การพัฒนารูปแบบการป้องกันภาวะสมองเสื่อมในระดับชุมชนสำหรับผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยง อำเภอเมือง จังหวัดเลย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อประเมินความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมของผู้สูงอายุในชุมชนเขต อำเภอเมือง จังหวัดเลย 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการป้องกันภาวะสมองเสื่อมระดับชุมชนสำหรับผู้สูงอายุในเขต อำเภอเมืองจังหวัดเลย 3)เพื่อศึกษาถึงผลของการทดลองใช้รูปแบบการป้องกันภาวะสมองเสื่อมสำหรับผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะสมองเสื่อมในชุมชนเขต อำเภอเมือง จังหวัดเลย รูปแบบการวิจัยเป็นงานวิจัยแบบภาคตัดขวาง ร่วมกับ งานวิจัยกึ่งทดลอง กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปที่มีภูมิลำเนาอาศัยอยู่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเลย โดยทำการสำรวจประเมินความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมจำนวน 202 คน และทำการทดลองรูปแบบกับผู้สูงอายุกลุ่มควบคุมจำนวน 30 คน และกลุ่มทดลองจำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้คือแบบสัมภาษณ์ และแบบทดสอบสภาพสมองเบื้องต้นฉบับภาษาไทย (Mental State Examination T10 หรือ MSET10) สถิตที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบความต่างค่าเฉลี่ยภายในกลุ่มด้วย Pair t-test และ ทดสอบความต่างค่าเฉลี่ยระหว่างกลุ่มด้วย Independent Sample t-test ผลการวิจัยพบว่า 1) จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างผู้สูงอายุจำนวน 202 คน พบว่า ผู้สูงอายุส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 70.3 มีอายุเฉลี่ย 70.49 ปี (S.D.=7.40) ผลการประเมินความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมของผู้สูงอายุพบค่าคะแนนเฉลี่ย 18.84 (S.D.=4.54) โดยมีค่าคะแนนอยู่ในช่วง 4-12 คะแนน ร้อยละ 8.4 ค่าคะแนนประเมิน 13-21 คะแนน ร้อยละ 62.4 และ ค่าคะแนนประเมินมากกว่า 22 คะแนนร้อยละ 29.2 จากการประเมินจุดตัดค่าคะแนนความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมจำแนกตามเกณฑ์ระดับการศึกษาพบว่ามีความชุกของภาวะเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมจำนวน 85 คน คิดเป็นร้อยละ 42.5 และ ไม่มีความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมจำนวน 117 คน คิดเป็นร้อยละ 57.9 2) รูปแบบการป้องกันสมองเสื่อมระดับชุมชนที่พัฒนาขึ้น คือรูปแบบกิจกรรมที่มีการผสมผสานกันระหว่าง Brain Gym และ Neurobic Exercise โดยทำการทดลองสัปดาห์ละ 1 ครั้งต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ ทำการประเมินค่าคะแนนความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมก่อนและหลังการทดลอง เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม 3) ผลการทดลองใช้รูปแบบการป้องกันสมองเสื่อมระดับชุมชน พบว่า ในกลุ่มทดลองมีค่าคะแนน MSET10 ประเมินก่อนทดลอง เฉลี่ย 20.63 (S.D.=2.97) และ หลังทดลองเฉลี่ย 22.47 (S.D.=2.74) ซี่งมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95% (p-value<0.001) กลุ่มควบคุมมีค่าคะแนนMSET10 ก่อนทดลอง เฉลี่ย 22.60 (S.D.=3.72) และหลังทดลองเฉลี่ย 22.53 (S.D.=3.68) ซึ่งไม่พบความแตกต่างระหว่างก่อนและหลังทดลอง และเมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยคะแนน MSET10 ระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ก่อนและหลังการทดลองพบว่าไม่มีความแตกต่างกัน จากผลการวิจัยนี้ควรมีการเฝ้าระวังความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุเขตอำเภอเมืองจังหวัดเลย และส่งเสริมให้มีการทำกิจกรรมป้องกันสมองเสื่อมให้กับผู้สูงอายุอย่างสม่ำเสมอเพื่อชะลอการเกิดภาวะสมองเสื่อม คำสำคัญ: ภาวะสมองเสื่อม การป้องกันภาวะสมองเสื่อม ผู้สูงอายุ จังหวัดเลย