กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยครั้งนี้ใช้รูปแบบการวิจัยและพัฒนา(R&D) โดยขั้นตอนการดำเนินงานแบ่งเป็น 3 ระยะ ตามวัตถุประสงค์ ดังนี้ ระยะที่ 1 สังเคราะห์ค่าอุณหภูมิ ความชื้นที่เหมาะต่อการเติบโตของเห็ดหลินจือ ระยะที่ 2 พัฒนาระบบเซ็นเซอร์ควบคุมอุณหภูมิ ความชื้นด้วยระบบ IoT จากค่าที่สังเคราะห์ขึ้น ระยะที่ 3 ขยายผลนวัตกรรมฟาร์มอัจฉริยะสู่เกษตรกรรายอื่น ผลการวิจัย พบว่า 1) ผลสังเคราะห์ค่าเซ็นเซอร์ควบคุมความชื้นและอุณหภูมิ พบว่า สภาพที่เหมาะสมภายในโรงเรือนเห็ดหลินจือมีอุปกรณ์ช่วยเหลือ 3 ชนิด ซึ่งผลรับรองโดยเฉลี่ยทั้ง 3 ชนิด อยู่ในระดับมาก ( =4.38, S.D.=0.61) เมื่อพิจารณาผลการประเมินในแต่ละด้านมีรายละเอียด ดังนี้ 1) เซ็นเซอร์วัดความชื้น (Moisture Sensor Module) ตั้งค่าระบบในช่วงร้อยละ 60-70 มีความเหมาะสมในระดับมาก ( =4.27,S.D.=0.58) 2) เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ (Temperature sensor module) ตั้งค่าระบบในช่วง 24C–28C (องศาเซลเซียส) มีความเหมาะสมในระดับมาก ( =4.47, S.D.= 0.61) และ 3) ชุดพ่นหมอกมีการทำงานเมื่อความชื้นต่ำกว่าร้อยละ 60 และจะหยุดทำงานเมื่อความชื้นสูงกว่าร้อยละ 70 หรือหัวพ่นหมอกจะทำงานเมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 28C และจะหยุดทำงานเมื่ออุณหภูมิต่ำกว่า 24C มีความเหมาะสมในระดับมาก ( =4.40,S.D.=0.63) จึงสรุปได้ว่า ผลการสังเคราะห์และรับรองผลอุปกรณ์ทั้ง 3 ชนิด สามารถนำไปใช้งานได้เหมาะสมมาก ซึ่งเป็นองค์ความรู้ใหม่ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการตั้งค่าเซ็นเซอร์กับเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) แล้วสร้าง Application มาตรวจสอบอุณหภูมิและความชื้นในโรงเรือน โดยสามารถนำไปใช้งานได้จริงเป็นอย่างดี 2) ผลการพัฒนาระบบเซ็นเซอร์จากค่าที่สังเคราะห์ขึ้นไปควบคุมอุณหภูมิและความชื้นด้วยระบบ IoT พบว่า ความเหมาะสมของระบบ ภาพรวมทุกด้าน อยู่ในระดับดีมาก ( =4.52,S.D.=0.54) และเมื่อพิจารณาในแต่ละด้านทั้ง 4 ด้าน มีรายละเอียด ดังนี้ 1) ด้าน Function Requirement Test มีค่าเฉลี่ยระดับความเหมาะสมดีมาก ( =4.65,S.D.=0.52) 2) ด้าน Function Test มีค่าเฉลี่ยระดับความเหมาะสมดี ( =4.49,S.D.=0.53) 3) ด้าน Usability Test มีค่าเฉลี่ยระดับความเหมาะสมดีมาก ( =4.51,S.D.=0.55) และ 4) ด้าน Security Test มีค่าเฉลี่ยระดับความเหมาะสมดี ( =4.47,S.D.=0.55) สรุปว่า การนำค่าเซ็นเซอร์มาประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยี IoT สามารถควบคุมอุณหภูมิและความชื้นในโรงเรือนฟาร์มเห็ดแบบอัจฉริยะได้ดี ช่วยให้เพิ่มปริมาณน้ำหนักได้เป็นอย่างดี ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ในชุมชนที่เพิ่มผลผลิตให้ชุมชนได้เป็นอย่างดี 3) การขยายผลนวัตกรรมฟาร์มเห็ดอัจฉริยะสู่เกษตรกรรายอื่น พบว่า ผลผลิตเห็ดหลินจือที่ได้จากการเก็บข้อมูลน้ำหนักมาทำการวัดค่าทางสถิติ ซึ่งเทียบกันระหว่างโรงเรือนที่เป็นแบบปกติ(ปัจจุบัน) มาเทียบกับโรงเรือนที่ติดตั้งระบบควบคุมอุณหภูมิและความชื้นด้วย IoT ควบคุมชุดพ่นหมอกเป็นเงื่อนไขในโรงเรือน ในครั้งนี้ใช้เห็ดหลินจือ จำนวน 1,000 ก้อน พบว่า โรงเรือนที่เป็นแบบปกติ น้ำหนักเดิมอยู่ที่ 22.79 กรัมต่อดอก ส่วน โรงเรือนที่ติดตั้งระบบ IoT ควบคุม มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 29.42 กรัมต่อดอก อัตราน้ำหนักเพิ่มขึ้น 6.63 กรัมต่อดอก คิดน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 29.09% พบว่า ชุมชนเกิดความพึงพอใจภาพรวมทั้ง 4 ด้าน อยู่ในระดับมาก ( =4.36,S.D.=0.72) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านมีรายละเอียด ดังนี้ 1) ด้านความสามารถของระบบมีค่าเฉลี่ยอยู่ระดับมาก ( =4.30,S.D.=0.75) 2) ด้านการแสดงผลหรือรายงานมีค่าเฉลี่ยอยู่ระดับมาก ( =4.33,S.D.=0.72) 3) ด้านการติดต่อกับผู้ใช้มีค่าเฉลี่ยอยู่ระดับมาก ( =4.41,S.D.=0.71) และ 4) ด้านการช่วยเหลือมีค่าเฉลี่ยอยู่ระดับมาก ( =4.43,S.D.=0.69) สรุปว่า ผู้ใช้งานระบบมีความพึงพอใจมาก ที่ช่วยให้ชุมชนเพิ่มผลผลิตเพิ่มรายได้จากฟาร์มเห็ดอัจฉริยะได้เป็นอย่างดี
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 9 — 9. Operational use of deliverable
- วิสาหกิจชุมชนและทีมนักวิจัย ได้นักวิจัยชุมชนจากชาวบ้านมาเป็นวิทยากรครู และต้นกล้านักวิจัยเยาวชน เพื่อขยายผลต้นแบบนวัตกรรม IoT ให้น้ำเห็ดหลินจือผ่าน Application เพื่อการบริหารจัดการน้ำที่มีน้อยและมีจำกัด พร้อมไปขยายผลนวัตกรรมสู่ชุมชนอื่น และเพิ่มช่องทางสร้างความรู้พัฒนาเป็นอาชีพ สร้างรายได้ เพิ่มเศรษฐกิจชุมชน สร้างโอกาสรายได้ยกยกระดับผลิตภัณฑ์สินค้าวิสาหกิจชุมชนเข้าสู่ตลาดสากล
- วิสาหกิจชุมชนและนักวิจัยลงพื้นที่สำรวจ เดินสำรวจวิเคราะห์สถานที่/โรงเรือน/ฟาร์มเห็ด/ครุภัณฑ์/วัสดุการเกษตร บ่อน้ำ แท้งน้ำ ท่อ PVC สายยาง ถังน้ำ สัญญามือถือ เครื่องปั้มน้ำ..(ซับเมอร์ต) 1 ตัว /ถังพักน้ำ..2,000..ลิตร....5...ถัง /ระบบไฟฟ้า / ระบบโรงเรือนอุปกรณ์พื้นฐานอื่นๆ โดยยึดวิถีการมีส่วนร่วมชุมชน ในการพัฒนาและต่อยอดผลงานวิจัย IoT ลงสู่ชุมชน - ชุมชนและนักวิจัยร่วมศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์ ออกแบบ แลพัฒนาวิธีการแก้ปัญหาโดยชุมชนมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของผลงาน และมีแรงกระตุ้นระเบิดความต้องการจากภายในมาร่วมกันพัฒนาผลงานวิจัย IoT ในชุมชน
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 8 — 8. proposed solution(s) as well as a plan for societal adaptation complete and qualified
- ได้วิทยากรชุมชน/ครูชาวบ้านถ่ายทอดต้นแบบนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืน และได้นวัตกรรมเซ็นเซอร์ IoT ควบคุมน้ำ และควบคุมปริมาณเห็ดอัจฉริยะ ที่ผ่านการทดลองใช้งานจริงในภาคสนาม และเพิ่มช่องทางสร้างความรู้พัฒนาเป็นอาชีพ สร้างรายได้ เพิ่มเศรษฐกิจในชุมชน - ได้ต้นกล้านักวิจัยเด็กและเยาวชนพัฒนา Programs เพื่อความยั่งยืน และได้เทคโนโลยี Application ที่สั่งการจากระยะไกล เฝ้าระวังควบคุมและควบคุมปริมาณเห็ด ที่ผ่านการทดลองใช้งานจริงในภาคสนาม และเพิ่มช่องทางสร้างความรู้พัฒนาเป็นอาชีพ สร้างรายได้ เพิ่มเศรษฐกิจชุมชน - ได้ศูนย์เรียนรู้บ่มเพาะต้นกล้านักวิจัยเยาวชน เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่การขยายผลนวัตกรรมเฝ้าระวังน้ำจากเทคโนโลยี Internet Of Things (IoT) ด้วยเซ็นเซอร์ควบคุมน้ำและควบคุมปริมาณเห็ด กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกาญจนาฟาร์มเห็ด จังหวัดชัยภูมิ - ได้ทีมนักวิจัยชุมชนของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกาญจนาฟาร์มเห็ด จังหวัดชัยภูมิเป็นวิทยากรครู เพื่อขยายผลนวัตกรรมควบคุมน้ำและควบคุมเห็ด ให้เกษตรรายเก่าเดิมและรายใหม่ (Young Smart) ที่ต้องการพัฒนาอาชีพ ทั้ง 16 อำเภอ จ.ชัยภูมิ จำนวน 300 ราย
- นักวิจัยกับชาวบ้านในชุมชนมีส่วนร่วมลงพื้นที่สำรวจวิเคราะห์และสนใจนำเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ IoT มาใช้ควบคุมปริมาณเห็ด และเพิ่มช่องทางอาชีพ สร้างรายได้ เพิ่มเศรษฐกิจชุมชน - ชาวบ้านในชุมชนมีสนใจศึกษาเรียนรู้การพัฒนานวัตกรรมเฝ้าระวังน้ำจากเทคโนโลยี Internet Of Things (IoT) ด้วยเซ็นเซอร์ควบคุมน้ำ และควบคุมปริมาณเห็ดผ่าน Smart Phone - เด็กและเยาวชน ม.3-6 ในพื้นที่วิจัยมีพื้นฐานเขียน Code ding ตามหลักสูตรใหม่ สพม. และนักเรียนก็สนใจวิธีการเขียน Programs ในการพัฒนา Application จัดการเซ็นเซอร์ควบคุมน้ำ และควบคุมปริมาณเห็ดสู่ความยั่งยืน