การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตเห็ดหูหนูให้เกิดความมั่นคงในการประกอบอาชีพของเกษตรกรในจังหวัดราชบุรี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
เห็ดหูหนู เป็นหนึ่งในเห็ดเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ และเป็นเห็ดที่มีการผลิตเชิงอุตสาหกรรม สร้างอาชีพและรายได้ทางเศรษฐกิจในครัวเรือนได้ดีอีกอาชีพหนึ่ง จากข้อมูลผลผลิตเห็ดในประเทศไทยปี 2559 ชาญยุทธ์ ภาณุทัต (2559) ประมาณการว่า เห็ดหูหนูมีผลผลิตจำนวน 14,400 ตัน คิดเป็นร้อยละ 12 ของผลผลิตเห็ดในประเทศไทย รองจากผลผลิตเห็ดฟางที่ 66,000 ตัน(ร้อยละ 55) และเห็ดนางรม 24,000 ตัน (ร้อยละ 20) แหล่งผลิตเห็ดหูหนูเชิงการค้าแหล่งใหญ่อยู่ในจังหวัดราชบุรี มีการตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพาะเห็ดหูหนูบ้านเชิงสะพาน ตำบลเจดีย์หัก อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี สมาชิกรวม 128 คน โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ มีการผลิตก้อนเห็ดจำหน่ายให้สมาชิกไปบ่มและเปิดดอก ราคาก้อนละ 4 บาท (ต้นทุน 3.90 บาท) โดยที่เกษตรกรแต่ละรายจะมีโรงเรือนอย่างน้อย 2 โรงเรือน คือ โรงเรือนบ่มก้อน และโรงเรือนเปิดดอกที่บรรจุก้อนได้ 2,500 – 3,000 ก้อนต่อโรงเรือน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “เล้า” ผลผลิตที่เก็บได้เฉลี่ยก้อนละ 200 กรัม ราคาจำหน่ายขึ้นอยู่กับช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยว โดยมีพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อผลผลิตที่หน้าฟาร์ม และลงทุนในการผลิต แม้ว่าเกษตรกรจะมีประสบการณ์และทักษะในการเพาะเห็ดหูหนูมานานกว่า 10 ปี แต่ก็ยังคงพบปัญหาที่ต้องการความช่วยเหลือในทางวิชาการ ได้แก่ หัวเชื้อไม่ได้คุณภาพทำให้ดอกเห็ดเล็กลง ออกดอกไม่สม่ำเสมอ การใช้สูตรอาหารยังไม่เหมาะสมทำให้ต้นทุนการผลิตสูง การนึ่งฆ่าเชื้อยังไม่ได้ประสิทธิภาพทำให้ ก้อนเชื้อเกิดการปนเปื้อนเสียหาย และปัญหาที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ปัญหาโรคและแมลงศัตรูเห็ด ส่งผลให้ผลผลิตตกต่ำ ซึ่งจากการศึกษาของนักวิจัยของศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติในเรื่องการผลิตหัวเชื้อคุณภาพ และมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษมในการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมต่อการเพาะเห็ดหูหนูของชุมชนบ้านเชิงสะพาน จังหวัดราชบุรี ร่วมกับฟาร์มเกษตรกร นายบุญนำ มีชาลือ ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ ในปี 2562 พบว่าการใช้เทคโนโลยีการคัดเลือกหัวเชื้อที่ดี และใช้กระบวนการผลิตตามหลักวิชาการ ทำให้ผลผลิตเห็ดหูหนูของเกษตรกรเพิ่มขึ้น จากเดิมที่เกษตรกรผลิตได้เฉลี่ยน้ำหนัก 150 – 200 กรัม/ก้อน ต่อรอบการผลิตที่มีการเก็บถึง 4 ครั้ง เป็น 250 – 300 กรัม/ก้อน ต่อรอบการผลิตที่มีการเก็บไม่เกิน 3 ครั้ง ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นที่มาของการจัดทำโครงการ การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตเห็ดหูหนูเพื่อเสริมศักยภาพและความยั่งยืนในการประกอบอาชีพของเกษตรกรด้วยการนำความรู้ทางวิชาการเรื่องการคัดเลือกการใช้หัวเชื้อ กระบวนการผลิตก้อน การจัดการในโรงเรือน รวมถึงการเพิ่มมูลค่าก้อนเห็ดที่หมดอายุทิ้ง ตามแนวทางของหลักปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับเห็ดเพาะในถุง สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาเป็นแนวทางและถ่ายทอดความรู้สู่การขยายผลของเกษตรกรผู้ผลิตเห็ดหูหนูในจังหวัดราชบุรี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเห็ดหูหนูของเกษตรกรให้มีผลผลิตที่ดีและมีคุณภาพได้มาตรฐาน คุ้มค่ากับการลงทุนต่อไป