Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564

แผนงานการเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้กับชุมชนกลุ่มไม้ดอกไม้ประดับด้วยนวัตกรรมเกษตร ด้วยแนวทางมาลัยวิทยสถาน อว.

อนันต์ พิริยะภัทรกิจ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

โครงการการเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้กับชุมชนกลุ่มไม้ดอกไม้ประดับด้วยนวัตกรรมเกษตร ด้วยแนวทางมาลัยวิทยสถาน อว. ได้แบ่งการดำเนินงานโครงการออกเป็น 4 กิจกรรมย่อย โดยมีพื้นที่เป้าหมายในการดำเนินงานโครงการ 2 พื้นที่หลัก คือ พื้นที่จังหวัดเลย และจังหวัดลำปาง ทั้งนี้ได้มีผลการดำเนินงาน ดังนี้ 1. พัฒนาชุดข้อมูลพื้นฐานไม้ดอกไม้ประดับอัตลักษณ์ประจำถิ่น เพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยมีการรวบรวมข้อมูลเกษตรกรที่ปลูกเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับ ซึ่งพบว่าเกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายส่วนใหญ่มีการปลูกเลี้ยงไม้ตัดดอก เช่น เบญจมาศ กุหลาบ เยอรบีร่า ดาวเรือง และกล้วยไม้ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการปลูกเลี้ยงพรรณไม้กระถางประดับ เช่น คริสต์มาส พิทูเนีย พญาคล้าทอง ดาวเรืองฝรั่งเศส สับปะรดสี และกุหลาบ เป็นต้น ทั้งนี้ได้การจัดทำระบบชุดข้อมูลดังกล่าวไว้ในเว็ปไซด์มาลัยวิทยสถาน เพื่อให้เกษตรกรและผู้ที่สนใจสามารถเข้าถึงสินค้าไม้ดอกไม้ประดับของเกษตรกรได้ นอกจากนี้ยังได้มีการจัดทำคู่มือ ไม้ดอกไม้ประดับ (มาลัยวิทยสถาน) เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของพื้นที่ปลูกเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับจังหวัดเลย และลำปาง รวมทั้งชนิดของพรรณไม้ที่เกษตรกรปลูกเลี้ยงจำหน่าย โดยมีรายละเอียดของพรรณไม้เศรษฐกิจ พรรณไม้ดอกหอม พรรณไม้พื้นเมือง และพรรณไม้ขุดล้อม ให้ผู้บริโภคได้ทราบถึงแหล่งผลิตต้นทาง อุดหนุนสินค้าไม้ดอกไม้ประดับจากแปลงเกษตรกรโดยตรง อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้พื้นที่ได้พัฒนาสินค้า สร้างโอกาส และรายได้ เกิดความเข้มแข็งในชุมชนต่อไป 2. พัฒนาปัจจัยการผลิตในการทำเกษตรปลอดภัยสำหรับไม้ดอกไม้ประดับ โดยมีการขยายพันธุ์ต้นกล้าคริสต์มาสสีแดง สีชมพู เก๊กฮวยเหลือง เก๊กฮวยขาว และฟิโลเดนดรอนไวท์วิซาร์ด ในสภาพปลอดเชื้อด้วยเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ทดสอบความปลอดโรคแล้วส่งมอบต้นกล้าไม้ดอกไม้ประดับชนิดต่างๆ ให้กับผู้ผลิตไม้ดอกไม้ประดับจำนวน 60 ราย เพื่อใช้ทำเป็นแม่พันธุ์ต่อไป พร้อมทั้งถ่ายทอดกระบวนการอบดินและวัสดุเพาะปลูกด้วยไอน้ำเพื่อลดปัญหาที่เกิดจากโรคทางดินสำหรับพื้นที่ที่เคยมีประวัติพบโรค พัฒนาปัจจัยการผลิตกลุ่มวัสดุเพาะ วัสดุปักชำ และวัสดุปลูกที่เหมาะสมต่อการผลิตไม้ถุงไม้กระถาง พัฒนาปุ๋ยหมักจากเศษวัสดุเหลือทิ้ง ได้แก่ มูลแพะ มูลไก่แกลบ เปลือกมันล้าง และต้นดาวเรืองเหลือจากการตัดดอก และปุ๋ยอินทรีย์เคมีสูตรพื้นฐานสำหรับไม้ใบ รวมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์ภาชนะเพาะปลูกและเม็ดดินเผาจากวัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น และวัสดุเหลือทิ้งที่มีเยื่อใย เช่น กระถางดินผีตาโขน ถาดเพาะและกระถางจากวัสดุธรรมชาติ เป็นต้น 3. การยกระดับระบบการปลูกเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับที่ดีด้วยเกษตรแม่นยำ โดยพัฒนาแปลงต้นแบบการปฏิบัติที่ดีสำหรับการผลิตไม้ดอกไม้ประดับ ให้คำแนะนำการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร (มกษ. 9001 : 2556) (Good Agricultural Practice : GAP) และรับรองการผลิตไม้ดอกไม้ประดับตามมาตรฐาน GAP จำนวน 12 ราย และพัฒนาแปลงต้นแบบการปลูกเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับในรูปแบบ smart farm โดยติดตั้งเครื่องตรวจวัดและควบคุมปริมาณการให้ปัจจัยการผลิตในปริมาณที่เหมาะสมในโรงเรือน ตามแนวทางเกษตรแม่นยำ (Precision agriculture) ควบคุมการทำงานโดยระบบดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชันมือถือ ในแปลงเกษตรกรตามพื้นที่เป้าหมายให้สามารถควบคุมปัจจัยการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำ 4. นำเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวและเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในไม้ดอกและไม้ประดับเพื่อปรับปรุงคุณภาพและส่งเสริมการจัดจำหน่ายออนไลน์ ทั้งนี้ได้มีการทดสอบการใช้น้ำยายืดอายุทางการค้าชนิดต่าง ๆ และการทำพัลซิ่งเพื่อยืดอายุการปักแจกันของไม้ตัดดอก พบว่าการใช้สารละลาย RIONA ช่วยทำให้ดอกกุหลาบมีอายุการปักแจกันได้นานขึ้นและดอกมีสีแดงสดกว่า ส่วนการใช้สารละลาย ANDGRO ช่วยยืดอายุการปักแจกันของดอกเบญจมาศได้ดีที่สุด นอกจากนี้ยังพบว่า การฉีดพ่นด้วย ABA ความเข้มข้น 250 mg/L ฉีดพ่นก่อนทำการขนส่งช่วยลดอาการเหี่ยวที่เกิดจากการขาดน้ำในต้นคริสมาสต์และเบญจมาศและยังช่วยให้ทนแล้งและฟื้นตัวได้ดีภายหลังภาวะขาดน้ำ ในขณะที่การฉีดพ่นต้นคริสต์มาสด้วยสารละลาย TDZ ความเข้มข้น 10 ?M ช่วยให้ต้นคริสมาสต์คงความสดของสีใบประดับได้ดีที่สุด นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์สำหรับไม้ตัดดอกและไม้ประดับกระถางเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและปกป้องสินค้าขณะขนส่ง โดยบรรจุภัณฑ์ไม้ประดับกระถางนั้นผลิตจากพลาสติกรีไซเคิลที่มีราคาต้นทุนต่ำ และโครงสร้างที่พัฒนาขึ้นจะสามารถใช้ประโยชน์ต่อได้ (Upcycling)

คำสำคัญ

tissue cultureCompostปุ๋ยหมักการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชวัสดุปลูกไม้ดอกไม้ประดับOrnamental plantsPostharvest handlingfragrantการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวgrowing media)ไม้ดอกหอม

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนาระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์แสดงการใช้ประโยชน์ที่ดินปลูกพืชสมุนไพร ของชุมชนเทศบาลเมืองเมืองแกนพัฒนา อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

อรนุช พันโท มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2562

การพัฒนาระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์แสดงการใช้ประโยชน์ของที่ดินในการปลูกพืชสมุนไพร ในชุมชนเทศบาลเมืองเมืองแกนพัฒนา จังหวัดเชียงใหม่

อรนุช พันโท มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2560

รูปแบบการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากโครงการชลประทานในฤดูแล้งจังหวัดยโสธร

รังสรรค์ สิงหเลิศ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2559

ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท โครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็กจังหวัดเพชรบูรณ์

สุภาพร บางใบ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2555

แนวทางการพัฒนาองค์ประกอบเชิงพื้นที่และสังคม เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมกายภาพ ตลาดดอกไม้ต้นลำไย เชียงใหม่

เกศรินทร์ อิทธิพันธุ์กุล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2557

การจัดการสิ่งแวดล้อมสำหรับกิจการฟาร์มกล้วยไม้ในพื้นที่ชานเมืองกรุงเทพมหานคร

สรายุทธ คาน มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา พ.ศ. 2557

ผลกระทบของการพัฒนาพื้นที่เขตมีนบุรี ต่อธุรกิจหญ้าสนาม

นิตยา สิทธิโชค ภาควิชาบริหารธุรกิจเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2551

Zoning Rural Area For The Development Of Annual Plants

พ.ศ. 2556

โครงการ “แนวทางการส่งเสริมการปลูก และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ ข้าวหอมไชยาพันธุ์พื้นเมืองในอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี”

วริศรา สมเกียรติกุล มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี พ.ศ. 2563

แนวทางการส่งเสริมและพัฒนาการเลี้ยงโคขุน เพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก โดยเกษตรกรมีส่วนร่วม ตำบลบ่อแก้ว อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน

เดช ธิเขียว สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2565