การวิจัยและพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมชุมชนเกษตรอัจฉริยะด้วย เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับและอินเทอร์เนตของสรรพสิ่งเพื่อลดการใช้สารเคมี สารพิษตกค้างและติดตามสถานการณ์การเจริญเติบโตของพืชในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเพชรบุรี ตำบลท่าแลง อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ปัญหาสารพิษตกค้างเป็นปัญหาที่สำคัญของผู้ผลิตและผู้บริโภค จากการตรวจเลือดเกษตรกรทั้งสิ้น 317,051 ราย พบว่าในจำนวนนี้ 107,820 ราย มีผลตรวจเลือดอยู่ในระดับไม่ปลอดภัย นั่นหมายถึงจำนวน 34 เปอร์เซ็นต์ หรือ 1/3 ของเกษตรกรมีความไม่ปลอดภัยจากการใช้สารเคมี งานวิจัยนี้นำเสนอ นวัตกรรมชุมชนเกษตรอัจฉริยะเพื่อการลดการใช้สารเคมีและสารพิษในสวนกล้วยหอมทอง ตำบลท่าแลง อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี โดยออกแบบระบบเงื่อนไขการสร้างระบบประกอบส่วนฮาร์ดแวร์ 5 ส่วน คือ 1) โหนดเซนเซอร์ตรวจวัดธาตุอาหารพืช ไนโตเจน(N) ฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม (K) 2) โหนดเซนเซอร์ตรวจวัดค่าความเป็นกรด-ด่าง (PH) 3) โหนดเซนเซอร์ตรวจวัดความเข้มแสง เซนเซอร์ตรวจวัดความชื้นในดิน และเซนเซอร์วัดตรวจอุณหภูมิในดิน 4) โหนดเซนเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์และความกดดันบรรยากาศ 5) โหนดฐานประกอบด้วยระบบWIFI และ Air card ส่วนซอฟต์แวร์ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 1) โปรแกรมอาดูโนเป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการอ่านค่าข้อมูลโหนดเซนเซอร์ 4 โหนด 2) โปรแกรมเวิร์ดเพรส สำหรับการสร้างเว็บไซด์ 3) โปรแกรม PHP สำหรับการจัดการฐานข้อมูล ผลการวิจัยได้ทดสอบใน 6 ส่วนคือ 1)สภาพแวดล้อมในการทดสอบพบว่า การติดตั้งโหนดเซนเซอร์ห่างจากโหนดฐาน 20-30 เมตร ระหว่างโหนดเซนเซอร์ 20-25 เมตร 2) การทดสอบเสถียรภาพของเซนเซอร์พบว่า เซนเซอร์ทำงานได้สมบูรณ์โดยสามารถตรวจวัดสภาพอากาศและสภาพของดินโดยมี ความถูกต้องของข้อมูล 80 เปอร์เซ็นต์ เมื่อวิเคราะห์ในแต่ละเซนเซอร์พบว่า เซนเซอร์โหนด NPK โดยมีค่าธาตุอาหารไนโตเจน(N)เฉลี่ย 130 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ธาตุอาหารฟอสฟอรัส (P) เฉลี่ย 28 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และ ธาตุอาหารโพแทสเซียม (K) เฉลี่ย 80 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ความเป็นกรด-ด่าง พบว่ามีค่าอยู่ที่ 6.5 เป็นค่าที่เหมาะสมในการปลูกกล้วยหอม ความชื้นในดินอยู่ที่ 55 % และ อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 28 องศาเซลเซียส 3) การทดสอบการส่งข้อมูล ทดสอบการส่งข้อมูลแต่ละโหนดเซนเซอร์ไปยังโหนดฐาน พบว่า ข้อมูลที่ถูกบันทึกในฐานข้อมูลของโหนดฐาน ถูกต้อง 90 เปอร์เซ็นต์ การส่งข้อมูลจากโหนดฐานไปยังโฮส เป็นการส่งข้อมูลผ่านระบบ Wi-Fi ข้อมูลที่ส่งไปยังโฮสพบว่าข้อมูลมีความถูกต้อง 80 เปอร์เซ็นต์ 4) การแสดงผลส่วนสำคัญคือ เมนู แสดงสถานีตรวจวัด 1 และ 2 ภายในสถานีตรวจวัด 1 และ 2 จะมีเมนูย่อย โหนดที่ 1 –โหนดที่ 4 และการปิดเปิดรีเลย์ 5) ผลการทดสอบการวิเคราะห์พืชด้วยอากาศยานไร้คนขับ พบว่า ต้องทำการบินที่ระดับความสูง 15 เมตร เมื่อวิเคราะห์ภาพ A จะพบว่า มีความสมบูรณ์ของกล้วยมากกว่า ภาพ B และภาพ C ในภาพรวมจะพบว่า ความสมบูรณ์ของกล้วย จะสมบูรณ์จากภาพ A สมบูรณ์มากที่สุด ภาพB สมบูรณ์ระดับปานกลาง และภาพ C กล้วยถูกเชื้อราเข้าทำลายใบแห้ง เสียหายสมบูรณ์น้อยสุด 6) การนำเทคโนโลยีลงสู่ชุมชนจะถ่ายทอดในลักษณะของการร่วมกันสร้างและเรียนรู้ไปด้วยกันโดยเกษตรกรที่รับการถ่ายทอดจะเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีอายุ 25-30 ปี