ำพริกฆ้องคำ ตำบลบ้านขอ อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง คือ “นวัตกรรมการผลิตน้ำพริกมาตรฐาน อย. บ้านฆ้องคำ” และ (๓) วิสาหกิจชุมชนผู้เพาะเลี้ยงเห็ดนางฟ้า (กลุ่มกฤษณะฟาร์ม) บ้านหนองแม่ลอน ตำบลท่าฉนวน อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย คือ “นวัตกรรมการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์มาตรฐาน อย. กลุ่มกฤษณะฟาร์ม” ปัญหาภัยแล้งของพื้นที่เป้าหมายเกิดจากขาดการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบและไม่มีประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำในฤดูฝน นวัตกรรมไม่สามารถแก้ปัญหาที่สาเหตุโดยตรง แต่ทำหน้าที่ได้ดีในการกระจายน้ำตามศักยภาพน้ำต้นทุน ช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ลดต้นทุน ลดรายจ่าย และประหยัดเวลา ผลของการพัฒนากลุ่มอาชีพประสบผลสำเร็จ จนได้รับเครื่องหมายรับรองคุณภาพ ตามศักยภาพ ส่งผลให้เกิดรายได้ เกิดกำลังใจสำหรับการทำงาน และเกิดความสามัคคีของชุมชน ความสำเร็จของโครงการคือประโยชน์ที่ประชาชนได้รับจากนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริงและตรงตามความต้องการ ปัจจัยความสำเร็จเกิดจากการประสานงานที่ดี ความร่วมมือในทุกระดับ การทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และการติดตามโครงการจากกลุ่มผู้วิจัย คำสำคัญ: การบริหารจัดการ นวัตกรรม ภัยแล้ง ศักยภาพ ชุมชน

คำสำคัญ

การใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมProblem according to wateProject Management and Evaluation of Research and Innovation Utilizedการบริหารจัดการและประเมินโครงการแก้ปัญหาภัยแล้ง

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนาศักยภาพชุมชนในการปรับตัวต่อปัญหาภัยแล้ง/การบริหารจัดการน้ำ

จำลอง โพธิ์บุญ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ พ.ศ. 2564

การจัดการน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคแบบมีส่วนร่วมของชุมชนสะเดียง

ดำรัสวิทย์ ปทุมมาศ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2559

การวิเคราะห์ศักยภาพพื้นที่ในการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำและระบบการกระจายน้ำที่เหมาะสมโดยใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศในพื้นที่ประสบภัยแล้งจังหวัดบุรีรัมย์

ณัฐพล วงษ์รัมย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ พ.ศ. 2564

การวิจัยเพื่อพัฒนาต้นแบบการบริหารจัดการน้ำเพื่อความยั่งยืน กรณีศึกษาลุ่มน้ำคลองสวนหมาก ปีที่2

สมชาย ดอนเจดีย์ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2565

การเสริมสร้างขีดความสามารถของชุมชนในการรับมือกับพิบัติภัยด้านทรัพยากรน้ำ:กรณีศึกษาลุ่มน้ำชี

สุกาญดา เชื้อสุวรรณ กรมทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2559

แนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากและการขาดแคลนน้ำโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน ตำบลโนนนาจาน อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์

จุฑามาศ เจียมสาธิต สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2562

การจัดการสภาพแวดล้อมและภาวะวิกฤตลุ่มน้ำจาง จังหวัดลำปาง

สุทธิพร สายทอง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2566

การพัฒนาระบบสารสนเทศการบริหารจัดการน้ำชุมชนเพื่อสร้างความเข้มแข็งในการปรับตัวของชุมชนท้องถิ่นเพื่อรองรับภัยแล้งจังหวัดบุรีรัมย์

ณัฐพล วงษ์รัมย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ พ.ศ. 2564

แนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบมีส่วนร่วม : กรณีศึกษาพื้นที่ลุ่มน้ำยม

สัจจา บรรจงศิริ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. 2559

การส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชนในพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยหลวง

สมเด็จ จำปี กรมป่าไม้ พ.ศ. 2564