Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2558

ประสิทธิภาพในการผลิตพลังงานทดแทนจากฟางข้าวด้วยเชื้อ Kluyveromyces marxianus

นางกุสุมาวดี ฐานเจริญ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2558

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การย่อยฟางข้าวด้วยเอนไซม์ร่วมกับสารเคมีเพื่อใช้เป็นสับสเตรทในการผลิตเอทานอลด้วยเชื้อยีสต์ Kluyveromyces marxianus มีวัตถุประสงค์คือ 1.) เพื่อศึกษาผลการปรับสภาพฟางข้าวด้วยวิธีการที่เหมาะสม 2.) เพื่อเปรียบเทียบผลของการกำจัดสารพิษโดยใช้วิธี overliming-detoxified และ NaOH-neutralize 3.) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการผลิตเอทานอลของ K.marxianus ที่เวลาที่แตกต่างกัน 4.) เพื่อศึกษาความทนต่ออุณหภูมิและความทนต่อเอทานอลของเชื้อ K.marxianus จากผลการปรับสภาพฟางข้าว พบว่า การใช้กรดซัลฟิวริกความเข้มข้น 1%(v/v) ร่วมกับเอนไซม์ เซลลูเลสทางการค้าปริมาตร 500 ไมโครลิตร สภาวะการย่อยที่อุณหภูมิ 37?C เป็นเวลา 6 ชั่วโมง จะได้ น้ำตาลกลูโคสและไซโลสเท่ากับ 21.53 และ 69.59 กรัมต่อลิตร ตามลำดับ ผลของการทนต่ออุณหภูมิต่างๆ พบว่า ที่อุณหภูมิ 30 และ 40?C เชื้อ K. marxianus สามารถทนต่ออุณหภูมิดังกล่าวได้แต่ไม่สามารถทนต่อ อุณหภูมิ 50?C ได้ โดยมีอัตราการรอดชีวิตเท่ากับ 84.44 และ 86.81% ตามลำดับ และผลการทนต่อเอทานอลที่ความเข้มข้นต่างๆ แสดงให้เห็นว่า K. marxianus สามารถทนต่อความเข้มข้นของเอทานอล 2.5, 5, 7.5 และ 10%(v/v) ที่อุณหภูมิ 30?C 48 ชั่วโมง โดยมีอัตราการรอดชีวิตเท่ากับ 90.37, 81.48, 74.81 และ 64.81% ตามลำดับ แต่ไม่สามารถทนต่อเอทานอลความเข้มข้น 12.5 และ15%(v/v)ได้ หลังจากนั้นนำ ไฮโดรไลเสทมากำจัดสารพิษด้วยวิธี NaOH-neutralize และ Overliming-detoxified และหมักด้วยเชื้อ K. marxianus ความเข้มข้น 20% (v/v) ที่อุณหภูมิ 30?C อัตราการให้อากาศความเร็วรอบเท่ากับ 150 rpm เป็นเวลา 120 ชั่วโมง พบว่าปริมาณเอทานอลที่ได้จากการหมักสูงที่สุดอยู่ที่ 24 ชั่วโมง โดยวิธีOverliming detoxified ปริมาณเอทานอลที่ได้เท่ากับ 2.26 g/L และ NaOH-neutralize ปริมาณเอทานอลที่ได้เท่ากับ 1.92 g/L ตามลำดับ)

คำสำคัญ

EthanolเอทานอลRice strawฟางข้าวKluyveromyces marxianusalcohol dehydrogenaseเอนไซม์แอลกอฮอล์ดีไฮโดรจีเนส

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

สารเสริมพลังงานสูงสำหรับสุกรหย่านม

วันดี ทาตระกูล มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2558

การศึกษาประสิทธิภาพของแท่งเพาะชำจากวัสดุเหลือใช้อินทรีย์ที่มีการผสมปุ๋ยมูล ไส้เดือน

วรรณวิภา ไชยชาญ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย พ.ศ. 2561

ผลของคุณภาพหญ้าแพงโกล่าแห้งต่อสมรรถนะการผลิตและลักษณะซากของโคลูกผสมบราห์มันอายุมาก

นายปริญญา จเรรัชต์ กรมปศุสัตว์ พ.ศ. 2551

การใช้เทคนิคสเปกโตรสโคปีอินฟราเรดย่านใกล้ในการวิเคราะห์แอนโธไซยานินส์และความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระของข้าวกล้องและข้าวกล้องงอก

เอกพันธ์ แก้วมณีชัย มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2558

คุณค่าทางโภชนะและจลนพลศาสตร์การย่อยสลายของกากมันสําปะหลังจากการผลิตเอทานอล โดยใช้เทคนิคผลผลิตแก้ส

กังวาน ธรรมแสง มหาวิทยาลัยราชธานี พ.ศ. 2559

ประสิทธิภาพในการกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลของสารสกัดจากบอระเพ็ดในข้าว

วิชัย สรพงษ์ไพศาล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2560

ศึกษาประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ปุ๋ยชีวภาพ (พด.12) ในการละลายธาตุโพแทสเซียมต่อผลผลิตมันสำปะหลังระยอง9 ชุดดินมาบบอนในจังหวัดระยอง

กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2559

การประเมินคุณค่าทางโภชนะของใบถั่วท่าพระสไตโลแห้ง

นางพิมพาพร พลเสน กรมปศุสัตว์ พ.ศ. 2551

เปรียบเทียบประสิทธิภาพการใช้ไคโตซานและไคโตโอลิโกแซคคาไรด์จากกากเห็ดหลินจือในการยับยั้งแบคทีเรียก่อโรค ยืดอายุการเก็บรักษาน้ำมันถั่วเหลืองและในการผลิตต้นอ่อนทานตะวันที่มีพฤกษเคมีสูง

ชุติมา คงจรูญ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2560

การเพิ่มประสิทธิภาพการดูดใช้ปุ๋ยของมันสำปะหลัง โดยการควบคุมการปลดปล่อยธาตุอาหาร N P K ในรูปแบบของเจลบีด

ณัฐบดี วิริยาวัฒน์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. 2561