การศึกษาวิเคราะห์วิธีแก้ปัญหาความขัดแย้งตามแนวทางจริยศาสตร์ในคัมภีร์ภควัทคีตา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ชื่อรายงานการวิจัย : การศึกษาวิเคราะห์วิธีแก้ปัญหาความขัดแย้งตามแนวทางจริยศาสตร์ในคัมภีร์ ภควัทคีตา ผู้วิจัย : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เสฐียร ทั่งทองมะดัน ส่วนงาน : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครราชสีมา ปีงบประมาณ : ๒๕๖๑ ทุนอุดหนุนการวิจัย : สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย บทคัดย่อ วิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ ๓ ข้อ คือ ๑) เพื่อศึกษาจริยศาสตร์ในคัมภีร์ภควัทคีตา ๒) เพื่อศึกษาปัญหาความขัดแย้ง และ ๓) เพื่อวิเคราะห์วิธีแก้ปัญหาความขัดแย้งตามแนวทางจริยศาสตร์ในคัมภีร์ภควัทคีตา เป็นการวิจัยเชิงเอกสาร จากการศึกษาพบว่า คัมภีร์ภควัทคีตามีความหมายว่า บทเพลงของพระเจ้า ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับพระกฤษณะและอรชุน มีจุดประสงค์เพื่อให้เกิดความฮึกเหิมลุกขึ้นต่อสู้ตามหน้าที่ คัมภีร์ภควัทคีตาเป็นส่วนหนึ่งของมหากาพย์มหาภารตะ ตอนที่เป็นคัมภีร์ภควัทคีตาเรียกว่าภีษมบรรพ เป็นคัมภีร์ที่เป็นบทร้อยกรองที่มีชื่อเสียงที่สุดของอินเดีย และมีอิทธิพลต่อชีวิตของชาวอินเดียมากที่สุดด้วย ภควัทคีตาเป็นคัมภีร์ที่มีคำสอนสำคัญเกี่ยวกับปรัชญา ศาสนา และจริยศาสตร์ จริยศาสตร์ในคัมภีร์ภควัทคีตาประกอบด้วย ๑) ค่าจริยธรรม เน้นหลักปฏิบัติที่เกี่ยวกับการเข้าถึงพรหมัน โดยมีการแสดงทางเข้าถึงพระเจ้าไว้ ๓ ทางคือ ทางแห่งความรู้ ทางแห่งการกระทำ และทางแห่งความภักดี ๒) เกณฑ์ตัดสินจริยธรรม ตัดสินโดยยึดเอาการปฏิบัติเพื่อรู้แจ้งพรหมันหรือการบรรลุโมกษะเป็นสิ่งสำคัญ การกระทำใดที่มาแต่พรหมันและเป็นการปฏิบัติโดยมีความหลุดพ้นเป็นเป้าหมาย กรรมนั้นจัดว่าเป็นกรรมดี ๓) จุดมุ่งหมายสูงสุดของชีวิต จุดมุ่งหมายสูงสุดของชีวิตในคัมภีร์ภควัทคีตาก็คือโมกษะ เป็นการบรรลุความเป็นหนึ่งเดียวกับพรหมัน ความขัดแย้ง เป็นความรู้สึกหรือปฏิกิริยาของบุคคล หรือกลุ่มคน ที่มีความคิดเห็น ค่านิยม และเป้าหมายไม่เป็นไปในทางเดียวกัน รวมไปถึงความขัดแย้งที่เป็นรูปแบบของการต่อสู้เพื่อทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด หรือการที่ฝ่ายหนึ่งรุกล้ำหรือขัดขวางการกระทำอีกฝ่ายเพื่อให้เป้าหมายของตนบรรลุผล ประเภทของความขัดแย้ง ประกอบด้วย ความขัดแย้งภายในตัวบุคคล ความขัดแย้งระหว่างบุคคล ความขัดแย้งระหว่างปัจเจกบุคคลกับกลุ่ม ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มหรือทีม ความขัดแย้งระหว่างองค์การ สาเหตุแห่งความขัดแย้งของบุคคลประกอบด้วยสภาพที่เป็นภูมิหลัง แบบฉบับ การรับรู้ ความรู้สึก การตกอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน การมีผลประโยชน์ขัดกัน การมีความคาดหวังในบทบาทต่างกัน การมีอคติ การแก้ปัญหาความขัดแย้งตามหลักค่าทางจริยธรรมเป็นการการแก้ปัญหาความขัดแย้งตามหลักโยคะ ๓ ประการ ทั้ง ๓ ทางนี้ สะท้อนให้เห็นแนวทางในการแก้ปัญหาความขัดแย้งในประเด็นว่ารู้ว่าเราคือใคร มีหน้าที่อะไร และเป้าหมายคือเพื่อใคร การแก้ปัญหาความขัดแย้งตามเกณฑ์การตัดสินจริยธรรม เน้นที่เป้าหมายของการกระทำเป็นสำคัญ ส่วนการแก้ปัญหาความขัดแย้งในมิติของการดำเนินชีวิต บุคคลจะต้องรู้จักงดเว้นสิ่งที่ไม่ดีงาม และปฏิบัติในสิ่งที่ดีงาม เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งในจิตใจ พร้อม ๆ กับการเสริมสร้างสิ่งที่ดีงามให้เกิดขึ้นในจิตใจ