โครงการการพัฒนาระบบเกษตรอัจฉริยะไฮโดรออแกนิกส์ในโรงเรือน สำหรับโคกหนองนา อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาคุณลักษณะเซนเซอร์ของระบบเกษตรอัจฉริยะไฮโดรออแกนิกส์ในโรงเรือน สำหรับโคกหนองนา อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท 2) เพื่อออกแบบและพัฒนานวัตกรรมระบบเกษตรอัจฉริยะไฮโดรออแกนิกส์ในโรงเรือน สำหรับโคกหนองนา อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท และ 3) เพื่อการสัมมนาถ่ายทอดองค์ความรู้การใช้งานระบบเกษตรอัจฉริยะไฮโดรออแกนิกส์ในโรงเรือน สำหรับโคกหนองนา อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาทไปใช้ประโยชน์ โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ เกษตรกรในชุมชนบ้านเที่ยงแท้ จังหวัดชัยนาท จำนวน 92 คน สำหรับการวิเคราะห์ความต้องการใช้งานระบบเกษตรอัจฉริยะไฮโดรออแกนิกส์ และเกษตรกร จำนวน 190 คน สำหรับการเผยแพร่องค์ความรู้ โดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง ขั้นตอนวิธีดำเนินการวิจัยประกอบไปด้วย การศึกษาคุณลักษณะเซนเซอร์ของระบบเกษตรอัจฉริยะไฮโดรออแกนิกส์ในโรงเรือน เพื่อการผลิตพืชผักคุณภาพในโรงเรือน รวมถึงต้นทุนในการทำเกษตรอัจฉริยะไฮโดรออแกนิกส์ในโรงเรือน ขั้นตอนที่ 2 ออกแบบและพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมระบบเกษตรอัจฉริยะไฮโดรออแกนิกส์ในโรงเรือนโดยโปรแกรม Arduino จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ Firebase โดยใช้ NoSQL และพัฒนาแอปพลิเคชันโดยใช้ MIT App Inventor ให้ติดตามและควบคุมระบบได้บนสมาร์ทโฟน พร้อมกับพัฒนาระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบ 24 V โดยใช้แผ่งโซล่าเซลล์ขนาด 450W จากนั้นทำการทดสอบระบบ และสอบถามความพึงพอใจของผู้ใช้ระบบเกษตรอัจฉริยะไฮโดรออแกนิกส์ในโรงเรือน ขั้นตอนที่ 3 ถ่ายทอดและการนำระบบเกษตรอัจฉริยะไฮโดรออแกนิกส์ในโรงเรือน ไปใช้ประโยชน์ เพื่อการผลิตพืชผักคุณภาพในโรงเรือนแบบอัตโนมัติ ผลจากการทดลองพบว่า เกษตรกรมีความพึงพอใจในภาพรวม อยู่ในระดับมาก (x ?=4.29, S.D.=.07) ความพึงพอใจในด้านการฝึกอบรม อยู่ในระดับมาก (x ?=3.94, S.D.=.15) ความพึงพอใจในด้านวิทยากร อยู่ในระดับมาก (x ?=4.37, S.D.=.04) ความพึงพอใจในด้านการนำความรู้ไปใช้ อยู่ในระดับมาก (x ?=4.29, S.D.=.04) และ ความพึงพอใจในด้านการบริการ อยู่ในระดับมาก (x ?=4.44, S.D.=.03) จากนั้นทำการวิเคราะห์ด้านการลงทุนด้านโครงสร้างของโรงเรือน จากการทดลองปลูกผักด้วยระบบที่พัฒนาและวิเคราะห์ระยะเวลาคืนทุนแล้ว พบว่า ในระยะคืนทุนแบบค้าส่ง การใช้รางขนาดใหญ่ ขนาดท่อ 2" ให้ระยะเวลาคืนทุนน้อยที่สุด คือ 2.52 รอบการผลิต สำหรับระยะคืนทุนแบบค้าปลีก การใช้รางขนาดใหญ่ ขนาดท่อ 2" ให้ระยะเวลาคืนทุนน้อยที่สุด คือ 1.34 รอบการผลิต และหากเกษตรกรไม่ใช้ไฟฟ้าพลังงานทางเลือก พบว่า ในระยะคืนทุนแบบค้าส่ง การใช้รางขนาดใหญ่ ขนาดท่อ 2" ให้ระยะเวลาคืนทุนน้อยที่สุด คือ 0.66 รอบการผลิต และระยะคืนทุนแบบค้าปลีก การใช้รางขนาดใหญ่ ขนาดท่อ 2" ให้ระยะเวลาคืนทุนน้อยที่สุด คือ 0.35 รอบการผลิต จากการเก็บเกี่ยวผัก 45 วันต่อ 1 รอบการผลิต