Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2558

การศึกษาทางเศรษฐศาสตร์สำหรับการก่อสร้างและซ่อมแซมถนนแบบยืดหยุ่นเสริมแรงด้วยวัสดุใยสังเคราะห์ในประเทศไทย

ทนงศักดิ์ อิ่มใจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก พ.ศ. 2558

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การนำวัสดุใยสังเคราะห์ (Geosynthetics) มาใช้ในการออกแบบและซ่อมบารุงชั้นพื้นทางแบบยืดหยุ่นของกรมทางหลวงได้นับเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ทั้งในด้านการเพิ่มกำลังการรับแรงของชั้นพื้นทาง และในการลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบารุงรักษาระยะสั้นและระยะยาว ผลจากการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ในงานวิจัยนี้สามารถสรุปผลได้ว่าเมื่อทาการเปรียบเทียบระหว่างถนนสายรองประธานและถนนสายประธาน โดยคิดค่าวัสดุเสริมแรงใน 3 กรณี คือ กรณีก่อสร้างใหม่ กรณี Overlay สภาพเสียหายไม่มาก และกรณี Overlay สภาพเสียหายมาก จะพบว่าในถนนสายรองประธานกรณีก่อสร้างใหม่ที่ใช้ Geotextile จะมีมูลค่าลงทุนน้อยที่สุดในทุกกรณีของ %truck ในกรณี Overlay สภาพเสียหายไม่มาก จะพบว่าที่ %truck เท่ากับ 10% โดยใช้ Geogrid จะมีมูลค่าการลงทุนน้อยที่สุด ในส่วนของถนนสายประธานกรณีก่อสร้างใหม่โดยไม่เสริมวัสดุเสริมแรงจะมีมูลค่าลงทุนน้อยที่สุดในทุกกรณีของ %truck ในกรณี Overlay สภาพเสียหายไม่มาก จะพบว่าที่ %truck เท่ากับ 10% และ 20% การ Overlay โดยไม่เสริมวัสดุเสริมแรงจะมีมูลค่าการลงทุนน้อย ในด้านของความคุ้มทุนในการซ่อมบารุงของถนนที่นำมาออกแบบจากการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ พบว่าจากการคำนวณโดยใช้ปริมาณจราจร 6,000 คัน ในกรณีของการก่อสร้างใหม่มีสภาพการจราจรไม่หนาแน่นโดยใช้ Geotextile จะทาให้รอบการซ่อมบารุงถนนยาวนานขึ้นโดยที่ %truck ไม่ควรเกิน 20% จะทาให้อายุของผิวทางเท่ากับอายุของวัสดุ กรณี Overlay สภาพเสียหายไม่มาก ที่%truck ไม่ควรเกิน 10% พบว่าการใช้ Geotextile หรือ Geogrid จะทาให้รอบการซ่อมบารุงถนนยาวนานขึ้น และในกรณี Overlay สภาพเสียหายมากพบว่าการใช้วัสดุเสริมแรงจะทำให้รอบการซ่อมบารุงถนนยาวนานขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนในการซ่อมบารุงของถนนที่มีการจราจรหนาแน่นโดยมีปริมาณจราจร 10,000 คัน ในกรณีของการก่อสร้างใหม่โดยใช้ Geotextile จะทำให้รอบการซ่อมบารุงถนนยาวนานขึ้นมาก โดยอายุของผิวทางเท่ากับอายุของวัสดุถึงแม้ %truck จะสูงถึง 30% ก็ตาม กรณี Overlay สภาพเสียหายไม่มาก พบว่าการใช้ Geotextile หรือ Geogrid จะทำให้รอบการซ่อมบารุงถนนยาวนานขึ้นมากเท่ากับอายุของวัสดุ ส่วนกรณี Overlay สภาพเสียหายมากพบว่าการใช้วัสดุเสริมแรงจะทาให้รอบการซ่อมบารุงถนนยาวนานขึ้นประมาณ 1.5 เท่า แต่ถ้า %truck น้อยกว่า 10% ก็ไม่จำเป็นต้องเสริมวัสดุเสริมแรง

คำสำคัญ

Cost analysisEconomic analysisเศรษฐศาสตร์จุดคุ้มทุนFlexible pavementGeosyntheticsถนนแบบยืดหยุ่นวัสดุเส้นใยสังเคราะห์

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนาวัสดุทางเลือกของถนนชั้นพื้นทางและรองพื้นทางโดยใช้วัสดุหมุนเวียน

รัตมณี นันทสาร สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2565

โครงการวิจัยเพื่อจัดทำข้อกำหนดและวิธีการออกแบบโครงสร้างถนนลาดยางสำหรับประเทศไทย

อัคคพัฒน์ สว่างสุรีย์ กรมทางหลวง พ.ศ. 2564

การตรวจสอบเสถียรภาพทางลาดของกำแพงกันดินเสริมกำลังทั้งสองด้าน: กรณีศึกษาโครงการทางหลวงในประเทศไทย

สันติ กวินวงศ์ไพบูลย์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2559

โครงการศึกษาคุณสมบัติทางวิศวกรรมของวัสดุท้องถิ่นเพื่อการออกแบบคันทาง

มนตรี เดชาสกุลสม กรมทางหลวง พ.ศ. 2555

การศึกษาคุณสมบัติทางวิศวกรรมของวัสดุท้องถิ่นเพื่อการออกแบบคันทาง

บริษัท พีทีอี เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัด พ.ศ. 2555

การศึกษาการซ่อมบำรุงผิวจราจรคอนกรีตด้วยวัสดุใยสังเคราะห์ ร่วมกับแอสฟัลท์ติกคอนกรีต กรณีศึกษา องค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัดชลบุรี

ศักดิ์ชาย รักการ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต พ.ศ. 2561

การศึกษาการปรับปรุงดินเพื่อการก่อสร้างถนนในพื้นที่จังหวัดสงขลาและสตูล

สราวุธ จริตงาม ภาควิชาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2551

การศึกษากลยุทธ์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งทางถนนของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในประเทศไทย

นพปฎล สุวรรณทรัพย์ มหาวิทยาลัยรังสิต พ.ศ. 2561

การปรับปรุงคุณภาพของหินปลายตะแกรงสำหรับงานก่อสร้างถนน

ทวีศักดิ์ ศรีจันทร์อินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ พ.ศ. 2558

การประยุกต์ใช้หินฝุ่นร่วมกับดินซีเมนต์และวัสดุปอซโซลานเพื่อการปรับปรุงคุณภาพพื้นทาง

ณรงค์ชัย วิวัฒนาช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ พ.ศ. 2560