กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ด้วยนวัตกรรมและเครือข่ายนานาชาติตามแนวทางมาลัยวิทยสถาน ในระยะที่ 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อถอดบทเรียนและเรียนรู้การดำเนินงานด้านการจัดการนวัตกรรมทางการเกษตรจากประเทศที่มีแนวปฏิบัติที่ดีผ่านการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายในการนำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาช่วยต่อยอดการดำเนินงานมาลัยวิทยสถาน นำนวัตกรรมสู่ชุมชนฐานราก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่สอดคล้องตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ข้อมูลที่นำมาใช้ในการศึกษาวิจัย ประกอบด้วย ข้อมูลทุติยภูมิจากการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเอกสาร สำหรับข้อมูลปฐมภูมิ เป็นข้อมูลที่ได้จากการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานต่างประเทศผ่านกิจกรรมการเผยแพร่ผลงาน การประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการนวัตกรรมทางการเกษตร โดยประเทศที่คัดเลือกมาเป็นกรณีศึกษาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประกอบด้วย เนเธอร์แลนด์ สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐเช็ก นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และเวียดนาม ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการปรับปรุงพันธุ์และการบริหารจัดการ โดยแต่ละปีมีผลผลิตเข้าสู่ตลาดไม้ดอกไม้ประดับเป็นจำนวนมาก ในการดำเนินโครงการ ได้มีการนำนวัตกรรมสู่ชุมชนร่วมกับหน่วยงานต่างประเทศ ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านไม้ดอกไม้ประดับให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ จำนวน 168 ราย ซึ่งมีความพร้อมในการรับถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อช่วยให้ตอบโจทย์ของชุมชน พร้อมกับจัดทำข้อมูลในรูปแบบคลิปการเรียนรู้ ผ่านสื่อออนไลน์เพื่อให้ผู้ประกอบการได้เข้ามาเรียนรู้ได้สะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่าย ผลการศึกษาพบว่า การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานไม้ดอกไม้ประดับของแต่ละประเทศมีเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องจำนวนมากตั้งแต่การพัฒนาปัจจัยการผลิต การเพาะปลูก ไปจนถึงการขนส่งผลิตภัณฑ์ไปยังลูกค้าเป้าหมาย โดยเทคโนโลยีที่โดดเด่น คือ เทคโนโลยีเรือนเพาะปลูกที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีการนำมาปรับใช้ในหลายประเทศ เช่น เนเธอร์แลนด์ จีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และเวียดนาม ในขณะเดียวกันมีการนำเทคโนโลยีชีวภาพเข้ามาช่วยในเรื่องการปรับปรุงคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์ในเรื่องสี ขนาด กลิ่น ที่โดดเด่นในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จีน นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดต่อซื้อขายระหว่างลูกค้าและเกษตรกร ซึ่งมีบทบาทสำคัญในเนเธอร์แลนด์และจีน อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีด้านโลจิสติกส์ เช่น การนำระบบอัตโนมัติมาปรับใช้ในกระบวนการขนส่งสินค้า เป็นต้น ข้อเสนอแนะเพื่อให้การดำเนินงานมาลัยวิทยสถานเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก คือ รูปแบบการบริหารจัดการที่มีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินธุรกิจ กล่าวคือ การสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เช่น การพัฒนาพันธุ์พืชและการพัฒนาปัจจัยการผลิต การพัฒนาระบบการเพาะปลูก การบรรจุภัณฑ์ การเก็บรักษา การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ การพัฒนาฐานข้อมูลเชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่อุปทาน และการพัฒนาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ทันสมัย เป็นต้น ในทางปฏิบัติควรเลือกแนวทางที่ชุมชนและหน่วยงานมีความพร้อมมากที่สุดก่อน เช่น การใช้องค์ความรู้และเทคโนโลยีของหน่วยงานวิจัยในประเทศมาปรับใช้เพื่อพัฒนานวัตกรรม โดยอาศัยจุดแข็งของทรัพยากรพื้นถิ่น เช่น พันธุ์ไม้ที่หลากหลาย ดินที่อุดมสมบูรณ์ ภูมิปัญญาด้านการเพาะปลูกที่มีอยู่ในชุมชนเกษตรกรไทย เพื่อให้อาชีพเกษตรกรรมสร้างรายได้ สำหรับในระยะยาว ควรสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานในต่างประเทศเพื่อช่วยให้ธุรกิจไม้ดอกไม้ประดับของไทยสามารถก้าวเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของโลกและมีความสามารถในการแข่งขันที่ยั่งยืน. คำสำคัญ : เศรษฐกิจเชิงพื้นที่ , เครือข่ายนานาชาติ , มาลัยวิทยสถาน
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 3 — 3. initial testing of proposed solution(s) together with relevant stakeholders
รายละเอียด : เมื่องานวิจัยเสร็จสิ้น จะทำให้ได้ข้อมูลแนวปฏิบัติที่ดีควบคู่กับการขยายผลความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศในการนำนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์เข้าสู่ชุมชนตามแนวทางมาลัยวิทยสถาน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ เป็นต้นแบบการนำนวัตกรรมสู่ชุมชนฐานรากและสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย BCG (BIO-CIRCULAR-GREEN’ ECONOMY) ซึ่งจะถูกนำไปเสนอแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง อาทิ องค์กรในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างการรับรู้ในระดับนานาชาติและขยายผลความร่วมมือด้านวิจัยพัฒนาในสาขาที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียด : ที่ผ่านมา โครงการ “มาลัยวิทยสถาน” โดย วว. มุ่งพัฒนาต่อยอดประยุกต์ใช้นวัตกรรมด้านการผลิตไม้ดอกไม้ประดับเชิงพาณิชย์ ขยายตลาดไม้ดอกไม้ประดับและผลิตภัณฑ์ ร่วมกับการจัดการแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรม ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนการสร้างคลัสเตอร์ผู้ประกอบการไม้ดอกไม้ประดับทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม เห็นว่าหากได้มีการถอดบทเรียนการดำเนินงานโครงการมาลัยวิทยสถาน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับนักวิชาการทั้งในและต่างประเทศ จะทำให้โครงการมาลัยวิทยสถานเป็นต้นแบบการนำนวัตกรรมสู่ชุมชนฐานรากและสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย BCG (BIO-CIRCULAR-GREEN’ ECONOMY)