Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2566

นครแม่สอด : การพัฒนาสังคมพหุวัฒนธรรมเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์

ทัศนีย์ เนื่องดัด มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2566

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่อง นครแม่สอด : การพัฒนาสังคมพหุวัฒนธรรมเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพทั่วไป และปัญหา อุปสรรค การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่าง สมานฉันท์ เพื่อพัฒนาสังคมพหุวัฒนธรรมเพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างสมานฉันท์ เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายการพัฒนาสังคมพหุวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ซึ่งได้ดำเนินการวิจัย แบบผสมผสาน (Mixed-Method Research) ในรูปแบบการวิจัยเชิงปริมาณ เป็นวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่าง ๆ ง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม กลุ่มตัวอย่างได้แก่ คณะสงฆ์ องค์กรภาครัฐ ประชาชน ชุมชนชาติพันธ์(พุทธ) ชุมชนชาติพันธ์(คริสต์) ชุมชนชาติพันธ์(อิสลาม) ชุมชนชาติพันธ์(พม่า) ชุมชนชาติพันธ์(กระเหรี่ยง) ในพื้นที่อำเภอแม่สอด จำนวน ๑๕๐ รูป/คน และทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร์ และการ วิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research-PAR) ใช้การสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เป็นการสัมมนากลุ่ม ย่อยจากผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านศาสนา จำนวน ๗ รูป/คน และผู้ทรงคุณวุฒิทางวิชาการ จำนวน ๙ คน โดย ข้อมูลที่ได้นำมาวิเคราะห์ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้พร้อมกับเชื่อมโยงแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง และ สรุปพร้อมเสนอผลการวิจัยด้วยวิธีการบรรยายเชิงพรรณนา ผลการวิจัยเรื่อง นครแม่สอด : การพัฒนาสังคมพหุวัฒนธรรมเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่าง สมานฉันท์ ๑) เพื่อศึกษาสภาพทั่วไป และปัญหา อุปสรรค การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่าง สมานฉันท์ ในอำเภอแม่สอด ใช้หลักทางศาสนาที่เป็นหลักประจำใจของทุกศาสนา เนื่องด้วยทุกศาสนาจะ สอนให้ทุกคนเป็นคนดี รู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา และมี การศึกษาประเพณีวัฒนธรรมความหลากหลายของแต่ละศาสนาและชาติพันธ์อย่างชัดเจน การอยู่ร่วมกัน เป็นแบบฉันพี่น้องด้านประเพณีวัฒนธรรมที่มีความเฉพาะ กิจกรรมที่จัดขึ้นเกี่ยวกับประเพณีงานบุญ ประเพณีงานบวช วัดมงคลนิมิต วัดไทยวัฒนาราม ต้องจัด ๒ ประเพณี คือ ประเพณีไทย และประเพณีพม่าเนื่องด้วยเป็นประเพณีเฉพาะของศาสนาชาติพันธ์ เพราะศาสนาได้ยึดรากฐานความเป็นเอกลักษณ์ ของประเพณีไว้ แต่ก็สามารถจัดกิจกรรมร่วมกันได้ภายใต้ขอบเขตของศาสนาและวัฒนธรรมของตน การ ทำกิจกรรมของสงฆ์ก็ใช้ ๒ ภาษา เป็นภาษาไทยกับภาษาพม่า คนในอำเภอแม่สอดมองว่าทุกศาสนาทุก ชาติพันธ์ไม่ใช่คนแปลกหน้าแต่มองว่าเป็นคนคุ้นเคยกัน มีปัญหาเล็กน้อยก็สามารถแก้ไขปัญหาได้ ทำให้ คนในอำเภอแม่สอดอยู่ร่วมกันได้โดยไม่มีปัญหาของสังคมพหุวัฒนธรรม ๒) เพื่อพัฒนาสังคมพหุวัฒนธรรมเพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่าง สมานฉันท์คือ การรักษามาตรฐานของการอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานความร่วมมือและการเข้ามามีส่วนร่วมบน ความแตกต่างทางศาสนาและชาติพันธ์ โดยยึดหลัก ๓ สถาบันเป็นศูนย์กลาง คือ ๑) สถาบันชาติทุกคนสำนัก ว่าเป็นคนในชาติเดียวกัน เกิดตายในผืนแผ่นดินไทยจะต้องไม่คิดทำลายประเทศไทย จะต้องทดแทนประเทศ ด้วยการทำหน้ที่เป็นพลเมืองที่ดี ๒) สถาบันศาสนา แม้จะนับถือศาสนาต่างกันยึดหมั่นในหลักศาสนาที่มี หลักการเดียวกัน คือ การทำความดีมีความรักความเมตตาในเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ๓) สถาบันพระมหากษัตริย์ สำนึกในพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะทรงทำนุบำรุงประเทศชาติและเป็นศูนย์รวมจิตใจให้เป็นน้ำ หนึ่งใจเดียวกัน ๓) เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายพัฒนาสังคมพหุวัฒนธรรมเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ คือ เสริมสร้างเครือข่ายองค์กรกลางที่มาจากกลุ่มศาสนาและกลุ่มชาติพันธ์ เป็นตัวแทนในการสื่อสาร ประชาสัมพันธ์งานกิจกรรมต่างๆ และสร้างกลุ่มเครือข่ายศาสนาและชาติพันธ์ร่วมกับส่วนราชการ เพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกต่อการดำเนินงาน

คำสำคัญ

Reconciliationสมานฉันท์

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

รูปแบบการเสริมสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมโดยชุมชนมีส่วนร่วมเพื่อสร้างจิตสำนึกความเป็นพลเมืองของสังคม : กรณีศึกษาตำบลนาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา

พิชญา สุวรรณโน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2565

สังคมพหุวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

เลหล้า ตรีเอกานุกูล มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย พ.ศ. 2560

กระบวนการสร้างวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันของชุมชนตามโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ : กรณีศึกษาหมู่บ้านในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้

สุรพล พรมกุล มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2559

การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือเชิงพื้นที่โดยชุมชนมีส่วนร่วม เพื่อสร้างจิตสำนึกความเป็นพลเมืองของสังคมพหุวัฒนธรรม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา สู่ความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

พิชญา สุวรรณโน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2566

Study on community

พ.ศ. 2559

การพัฒนาสังคมและชุมชนภายใต้จิตสาธารณะ

แสน กีรตินวนันท์ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. 2562

การจัดการความหลากหลายทางสังคมและพัฒนาคุณภาพชีวิตในพื้นที่ภาคกลางด้วยงานวิชาการเพื่อท้องถิ่น

สุวรีย์ ยอดฉิม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

การมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน : กรณีศึกษาชุมชนเมืองเก่า จังหวัดสุโขทัย

บงกชกร ทองสุก พ.ศ. 2562

ชุมชนสุขภาวะบนพื้นฐานศักยภาพของชุมชนและการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย: กรณีศึกษาชุมชน อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี

สุชาดา โทผล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. 2559

การปรับตัวของชุมชนบนฐานสังคมและวัฒนธรรมเพื่อรับมือการขยายตัวของเมือง กรณี บ้านบางทรายใหญ่ หมู่ที่ 2 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร

ปุณิกา หงษ์อุดร สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2566