กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ในประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่จะใช้หินคลุกเป็นวัสดุพื้นฐานสำหรับงานถนน เนื่องจากหินคลุกที่ใช้มีปริมาณมากและเริ่มขาดแคลนควบคู่ไปกับการปรับขึ้นราคาน้ำมันซึ่งมีผลกระทบของการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายการก่อสร้างทางหลวง นอกจากนี้การผลิตของหินบดที่เกี่ยวข้องกับการขุดเจาะ การระเบิด การบดและการขนส่งสินค้าทางถนนทั้งหมดที่สร้างฝุ่นละอองที่เป็นอันตรายต่อสภาพแวดล้อม แม้ว่าดินลูกรังสามารถพบได้ในหลายพื้นที่ แต่ไม่เหมาะสมที่จะเป็นวัสดุชื้นพื้นทางสำหรับงานถนน งานวิจัยนี้จะทำการศึกษาการเพิ่มปูนซีเมนต์เพื่อปรับปรุงดินลูกรังเพื่อซ่อมแซมถนนที่เสียหายจากน้ำท่วม โดยจะศึกษาเปรียบเทียบลักษณะความแข็งแรงของปูนซีเมนต์ที่เพิ่มดินลูกรังกับหินคลุก การพัฒนาคุณภาพของดินลูกรังโดยการผสมซีเมนต์เพื่อนำมาทดแทนการใช้หินคลุกในการซ่อมแซมชั้นพื้นทางของถนนหลังน้ำท่วมเพราะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากทุกปี และต้องใช้งบประมาณในการซ่อมแซมถนนค่อนข้างสูง การนำดินลูกรังมาปรับปรุงและใช้งานในวัตถุประสงค์ดังกล่าว นอกจากช่วยประหยัดงบประมาณแล้ว ยังช่วยลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากหินคลุก เนื่องกระบวนการผลิตหินคลุกต้องผ่านกระบวนระเบิด โม่ และย่อยหิน ทำให้เกิดฝุ่นหินและเสียงดังซึ่งเป็นปัญหาและผลกระทบโดยตรงกับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง งานวิจัยนี้นอกจากจะเป็นการคิดเพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินในการซ่อมแซมถนนหลังอุทกภัยแล้ว ยังช่วยลดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมอีก ซึ่งจะเป็นประโยชน์และสมควรให้การสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง งานวิจัยนี้จะทำการศึกษาการเพิ่มคุณสมบัติทางวิศวกรรมของดินลูกรังด้วยการผสมปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทที่ 1 โดยใช้ดินลูกรังจาก บ้านห้วยโอน อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา ในอัตราส่วนร้อยละ 3, 5, 7, 9 ของน้ำหนักดินแห้งตามลำดับ ที่อายุการบ่ม 7 วัน, 14 วัน และ 28 วัน ในห้องปฎิบัติการ ซึ่งทำการทดสอบแรงอัดแบบไม่จำกัด เพื่อหาค่ากำลังรับแรงอัดของตัวอย่างดินลูกรัง ผลการทดสอบพบว่า ค่ากำลังรับแรงอัดของดินลูกรังที่ปรับปรุงด้วยปูนซีเมนต์ประเภทที่ 1 ที่ 5% อายุการบ่ม 7 วัน มีค่า 23.91 ksc ซึ่งมีค่าใกล้เคียงกับที่มาตรฐานกรมทางหลวงกำหนดไว้ คือ 21.50 ksc ถือว่าเป็นสัดส่วนผสมที่เหมาะสมที่สุดเมื่อเทียบกับส่วนผสมอื่น คำสำคัญ: ดินลูกรัง, หินคลุก, การปรับปรุงดิน, ซ่อมแซมถนนเสียหายหลังน้ำท่วม