กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ประชากรผู้สูงอายุในประเทศไทย มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งจำนวนและสัดส่วน พบว่าปี 2555 ผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปี ขึ้นไป คิดเป็น ร้อยละ 7.4 หรือ 60 ปีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 2 12.59 และคาดการณ์ ว่าอีก 20 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอด ซึ่งหมายถึง มีสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุ 65 ปี ขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 20 หรืออาจกล่าวได้ว่า ในปี 2564 หรืออีก 10 ปี ข้างหน้า ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคม สูงวัยอย่างสมบูรณ์ : Aged Society และจากนั้นอีกเพียง 10 ปี ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอด ดังนั้น ปัญหาภาวะสมองเสื่อมในกลุ่มผู้สูงอายุ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการคัดกรองและป้องกัน เนื่องจากเป็นการเสื่อมตามวัย ส่งผลให้ครอบครัว ชุมชน สังคม และระบบบริการสุขภาพ มีภาระในการดูแลเพิ่มสูงขึ้น คุณภาพชีวิตโดยรวมของผู้สูงอายุ ผู้ป่วยสมองเสื่อม และสมาชิกในครอบครัวลดลง การรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว จำเป็นต้องร่วมมือกันทุกฝ่ายในสังคม ต้องมีการพัฒนาและจัดการองค์ความรู้อย่างบูรณาการ ลงไปสู่การดูแลผู้สูงอายุที่เสี่ยง หรือมีภาวะสมองเสื่อม (ข้อมูลจาก : http://www.thairath.co.th/content/451127) ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ของผู้วิจัยในพื้นที่เทศบาลตำบลแคมป์สน เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2559 ทางเทศบาลตำบลแคมป์สน กำลังเริ่มดำเนินการสร้างโรงเรียนผู้สูงอายุ ประจำตำบล ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลบ้านเหล่าหญ้า มีกลุ่มเป้าหมายเป็น ผู้สูงอายุ จำนวน ๘๔๒ คน (ข้อมูลสถิติประชากร http://stat.dopa.go.th) จากจำนวนหมู่บ้านทั้งหมด 14 หมู่บ้าน มีอัตราส่วนการเป็นภาวะสมองเสื่อมกันเพิ่มมากขึ้น (ข้อมูลจากการสอบถามที่ รพ.สต.เหล่าหญ้า) จากความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาดังกล่าวข้างต้น ทำให้ผู้วิจัยตระหนักถึงความสำคัญในการเกิดภาวะสมองเสื่อมที่จะเกิดขึ้นในผู้สูงอายุ ดังนั้นจึงทำให้ผู้วิจัยมีความต้องการที่จะการให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุเพื่อให้เกิดการป้องกันการเกิดภาวะสมองเสื่อมขึ้นด้วยตนเองได้ ก่อนที่ประเทศไทย จะมีจำนวนผู้สูงอายุที่เกิดภาวะสมองเสื่อมมากขึ้น จนไม่สามารถหาทางป้องกันได้