จิตรกรรมพุทธประวัติ เทคนิคลายกำมะลอร่วมสมัย ชุด "ภาษาคน ภาษาธรรม" ฉลองรัชธรรมราชา เฉลิมพระชนมพรรษา 69 พรรษา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จิตรกรรมพุทธประวัติ เทคนิคลายกำมะลอร่วมสมัย ชุด "ภาษาคน ภาษาธรรม" ฉลองรัชธรรมราชา เฉลิมพระชนมพรรษา 69 พรรษา นำเสนอแนวคิดในการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมเพื่อสรรเสริญและยอพระเกียรติคุณแห่งพระมหากษัตริย์อันเป็นจารีตนิยมที่นายช่างศิลปกรรม กวี ศิลปินแขนงต่างๆนิยมทำมาตั้งแต่ครั้งอดีตและนำเอาทฤษฎี ภาษาคน-ภาษาธรรม ทฤษฎีการตีความของท่านพุทธทาส ใช้เป็นต้นทางของความคิด เป็นแนวทางในการถอดรูป ตีความข้อธรรม สร้างสัญญะต่างๆเพื่อสื่อสารความคิดผ่านการ สร้างสรรค์งานจิตรกรรมเทคนิคลายกำมะลอแนวเรื่องพุทธประวัติ จำนวน 10 ผลงาน การวิจัยเริ่มต้นด้วยการลงพื้นที่ ถ่ายภาพ เก็บรวบรวมข้อมูล การศึกษาวิจัยมุ่งค้นคว้า ทดลอง วิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อหาความเป็นไปได้ใหม่ๆในการแสดงออกทางศิลปะ ข้าพเจ้าให้ความสำคัญกับการถอดความข้อธรรมและสัญญะทางศิลปะ สร้างนามธรรมขึ้นในใจและถ่ายเทมันออกมาเป็นภาพร่างและพัฒนาจนก่อรูปเป็นโครงร่างทางความคิดที่ปรากฎออกมาเป็น“ภาษาภาพ” ข้าพเจ้าสร้างสรรค์ผลงานโดยให้ความสำคัญกับ “ภาษาคน” โดยการพยายามนำเอาเนื้อหา รูปทรงและบรรยากาศของสีที่ง่ายต่อการรับรู้ของผู้คนทั่วไป เพื่อใช้เป็นสะพานเชื่อมประสานให้ผู้ชมร่วมพิจารณาผลงานและเข้าถึงเนื้อหาที่ต้องการสื่อสารผ่าน “ภาษาธรรม” สัญญะแบบอุดมคติในงานจิตรกรรมไทยประเพณีและสัญญะแบบสัจจะนิยมปรากฏขึ้นเพื่อดึงดูดความสนใจของคนรุ่นใหม่ บันทึกข้อธรรมและจารึกความจริงของยุคสมัยไว้ โดยรูปทรงทั้งหมดถูกคลุมไว้ด้วยโครงสร้างของรูปและนามที่ได้มาจากลวดลายในงานศิลปะแบบประเพณีไทย เป็นการยึดโยงความคิดและการแสดงออกทางศิลปะให้เกิดเอกภาพและความงามอย่างอุดมคติไทย ทฤษฎีที่เป็นดั่งผลสัมฤทธิ์การวิจัยส่งผลให้การทำงานศิลปะแบบไทยประเพณี มีหลักคิด-ทฤษฎี ที่สามารถอธิบายสาระของสิ่งที่ปรากฎได้อย่างมีเหตุมีผล ความจริงสมมุติ(ภาษาคน) สุนทรียะในผลงานศิลปะ(ภาษาภาพ) และความดีที่แฝงมากับข้อธรรม(ภาษาธรรม) ล้วนล่องลอยอยู่ในมโนทัศน์ ศิลปินจะหยิบฉวยเอาสิ่งใดมาใช้ ก่อน-หลัง มาก-น้อย ย่อมทำได้ ความพอดี-พอใจนั้นเป็นอัตวิสัย ทฤษฎีที่เป็นเหมือนเข็มทิศนำทางสู่การสร้างรูปสัญญะและบุคลาธิษฐานธรรม สาระสำคัญคือความมุ่งหวังว่า การทำงานวิจัยฯครั้งนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ศิลปินรุ่นใหม่และผู้สนใจศิลปะไทย สามารถใช้อธิบาย วิเคราะห์ สอบสวนย้อนกลับเพื่อพัฒนาผลงานหรือช่วยให้รับรสความงามในงานศิลปะของไทยได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น