โครงการพื้นที่เรียนรู้ของเด็กและเยาวชนผ่านคุณค่าทุนทางศิลปกรรม ระยะที่ 2
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การพัฒนาทุนมนุษย์ของไทย คือ กุญแจสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจระยะยาว และลดความเหลื่อมล้ำ การพัฒนาทุนมนุษย์ควรเริ่มตั้งแต่วัยเด็กเพื่อให้เด็กได้พัฒนาการคิดเชิงบริหาร งานวิจัยนี้ทำการศึกษาถึง 1) ความสำคัญของพื้นที่เรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชนผ่านคุณค่าทุนทางศิลปกรรม 2) ศึกษารูปแบบการสร้างและการพัฒนาทุนมนุษย์ผ่านคุณค่าทุนทางศิลปกรรม 3) ศึกษาแนวทางการจัดพื้นที่เรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชนผ่านคุณค่าทุนทางศิลปกรรมที่มุ่งเน้นให้เกิดพิพิธภัณฑ์มีชีวิต (Living Museum) โดยการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 9 ท่าน และจัดทำการสนทนากลุ่มแบบออนไลน์ (Online Focus Group) กับกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 9 กลุ่ม รวมจำนวน 72 ท่าน แล้วนำมาวิเคราะห์และแปลผลข้อมูล ซึ่งกลุ่มเป้าหมายในการใช้พื้นที่การเรียนรู้ฯ ประกอบด้วย เด็กที่มีลักษณะการเรียนรู้แบบปกติ (Regular Child) ใน 3 ช่วงวัย คือเด็กปฐมวัย คือตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปี เด็กวัยเรียน คือตั้งแต่อายุ 7–12 ปี เยาวชน คือตั้งแต่อายุ 13–18 ปี และกลุ่มเด็กที่มีความต้องการพิเศษ (Child with Special Needs) ผลการศึกษาพบว่า แนวทางการจัดพื้นที่ฯ ตามกลุ่มเป้าหมายของเด็กปฐมวัย อายุ 0–6 ปี ต้องมีพื้นที่กลางแจ้ง ร่มรื่น พ่อแม่ร่วมกิจกรรมได้ เนื้อหาน่าสนใจเหมาะกับความสามารถของเด็ก สัมผัสจับต้องได้ มีการจัดพื้นที่ทำงานให้ลงมือปฏิบัติ เรียนและเล่นไปพร้อมกัน เด็กวัยเรียน อายุ 7–12 ปี ต้องมีพื้นที่กลางแจ้ง สามารถส่งเสียงดังได้ แบ่งโซนการเรียนรู้ออกเป็นหลาย ๆ ส่วน เนื้อหาที่นำเสนอควรมีมากกว่าสิ่งที่เด็กเรียนได้จากหนังสือเรียน เน้นการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านประสาทสัมผัส เยาวชนอายุ 13–18 ปี ต้องมีสถาปัตยกรรมที่มองเห็นแล้วอยากเข้า เนื้อหาที่นำเสนอ ตรงกับกระแสความสนใจ แปลกใหม่ มีนิทรรศการและกิจกรรมหมุนเวียน ต้องทำได้จริง ทดลองได้จริง และเห็นผลทันที เน้นกิจกรรมที่ต้องทำเป็นกลุ่ม ใช้เทคโนโลยีนำสื่อ ต้องสนับสนุนให้เรียนรู้ทุกเวลาและทุกที่เมื่อต้องการ และเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ต้องสามารถให้คนทุกประเภทเข้าถึงได้ง่าย มีจุดพักที่สงบเพื่อให้เด็กปรับตัว เน้นให้เด็กใช้สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ ใช้เนื้อหาร่วมกับเด็กที่มีการเรียนรู้ปกติ กระบวนการสำหรับการเรียนรู้ เน้นการเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสที่เหมาะสม เด็กต้องมีส่วนร่วมในการลงมือทำและเลือกกิจกรรมที่ต้องการทำเอง ส่งเสริมให้มีกิจกรรมทำร่วมกับคนอื่น ทุกกลุ่มเน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติ (Action Learning) และสิ่งที่พื้นที่นำเสนอต้องสอดคล้องกับลักษณะการใช้ชีวิตของผู้มารับบริการเพื่อให้เกิดพิพิธภัณฑ์มีชีวิต