การสร้างสรรค์สวนดอกไม้ในหุบเขาเพื่อการท่องเที่ยวและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยเรื่องการสร้างสรรค์สวนดอกไม้ในหุบเขาเพื่อการท่องเที่ยวและการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างแหล่งท่องเที่ยวสวนดอกไม้ในหุบเขาควบคู่กับกิจกรรมการท่องเที่ยว ในสวนดอกไม้เพื่อฟื้นฟู ส่งเสริม กระตุ้นเศรษฐกิจชาวบ้าน และเพื่อส่งเสริมการปลูกไม้ยืนต้นควบคู่ กับสวนดอกไม้ และพืชเศรษฐกิจเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน พื้นที่วิจัยในเขตลุ่มน้ำวางตอนบนประกอบด้วย บ้านขุนวาง บ้านแม่เตียน บ้านโป่งสมิต บ้านห้วยอีค่าง พื้นที่ความสูงตั้งแต่ 1,000 เมตรถึง 1,600 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ และการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ผลการวิจัยพบว่า การสร้างสวนดอกไม้ในหมู่บ้านขุนวาง ควรสร้างสวนนางพญาเสือโคร่งควบคู่กับการปลูกผัก ผลไม้ ดอกไม้เมืองหนาว และการท่องเที่ยว สำหรับบ้านแม่เตียน บ้านโป่งสมิต บ้านห้วยอีค่าง ควรสร้างสวนดอกไม้ควบคู่กับการทำนา ปลูกผัก ผลไม้ และดอกไม้เมืองหนาว กิจกรรมดังกล่าวแล้ว ก่อให้เกิดรายได้ตลอดปี ปริมาณสินค้าพอดีกับความต้องการซื้อ และระบบนิเวศ ในเขตหุบเขาสามารถรองรับได้ ช่วยให้เกิดการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจหมุนเวียนสอดคล้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ชาวบ้านขุนวางมีรายได้จากสวนนางพญาเสือโคร่งปีละ 780,000 - 800,000 บาท (พ.ศ. 2559 - 2560) และลดน้อยลงเพราะโควิด 19 เหลือเพียงปีละ 190,000 - 200,000 บาท (พ.ศ. 2564 – 2565) นอกจากนี้ยังมีรายได้จากการขายของที่ระลึกผักผลไม้ และการฝากรถปีละ 4,000,000 บาท ต่อหมู่บ้าน สำหรับบ้านแม่เตียน บ้านโป่งสมิต บ้านห้วยอีค่าง ชาวบ้านมีรายได้จากการขายดอกไม้ปีละ 45,000 - 75,000 บาท และรายได้จากการปลูกผักปีละ 52,000 - 60,000 บาท ต่อครอบครัว ชาวบ้านไม่ต้องการปลูกดอกไม้แปลงใหญ่ เพราะจะทำให้สินค้าล้นตลาด ชาวบ้านจึงเลี้ยงสัตว์ปลูกผักผลไม้ ดอกไม้ ปลูกข้าว และจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนควบคู่กันไปตลอดปี สำหรับบ้านขุนวาง ซึ่งมีสวนนางพญาเสือโคร่งอาจปลูกข้าวน้อยลง แต่ชาวบ้านปลูกผัก ผลไม้ ดอกไม้ และเลี้ยงสัตว์ ควบคู่กันไปเพื่อให้มีรายได้ตลอดปี