กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
รายงานวิจัยเรื่อง “สันติภาพไร้รอยต่อ : การพัฒนากระบวนทัศน์และความเข้าใจทางพหุวัฒนธรรมกับการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ” มีวัตถุประสงค์ คือ ๑) เพื่อวิเคราะห์รูปแบบการสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมไร้รอยต่อทางศาสนา ๒) เพื่อพัฒนากระบวนทัศน์และความเข้าใจทางสังคมพหุวัฒนธรรมกับการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และ ๓) เพื่อสร้างเครือข่ายจิตสาธารณะของสังคมพหุวัฒนธรรมกับการพัฒนาสู่เมืองสันติภาพไร้รอยต่อ โดยเป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ประกอบด้วยการวิจัยแบบคุณภาพภาคสนาม ผ่านการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่ม แกนนำในระดับชุมชนและระดับนโยบาย สำหรับการวิจัยเชิงปฏิบัติการมีการจัดกิจกรรมพัฒนากระบวนทัศน์และความเข้าใจทางพหุวัฒนธรรมกับการอยู่ร่วมกันอย่างสันติด้วยเทคนิค A-I-C และการลงพื้นที่ขับเคลื่อนกิจกรรมจิตอาสา จิตสาธารณะ ก่อนที่จะมีการประเมินผลด้วยเทคนิค AAR และการจัดกิจกรรมสัมมนาทางวิชาการเพื่อคืนข้อมูลแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง ผลการวิจัยพบว่า 1. รูปแบบการสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมไร้รอยต่อทางศาสนา ประกอบด้วย ๑) กระบวนทัศน์พื้นฐานของชุมชน ได้แก่ ความคิด ความรู้สึกร่วมของคนในชุมชน ที่รู้สึกไม่แบ่งแยกจากกัน มีความรู้สึกของการเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ไม่แบ่งพรรคแบ่งพวก ไม่แบ่งศาสนา ๒) ผู้นำทางศาสนาและปราชญ์ชาวบ้านในชุมชน ต้องเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ มีคุณธรรม เป็นต้นแบบผู้มีคุณธรรมศีลธรรมที่ดีให้กับชุมชน ๓) กิจกรรมและการดำเนินชีวิตของคนในชุมชนบนพื้นฐานของหลักการมีส่วนร่วม ได้แก่ (๑) การมีส่วนร่วมในการศึกษาปัญหาของชุมชน (๒) การมีส่วนร่วมในการวางแผนกิจกรรมของชุมชน (๓) การมีส่วนร่วมในการปฏิบัติกิจกรรมของชุมน (๔) การมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์ (๕) การมีส่วนร่วมในการประเมินผลกิจกรรมของชุมชน และ ๔) ปัญหาและการแก้ไขความขัดแย้งในชุมชน 2. การพัฒนากระบวนทัศน์และความเข้าใจทางสังคมพหุวัฒนธรรมกับการอยู่ร่วมกันอย่างสันติจะต้องดำเนินการใน 5 มิติ คือ 1) การป้องกันการเข้าใจผิดซึ่งกันและกัน 2) การสร้างความเสมอภาค เท่าเทียม ยุติธรรม และเป็นธรรม ๓) การสร้างความสมัครสมานสามัคคี 4) การส่งเสริมความซื่อสัตย์ ซื่อตรง จริงใจ และเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม 5) การสนับสนุนการอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานความแตกต่างแต่ไม่แตกแยก สำหรับแนวปฏิบัติในการพัฒนากระบวนทัศน์ในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมพหุวัฒนธรรม ควรส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้คนประพฤติปฏิบัติตามหลักบัญญัติ 10 ประการ คือ 1) การยึดมั่นในคำสอนของศาสนา 2) การเห็นคุณค่าและเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 3) การยอมรับและเคารพในความแตกต่างระหว่างบุคคล 4) การเคารพสิทธิและเสรีภาพของตนเองและผู้อื่น 5) การมีความเสมอภาคและความยุติธรรม 6) การยึดถือประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ 7) การมีจิตสำนึก จิตอาสา และจิตสาธารณะ 8) การรู้หน้าที่ มีความรับผิดชอบ 9) การมีวิจารณญาณในพูดและการแสดงความคิดเห็น และ 10) การแก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธี 3. การพัฒนาจิตสาธารณะในสังคมพหุวัฒนธรรมส่วนใหญ่จะเกิดจากวิถีชีวิตและการประพฤติ ปฏิบัติ การร่วมแรงร่วมใจ การเสียสละสุขส่วนตนเพื่อเกื้อกูลเพื่อนร่วมชุมชนหรือผู้ที่กำลังประสบกับความยากลำบากของคนในชุมชนและชุมชนอื่น ๆ ดังนี้ 1) การสนับสนุน ช่วยเหลือกันและกันในชุมชน 2) การร่วมแรงใจกันพัฒนาชุมชนในมิติต่าง ๆ และ 3) การร่วมแรงร่วมใจกับชุมชนหรือเครือข่ายอื่นที่ขยายวงกว้างมากขึ้น ขณะเดียวกันก็จะต้องประกอบด้วย 1) ภาวะผู้นำทางจิตวิญญาณของแต่ละศาสนา 2) ข้อตกลงชุมชน 3) แกนนำจิตอาสา 4) การปรับปรุงการขับเคลื่อนกิจกรรมจิตอาสา และ 5) การสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ ทั้งนี้จะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจในหลักคำสอนทางศาสนาและมีความเมตตาธรรม ซึ่งก่อให้เกิดจิตอาสาหรือจิตสาธารณะที่จะมีการสนับสนุนช่วยเหลือ เกื้อกูล เอื้ออาทร แบ่งปัน ทั้งนี้เพราะเมตตาธรรมนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับคนในทุกศาสนา และความเมตตานั้นถือเป็นวิถีแห่งการอยู่ร่วมกันแบบสันติภาพไร้รอยต่อที่สะท้อนออกมาจากการเข้าถึงแก่นทางศาสนาทั้งของตนเองและศาสนาอื่น ๆ
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 3 — 3. Concept demonstrated analytically or experimentally
มีการวิเคราะห์และสังเคราะห์เพื่อศึกษาวิเคราะห์รูปแบบการสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมไร้รอยต่อทางศาสนา และพัฒนากระบวนทัศน์และความเข้าใจทางสังคมพหุวัฒนธรรมกับการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ รวมถึงสร้างเครือข่ายจิตสาธารณะของสังคมพหุวัฒนธรรมกับการพัฒนานครศรีธรรมราชสู่เมืองสันติภาพไร้รอยต่อ ที่อาศัยการศึกษาวิเคราะห์และสังเคราะห์ เพื่อให้ได้ผลการวิเคราะห์และพัฒนากระบวนทัศน์และความเข้าใจทางสังคมพหุวัฒนธรรมกับการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ผ่านกระบวนการบันทึก การสังเกต และการเก็บข้อมูลสนับสนุนในระหว่างการการจัดเวทีสานเสวนา และเปรียบเทียบผลในลักษณะ Pretest – Postest เพื่อวิเคราะห์ผลเชิงคาดการณ์กับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพื่อนำไปสู่การสรุปวิเคราะห์ผลและรูปแบบการสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมไร้รอยต่อทางศาสนา และการนำเสนอผลการวิจัยเพื่อคืนข้อมูลกับประชาชนที่สนใจ ทั้งนี้เพื่อที่จะได้รับทราบถึงแนวคิดหรือมุมมองใหม่ที่จะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายจิตสาธารณะของสังคมพหุวัฒนธรรมกับการพัฒนานครศรีธรรมราชสู่เมืองสันติภาพไร้รอยต่อในจังหวัดอื่นๆ ต่อไป
ที่ผ่านมาในระดับวิทยาลัยสงฆ์ วิทยาเขต และระดับมหาวิทยาลัย มีการศึกษาวิจัยเพื่อสร้างแนวคิดทางเทคโนโลยี และ/หรือ นวัตกรรมทางสังคม และมีการประยุกต์ใช้นวัตกรรมทางสังคมไปประยุกต์ใช้ในบางชุมชนหรือหมู่บ้านบ้างแล้ว การวิจัยครั้งนี้จะเป็นการต่อยอดผลงานวิจัยที่เป็นนวัตกรรมทางสังคม เพื่อนำไปสู่การทดลองหรือประยุกต์ใช้ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาสังคมของมหาวิทยาลัยให้เกิดเป็นรูปธรรม รวมถึงการสังเคราะห์เป็นองค์ความรู้จากการปฏิบัติการเป็นฐานข้อมูลทางวิชาการที่จะนำไปสู่การตีพิมพ์ เผยแพร่ หรือเป็นเอกสารอ้างอิงที่จะนำไปสู่การพัฒนาพื้นที่อื่น หรือ จังหวัดอื่นต่อไป
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 4 — 4. problem validated through pilot testing in relevant environment to substantiate proposed impact and societal readiness
การวิจัยครั้งนี้ถือเป็นการตรวจสอบแนวทางในการพัฒนาการยกระดับการสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมไร้รอยต่อทางศาสนา ทั้งนี้เพื่อสรุปวิเคราะห์ผลและยืนยันในกระบวนทัศน์และความเข้าใจทางสังคมพหุวัฒนธรรมกับการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ผ่านการสร้างเครือข่ายจิตสาธารณะของสังคมพหุวัฒนธรรมกับการพัฒนาจังหวัดนครศรีธรรมราชสู่เมืองสันติภาพไร้รอยต่อ และมีการนำเสนอผลการวิจัยเพื่อคืนข้อมูลกับประชาชนและเครือข่ายที่สนใจ ทั้งนี้เพื่อที่จะได้รับทราบถึงแนวคิดหรือมุมมองใหม่ที่จะนำไปสู่การพัฒนาจังหวัดนครศรีธรรมราชสู่เมืองสันติภาพไร้รอยต่อที่มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นต่อไป
เป็นการศึกษา วิจัย ทดสอบแนวทางการพัฒนาที่ถูกกำหนดขึ้นร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเชิงคุณค่าทางคุณธรรม จริยธรรมบนพื้นฐานแห่งค่านิยม จารีตประเพณี และวัฒนธรรมอันดีของหมู่บ้านชุมชน ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ผ่านแนวคิด มุมมองของผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ ระดับจังหวัด ระดับท้องถิ่น ปราชญ์ชุมชน นักวิชาการ เพื่อพัฒนา วิเคราะห์ และสร้างรูปแบบการสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมไร้รอยต่อทางศาสนา ที่จะนำไปสู่การพัฒนาจังหวัดนครศรีธรรมราชสู่เมืองสันติภาพไร้รอยต่อ