Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564

การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มจากบัวหลวงของชุมชน ตำบลยกกระบัตร อำเภอสามเงา จังหวัดตาก

กรรณิการ์ บุญยัง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาบริบทพื้นที่ และการจัดการทรัพยากรบัวหลวงของเครือข่ายชุมชนตาบลยกกระบัตร 2) ศึกษาความต้องการของตลาด และแนวทางการสร้างมูลค่าเพิ่มจากบัวหลวง 3) พัฒนามาตรฐานของผลิตภัณฑ์ และการสร้างภาคีเครือข่ายร่วมพัฒนามูลค่าเพิ่มจากบัวหลวง 4) ศึกษาและพัฒนาช่องทางการจัดจาหน่ายผลิตภัณฑ์จากบัวหลวง ใช้ระเบียบการวิจัยแบบผสม (Mixed Method) ทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณอย่างมีส่วนร่วมมาประยุกต์ใช้เน้นกระบวนการมีส่วนร่วม กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ กลุ่มชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ (กลุ่มคนตกงานจากสถานการณ์โควิด กลุ่มเกษตรที่ต้องการอาชีพเสริม) กลุ่มชุมชนที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ (ประชาชนในพื้นที่รอบข้าง) กลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยว กลุ่มนักท่องเที่ยว และร้านค้าในสถานที่ท่องเที่ยว จานวน 119 คน โดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยเป็นแบบสัมภาษณ์ และแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลแบบพรรณนาความ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และการพรรณนาโวหาร ผลการวิจัย สรุปตามวัตถุประสงค์ได้ดังนี้ 1) การศึกษาบริบทพื้นที่ และการจัดการทรัพยากรบัวหลวง ของเครือข่ายชุมชนตาบลยกกระบัตร พบว่า พื้นที่ตาบลยกระบัตรเป็นพื้นที่ราบกว้าง ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวล้านนา ประกอบอาชีพเกษตรกร และเลี้ยงสัตว์ จากการเกนบข้อมูล ด้านรายได้ พบว่า ส่วนใหญ่กลุ่มเป้าหมายมีรายได้อยู่ต่ากว่าเส้นความยากจน ในพื้นที่มีบัวหลวงเกิดขึ้นเองตามหนองน้าธรรมชาติ มีมากที่หนองจระเข้ ขนาด 800-1,200 ไร่ คนในพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จาก บัวหลวงอย่างเตนมประสิทธิภาพ มีเพียง 10 ครอบครัว ที่เกนบไหลบัวและฝักบัวมาจาหน่าย ตื้นเขิน เกิดเป็นขยะ สร้างปัญหาให้กับชุมชนรอบหนอง และชุมชนที่ใช้น้า ส่วนในด้านช่องทางส่งเสริมการท่องเที่ยว ชุมชนสามารถนาบัวมาประกอบอาหารรับนักท่องเที่ยว เป็นกิจกรรม และเส้นทางการท่องเที่ยวตามฤดูกาล และทาการสื่อสารประชาสัมพันธ์ผ่าน สื่ออิเลนกทรอนิกส์ เช่น เวนบไซต์ สื่อสังคมออนไลน์ Facebook, Line, Instagram แผ่นพับ เป็นต้น 2) การศึกษาความต้องการของตลาด และแนวทางการสร้างมูลค่าเพิ่มจากบัวหลวง พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่นิยมบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ (ร้อยละ 84.44) เหตุผลที่ชอบใช้สินค้าเพื่อสุขภาพ คือ ดูแล/รักษาสุขภาพตนเอง (ร้อยละ 44.74) ส่วนของบัวหลวงที่ชื่นชอบในการนามาพัฒนาผลิตภัณฑ์ คือ กลีบดอกบัว (ร้อยละ 21.74) รูปแบบผลิตภัณฑ์จากดอกบัวที่ชื่นชอบ คือ การแปรรูป (ร้อยละ 21.49) คุณสมบัติจากบัวหลวงที่จะตัดสินใจซื้อ คือ สรรพคุณ (ร้อยละ 19.05) ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ คือ ตนเอง (ร้อยละ 23.49) แหล่งข้อมูลที่ทาให้ทราบถึงผลิตภัณฑ์และสรรพคุณบัวหลวง คือ อินเตอร์เนนต (ร้อยละ 42.86) แนวทางการสร้างมูลค่าเพิ่ม มี 2 รูปแบบ ดังนี้ 2.1) การนาดอกบัวหลวงมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน แล้วจึงขยายผลไปยังส่วนต่างๆ ของบัว 2.2) การนาบัวหลวงมาทาเป็นกิจกรรม เส้นทางการท่องเที่ยว ประกอบด้วย เส้นทางชมดอกบัวหลวง ในช่วงเดือน มิถุนายน-กันยายน กิจกรรมพายเรือชมความงามของดอกบัว เกนบดอกบัว ไหลบัว มาประกอบอาหารถิ่น เพื่อสร้างการเรียนรู้วิถีวัฒนธรรมชุมชนแก่ผู้มาเยือน 3) การพัฒนามาตรฐานของผลิตภัณฑ์ และการสร้างภาคีเครือข่ายร่วมพัฒนามูลค่าเพิ่มจากบัวหลวง ทีมวิจัยได้ใช้กระบวนการการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนและภาคีเครือข่ายโดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะดังนี้ ระยะที่ 1 สร้างภาคีเครือข่ายร่วมดาเนินการโครงการ ระยะที่ 2 สร้างภาคีเครือข่ายร่วมสร้างมูลค่าเพิ่มจากบัวหลวง ระยะที่ 3 หาแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรร่วมกัน จนทาให้เกิดการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากบัวหลวง จานวน 3 รูปแบบ คือ 1) แบบชง 2) แบบชาหมัก และ 3) แบบเยลลี่ โดยใช้กระบวนการ ดังนี้ 3.1) การประชุมกลุ่มผู้นาในระดับอาเภอเป็นการสร้างการรับรู้วัตถุประสงค์ของการทางานวิจัย 3.2) พูดคุยเป็นรายบุคคล กลุ่มย่อย เพื่อหากลุ่มเป้าหมายร่วมดาเนินการพัฒนาผลิตภัณฑ์ 3.3) ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายภายนอกที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมาตรฐาน 3.4) ประสานความร่วมมือทางการตลาดกับร้านค้าภายในและภายนอกชุมชนในการวางจาหน่ายผลิตภัณฑ์ 4) การศึกษาและพัฒนาช่องทางการจัดจาหน่ายผลิตภัณฑ์จากบัวหลวง มีดังนี้ 4.1) ศึกษาความต้องการของตลาด 4.2) พัฒนาผลิตภัณฑ์ และศักยภาพชุมชน 4.3) การบริหารจัดการ และการบริหารงานร่วมกันของชุมชน 4.4) จัดทาแผนธุรกิจชุมชน (CBMC) และการตลาดออนไลน์ ออฟไลน์

คำสำคัญ

DevelopingการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากGrassroot EconomyCreating Value of Royal Lotusการสร้างมูลค่าเพิ่มจากบัวหลวง

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากจากผลผลิตทางการเกษตรชุมชนบ้านวังหาด ตำบลตลิ่งชัน อำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย

วาลิกา โพธิ์หิรัญ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากด้วยชุมชนต้นแบบของจังหวัดน่าน

ธีรทัศน์ โรจน์กิจจากุล มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2566

การพัฒนาศักยภาพกลุ่มเกษตรกรสู่ธุรกิจชุมชนพึ่งพาตนเอง อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน

บุศรา ลิ้มนิรันดร์กุล สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

การสร้างนวัตกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนในอำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย

ภูริพัฒน์ แก้วศรี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย พ.ศ. 2563

การขับเคลื่อนชุมชนด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อเพิ่มคุณค่าผลิตภัณฑ์ชุมชน

นภาพรรณ พัฒนฉัตรชัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ พ.ศ. 2563

การศึกษาแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนบนฐานทรัพยากรพืชในท้องถิ่น กรณีศึกษากลุ่มเกษตรกรนอนนา เครือข่ายอินแปง ตำบลบ่อแก้ว อำเภอบ้านม่วง จังหวัดสกลนคร

เยาวลักษณ์ แก้วยอด สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2558

การเพิ่มมูลค่าให้ชุมชนไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ จังหวัดนครราชสีมา

อัมพาพร ลีลามโนธรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2565

การศึกษากระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการเพิ่มมูลค่าสินค้าทางการเกษตรเชิงพาณิชย์ของชุมชนในเขตพื้นที่ตำบลหูทำนบ อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์

ฐิติพร วรฤทธิ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ พ.ศ. 2560

การจัดการความรู้และขยายผลงานวิจัยท้องถิ่นพื้นที่เทศบาลตำบลตลาดแคเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของชุมชน

ภาสกร บัวศรี สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากจากทุนชุมชนในพื้นที่ชายแดนใต้ อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา

สิริลักษณ์ ทองพูน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2565