โครงการวิจัยและพัฒนาชา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยและพัฒนาชา ดำเนินการในปีงบประมาณ 2559-2564 ประกอบด้วย 4 กิจกรรม 16 การทดลอง ดังนี้ กิจกรรมที่ 1 วิจัยและพัฒนาพันธุ์ชา ได้พันธุ์ชาที่มีแนวโน้มเป็นชาพันธุ์ดี ได้แก่ ชาอัสสัมอำเภอฝาง ชาพื้นเมืองสายต้นประเทศจีน และ ชาเขียวจากต้นคัดเลือก ต้นที่ 77 ซึ่งมีการเจริญเติบโต ผลผลิต คุณภาพ และสารสำคัญอยู่ในเกณฑ์ดี กิจกรรมที่ 2 เทคโนโลยีการเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิต ได้อัตราปุ๋ยที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของต้นชา คือ กรรมวิธี ลดลง 25% N (PK เท่าเดิม (P : 7, K : 7)) มีแนวโน้มในเรื่องการเจริญเติบโต และมีปริมาณธาตุอาหารในยอดชาที่ดี และเหมาะสมกับผลผลิตและคุณภาพ คือ กรรมวิธี เพิ่มขึ้น 75% N (PK เท่าเดิม (P : 7, K : 7)) มีแนวโน้มให้ผลผลิตคุณภาพ และ ที่ปริมาณธาตุอาหารในยอดชาที่ดี แต่เนื่องจากพื้นที่ทดลองเป็นพื้นที่ป่า ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ของธาตุอาหารค่อนข้างสูง โดยเฉพาะในกลุ่มอินทรียวัตถุ โดยสังเกตได้จากผลวิเคราะห์ธาตุอาหารในดิน ทำให้การเพิ่ม หรือ ลดปุ๋ยไนโตรเจน ไม่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตมากนัก และในการปลูกชามักเจอแมลงศัตรูที่เข้าทำลายผลผลิตของชา ได้แก่ เพลี้ยอ่อนถั่วเหลือง Aphis glycines Glover เพลี้ยจักจั่นเขียวชา (Jacobiasca formosana (Paoli)) หนอนม้วนใบ (Homona coffearia (Nietner)) เพลี้ยไฟพริก (Scirtothrips dorsalis Hood) ไรแดง (Oligonychus coffeae (Nietner)) แมลงวันหนอนชอนใบ (Liriomyza sp.) มวนหลังเต่าชา (Poecilocoris latus Dallas) และยังพบร่องรอยการเข้าทำลายของมวนยุงชา (Helopeltis spp.) แต่การเข้าทำลายของแมลงศัตรูดังกล่าวยังไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผลผลิตชามาก กิจกรรมที่ 3 วิจัยการแปรรูปและสร้างมาตรฐาน ได้วิธีการแปรรูปชาขาวที่เหมาะสม คือ การผึ่งจนแห้งให้เหลือความชื้นไม่เกิน 13% (ชาจีน และ ชาอัสสัม) มีการยอมรับจากการทดสอบคุณภาพการชิมดีที่สุด วิธีการแปรรูปชาเขียวคั่ว (หลงจิ่ง) ที่เหมาะสม คือ การคั่วทันที และ ผึ่ง 1 ชั่วโมง (ชาจีน) กับ การคั่วทันที (ชาอัสสัม) มีการยอมรับจากการทดสอบคุณภาพการชิมดีที่สุด วิธีการแปรรูปชากึ่งหมักชนิดหมักแก่ (เทียะกวนอิม) ที่เหมาะสม คือ การผึ่ง 5 ชั่วโมง (ชาจีน) และ ผึ่ง 4 ชั่วโมง (ชาอัสสัม) มีการยอมรับจากการทดสอบคุณภาพการชิมดีที่สุด และ วิธีการแปรรูปชามัทฉะเหมาะสม คือ การพรางแสงด้วยตาข่ายพรางแสง 80 เปอร์เซ็นต์ สีดำสองชั้น มีคุณภาพการชิมที่ดี และ มีสาร EGCG และ ECG สูงสุด และ กิจกรรมที่ 4 การพัฒนาพันธุ์และเทคโนโลยีการผลิตชาอัสสัมในพื้นที่ภาคใต้ ได้ชาอัสสัมที่ผ่านการคัดเลือกในพื้นที่ภาคใต้ จำนวน 7 สายต้น คือ 0686, 0689, 0706, 0711, 0715, 0719 และ 0720 หลังจากนั้นนำไปปลูกเปรียบเทียบกับ ชาเจ๊ะเหม (พันธุ์เปรียบเทียบ) ต่อไป (2565-2567) และได้การตัดแต่งทรงพุ่มชาอัสสัมที่เหมาะสมในพื้นที่ภาคใต้ คือ การตัดแต่งแบบโค้งครึ่งวงกลม มีแนวโน้มที่ให้ผลผลิตดีที่สุด ทั้งขนาดทรงพุ่ม, จำนวนยอดต่อต้น, ผลผลิตต่อต้น และ เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น