การศึกษาการออกแบบพื้นที่สร้างรังเสียง และจุลินทรีย์ในมูลนกของนกแอ่นรังขาว
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ศึกษาการออกแบบพื้นที่สร้างรังเทียม ลักษณะของเสียง และจุลินทรีย์ในมูลนกแอ่นกินรังบ้านในภาคใต้และภาคตะวันออกของประเทศไทย ออกแบบพื้นที่สร้างรัง 3 รูปแบบโดยใช้ไม้ขนาด 13x15 ตารางเซนติเมตรที่พื้นผิวถูกเซาะร่องรูปตัวยูและพื้นที่ทำรังมีความแตกต่างกันดังนี้ รูปแบบ 1 พื้นที่ทำรังตรงมุม 180 องศา รูปแบบ 2 พื้นที่ทำรังตรงมุม 90 องศา เกิดจากไม้ขนาด 5x13 ตร.ซม. ตั้งฉาก รูปแบบ 3 พื้นที่ทำรังตรงมุม 130 องศา เกิดจากกระโจมไม้สามเหลี่ยม ตรวจสอบการใช้งานและประเมินความเหมาะสมในการเป็นพื้นที่ทำรังของนกโดยการติดตั้งแผงไม้สามรูปแบบรวม 84 แผ่น ที่บ้านรังนกสร้างใหม่ที่จังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรสาคร ชุมพรและนราธิวาสเป็นเวลา 1 ปี เมื่อมีรังนกปรากฏบนแผ่นไม้รูปแบบละ 3 รังโดยที่แต่ละรังมีความสำเร็จในการสร้างรังและมีความกว้างไม่ต่ำกว่า 2 เซนติเมตร จะจัดว่าแผงไม้รูปแบบนั้นมีศักยภาพสำหรับใช้เป็นพื้นที่สร้างรัง ผลการเปรียบเทียบการเลือกใช้งานของนกพบว่านกเลือกใช้งานแผงไม้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (c2 =28.92) และรูปแบบที่ 2 และ 3 มีศักยภาพสำหรับใช้งานในบ้านรังนก ในการวิเคราะห์เสียง ทำการบันทึกเสียงร้องของนกที่เกาะบนรัง และบันทึกเสียงสะท้อนจากนกบ้านที่สมุทรสาครในห้องที่ไม่คุ้นเคยขนาด 3.5x5x4 ลูกบาศก์เมตรในสภาพมืดและมีแสง วิเคราะห์ลักษณะของเสียงโดยใช้ SASLab Pro (v. 4.40; Avisoft Bioacoustics, Berlin) ผลการวิเคราะห์เสียงร้องแบบ social calls มีช่วงความถี่ 2-8 KHz เสียงร้องแต่ละครั้งมีความแตกต่างกันที่จำนวนพยางค์ เสียงสะท้อนนั้นมีความถี่ระหว่าง1.7-8.8 KHz ค่าเฉลี่ย 4.60 KHz. ในสภาพมืดมีการเปล่งคำ ประมาณ 500-600 คำ และลดลงมากในสภาพมีแสง ทำการเก็บตัวอย่างมูลนกจากบ้านรังนกในเขตจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม ชุมพรและจันทบุรี เพื่อศึกษาชนิดจุลินทรีย์ โดยนำมาเลี้ยงในอาหารเลี้ยงเชื้อสำหรับแบคทีเรีย ราและยีสต์ จัดจำแนกเชื้อจากสัณฐานวิทยาและทดสอบทางชีวเคมี พบเชื้อที่คาดว่าจะเป็นแบคทีเรียในกลุ่มของ Staphylococcus, Streptococcus, Corynebacterium, Bacillus, Citrobacter, Serratia, Enterobacter, Klebsiellas, ส่วนรา พบเชื้อในกลุ่ม Aspergillus sp., Penicillum sp., Trichoderma sp., Torula sp., Monilia sp., Fusarium sp., Sporotrichum sp., Cladosporium sp., และ Syncephalastrum sp, ซึ่งเชื้อที่พบทั้งหมดจัดเป็นเชื้อที่พบได้ทั่วไป แม้ในการศึกษาครั้งนี้จะตรวจไม่พบยีสต์ก่อโรค Cryptococcus neoformans แต่บุคคลเกี่ยวข้องที่ต้องทำงานสัมผัสกับมูลนก หรือคนที่อาศัยในชุมชนพื้นที่ที่มีบ้านรังนกก็ควรตระหนักถึงความเสี่ยงต่อจุลินทรีย์ที่อาจก่อโรคได้