การวิจัยเชิงปฏิบัติการผสานวิธีเพื่อส่งเสริมการฟื้นคืนสภาพครอบครัวโดยใช้กระบวนการจิตวิทยาเชิงบวกและการสนับสนุนทางสังคมของผู้ปกครองเด็กและเยาวชนที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาทำความเข้าใจกระบวนการ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นคืนสภาพครอบครัว และความต้องการพัฒนาการฟื้นคืนสภาพครอบครัวของผู้ปกครองเด็กและเยาวชนที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการส่งเสริมการฟื้นคืนสภาพครอบครัวของผู้ปกครองเด็กและเยาวชนที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว 3) เพื่อศึกษาผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงการฟื้นคืนสภาพครอบครัวของผู้ปกครองเด็กและเยาวชนที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว และ 4) เพื่อสังเคราะห์รูปแบบการส่งเสริมการฟื้นคืนสภาพครอบครัวของผู้ปกครองเด็กและเยาวชนที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ผู้วิจัยประยุกต์ใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการทางเทคนิคในการศึกษา โดยแบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การวิจัยหลักที่เป็นเชิงคุณภาพเพื่อทำความเข้าใจกระบวนการฟื้นคืนสภาพครอบครัว ผู้ร่วมวิจัย คือ สมาชิกในครอบครัวที่มีบทบาทในการดูแลเด็กและเยาวชนที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดลิมโฟไซติก (ALL) อย่างใกล้ชิด จำนวน 21 คน จาก 15 ครอบครัว และระยะที่ 2 การวิจัยเชิงปฏิบัติการทางเทคนิคเพื่อพัฒนารูปแบบการส่งเสริมการฟื้นคืนสภาพครอบครัวด้วยโดยใช้กระบวนการจิตวิทยาเชิงบวกและการสนับสนุนทางสังคม ผู้ร่วมวิจัยหลัก คือ ครอบครัวจากการวิจัยระยะที่ 1 ที่อาสาสมัครเข้าร่วมวิจัยในระยะที่ 2 จำนวน 14 คน จาก 6 ครอบครัว ผลการศึกษาพบว่าครอบครัวมีกระบวนการฟื้นคืนสภาพครอบครัว 3 ระยะ คือ ระยะก่อน ระยะระหว่าง และระยะหลังการฟื้นคืนสภาพครอบครัว ซึ่งรูปแบบการส่งเสริมการฟื้นคืนสภาพครอบครัว ประกอบด้วย 4 กระบวนการสำคัญ ได้แก่ 1) ทำความเข้าใจกระบวนการและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นคืนสภาพครอบครัวรวมทั้งความต้องการในการพัฒนาการฟื้นคืนสภาพครอบครัว 2) ให้การสนับสนุนทางสังคมและสร้างการรับรู้แหล่งสนับสนุนทางสังคม 3) เสริมสร้างความรู้สึกและความคิดเชิงบวกทั้งต่อตนเองและคนรอบข้าง และ 4) ส่งต่อประสบการณ์การฟื้นคืนสภาพครอบครัวสู่ผู้ปกครองรายใหม่ และรูปแบบการส่งเสริมการฟื้นคืนสภาพครอบครัวยังสามารถเกิดผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงทั้งข้อมูลเชิงปริมาณของคะแนนการฟื้นคืนสภาพครอบครัวและคะแนนการรับรู้การสนับสนุนทางสังคมที่เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับคะแนนก่อนเข้าร่วมกิจกรรม รวมทั้งข้อมูลเชิงคุณภาพใน 3 มิติ ได้แก่ มิติความรู้ความเข้าใจ มิติอารมณ์ความรู้สึก และมิติด้านพฤติกรรม องค์ความรู้ที่ได้ในครั้งนี้ผ่านการศึกษาหลากหลายมิติ ทั้งมิติทางสังคม มิติทางจิตวิทยา และมิติสุขภาพ สามารถนำไปเป็นแนวปฏิบัติเพื่อส่งเสริมการฟื้นคืนสภาพครอบครัวได้ โดยกลุ่มผู้ปกครองที่กำลังเผชิญการป่วยของบุตรหลานในครอบครัวสามารถประยุกต์ใช้รูปแบบในการวิจัยครั้งนี้ไปพัฒนาการฟื้นคืนสภาพครอบครัวของตนเองได้ รวมทั้งทีมสหวิชาชีพและหน่วยบริการทางสาธารณสุขสามารถนำรูปแบบหรือวิธีการที่เหมาะสมในแนวทางการวิจัยเชิงปฏิบัติการในการวิจัยครั้งนี้ไปปรับใช้เป็นกลยุทธ์ในการส่งเสริมการฟื้นคืนสภาพครอบครัวที่กำลังเผชิญสถานการณ์การเจ็บป่วยเรื้อรังอันจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับผู้ปกครองในวงกว้างและระยะยาวต่อไปได้