สันติภาพไร้รอยต่อ : การพัฒนากระบวนทัศน์และความเข้าใจทางพหุวัฒนธรรมกับการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
รายงานวิจัยเรื่อง “สันติภาพไร้รอยต่อ : การพัฒนากระบวนทัศน์และความเข้าใจทางพหุวัฒนธรรมกับการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ” มีวัตถุประสงค์ คือ ๑) เพื่อวิเคราะห์รูปแบบการสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมไร้รอยต่อทางศาสนา ๒) เพื่อพัฒนากระบวนทัศน์และความเข้าใจทางสังคมพหุวัฒนธรรมกับการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และ ๓) เพื่อสร้างเครือข่ายจิตสาธารณะของสังคมพหุวัฒนธรรมกับการพัฒนาสู่เมืองสันติภาพไร้รอยต่อ โดยเป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ประกอบด้วยการวิจัยแบบคุณภาพภาคสนาม ผ่านการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่ม แกนนำในระดับชุมชนและระดับนโยบาย สำหรับการวิจัยเชิงปฏิบัติการมีการจัดกิจกรรมพัฒนากระบวนทัศน์และความเข้าใจทางพหุวัฒนธรรมกับการอยู่ร่วมกันอย่างสันติด้วยเทคนิค A-I-C และการลงพื้นที่ขับเคลื่อนกิจกรรมจิตอาสา จิตสาธารณะ ก่อนที่จะมีการประเมินผลด้วยเทคนิค AAR และการจัดกิจกรรมสัมมนาทางวิชาการเพื่อคืนข้อมูลแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง ผลการวิจัยพบว่า 1. รูปแบบการสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมไร้รอยต่อทางศาสนา ประกอบด้วย ๑) กระบวนทัศน์พื้นฐานของชุมชน ได้แก่ ความคิด ความรู้สึกร่วมของคนในชุมชน ที่รู้สึกไม่แบ่งแยกจากกัน มีความรู้สึกของการเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ไม่แบ่งพรรคแบ่งพวก ไม่แบ่งศาสนา ๒) ผู้นำทางศาสนาและปราชญ์ชาวบ้านในชุมชน ต้องเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ มีคุณธรรม เป็นต้นแบบผู้มีคุณธรรมศีลธรรมที่ดีให้กับชุมชน ๓) กิจกรรมและการดำเนินชีวิตของคนในชุมชนบนพื้นฐานของหลักการมีส่วนร่วม ได้แก่ (๑) การมีส่วนร่วมในการศึกษาปัญหาของชุมชน (๒) การมีส่วนร่วมในการวางแผนกิจกรรมของชุมชน (๓) การมีส่วนร่วมในการปฏิบัติกิจกรรมของชุมน (๔) การมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์ (๕) การมีส่วนร่วมในการประเมินผลกิจกรรมของชุมชน และ ๔) ปัญหาและการแก้ไขความขัดแย้งในชุมชน 2. การพัฒนากระบวนทัศน์และความเข้าใจทางสังคมพหุวัฒนธรรมกับการอยู่ร่วมกันอย่างสันติจะต้องดำเนินการใน 5 มิติ คือ 1) การป้องกันการเข้าใจผิดซึ่งกันและกัน 2) การสร้างความเสมอภาค เท่าเทียม ยุติธรรม และเป็นธรรม ๓) การสร้างความสมัครสมานสามัคคี 4) การส่งเสริมความซื่อสัตย์ ซื่อตรง จริงใจ และเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม 5) การสนับสนุนการอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานความแตกต่างแต่ไม่แตกแยก สำหรับแนวปฏิบัติในการพัฒนากระบวนทัศน์ในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมพหุวัฒนธรรม ควรส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้คนประพฤติปฏิบัติตามหลักบัญญัติ 10 ประการ คือ 1) การยึดมั่นในคำสอนของศาสนา 2) การเห็นคุณค่าและเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 3) การยอมรับและเคารพในความแตกต่างระหว่างบุคคล 4) การเคารพสิทธิและเสรีภาพของตนเองและผู้อื่น 5) การมีความเสมอภาคและความยุติธรรม 6) การยึดถือประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ 7) การมีจิตสำนึก จิตอาสา และจิตสาธารณะ 8) การรู้หน้าที่ มีความรับผิดชอบ 9) การมีวิจารณญาณในพูดและการแสดงความคิดเห็น และ 10) การแก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธี 3. การพัฒนาจิตสาธารณะในสังคมพหุวัฒนธรรมส่วนใหญ่จะเกิดจากวิถีชีวิตและการประพฤติ ปฏิบัติ การร่วมแรงร่วมใจ การเสียสละสุขส่วนตนเพื่อเกื้อกูลเพื่อนร่วมชุมชนหรือผู้ที่กำลังประสบกับความยากลำบากของคนในชุมชนและชุมชนอื่น ๆ ดังนี้ 1) การสนับสนุน ช่วยเหลือกันและกันในชุมชน 2) การร่วมแรงใจกันพัฒนาชุมชนในมิติต่าง ๆ และ 3) การร่วมแรงร่วมใจกับชุมชนหรือเครือข่ายอื่นที่ขยายวงกว้างมากขึ้น ขณะเดียวกันก็จะต้องประกอบด้วย 1) ภาวะผู้นำทางจิตวิญญาณของแต่ละศาสนา 2) ข้อตกลงชุมชน 3) แกนนำจิตอาสา 4) การปรับปรุงการขับเคลื่อนกิจกรรมจิตอาสา และ 5) การสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ ทั้งนี้จะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจในหลักคำสอนทางศาสนาและมีความเมตตาธรรม ซึ่งก่อให้เกิดจิตอาสาหรือจิตสาธารณะที่จะมีการสนับสนุนช่วยเหลือ เกื้อกูล เอื้ออาทร แบ่งปัน ทั้งนี้เพราะเมตตาธรรมนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับคนในทุกศาสนา และความเมตตานั้นถือเป็นวิถีแห่งการอยู่ร่วมกันแบบสันติภาพไร้รอยต่อที่สะท้อนออกมาจากการเข้าถึงแก่นทางศาสนาทั้งของตนเองและศาสนาอื่น ๆ