Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2551

ศักยภาพของมันสำปะหลังเมื่อได้รับแมกนีเซียมคลอไรด์ต่อการเปลี่ยนแปลงทางกิจกรรมการสังเคราะห์แสง การสร้างผลผลิตและสารสีเพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่ม

วัลลภ อารีรบ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2551

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ปริมาณสารแซนโทฟิลล์ และคาร์โรทีนในใบมันสำปะหลัง (Manihot esculenta Crantz.) จำนวน 3 สายพันธุ์ คีอ เกษตรศาสตร์ 50 ระยอง 5 และห้วยบง 60 ที่อายุ 3 ถึง 9 เดือนหลังปลูก พบว่า ใบมันสำปะหลังสายพันธุ์ เกษตรศาสตร์ 50 และพันธุ์ห้วยบง 60 ที่อายุ 6 เดือนหลังปลูก มีปริมาณแซนโทฟิลล์สูงสุดที่ 0.7611 และ 0.8785 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้งใบ ตามลำดับ และใบมันสำปะหลังสายพันธุ์ระยอง 5 ที่อายุ 5 เดือนหลังปลูก มีปริมาณแซนโทฟิลล์สูงสุดที่ 1.1841 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้งใบ โดยเฉลี่ยปริมาณแซนโทฟิลล์ในใบมันสำปะหลังทั้ง 3 พันธุ์ คือ 0.5557 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้งใบ และปริมาณคาร์โรทีน พบว่า ใบมันสำปะหลังสายพันธุ์ เกษตรศาสตร์ 50 ระยอง 5 และห้วยบง 60 ที่อายุ 5 เดือนหลังปลูก มีปริมาณแคโรทีนสูงสุดที่ 1.1305 1.3996 และ 1.1808 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้งใบ ตามลำดับ โดยเฉลี่ยปริมาณแคโรทีนในใบมันสำปะหลังทั้ง 3 สายพันธุ์ คือ 1.2369 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้งใบ โดยแซนโทฟิลล์ และแคโรทีน มีแนวโน้มการเพิ่มปริมาณตามอายุหลังปลูกที่เพิ่มขึ้น และเมื่อเพิ่มขึ้นถึงค่าสูงสุดแล้วจะมีค่าลดลงตามอายุเก็บเกี่ยว การวิเคราะห์ปริมาณแทนนินในใบมันสำปะหลังแห้ง พบว่า สารตัวทำละลายของ 50% acetone และ 80% ethyl alcohol สามารถสกัดสารแทนนินได้สูงสุด คือ 10.833 และ 9.243 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้งใบมันสำปะหลัง ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับการสกัดแทนนินด้วยน้ำ คือ 8.03 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้งใบมันสำปะหลัง โดยมีระยะเวลาของการสกัดแทนนินด้วย Sohlex extractor ที่ 2.0 ชั่วโมงของการสกัดสารแทนนิน การวิเคราะห์ปริมาณแซนโทฟิลล์ และแคโรทีนในใบมันสำปะหลัง จำนวน 3 พันธุ์ คีอ เกษตรศาสตร์ 50 ระยอง 5 และห้วยบง 60 ที่อายุ 3 ถึง 9 เดือนหลังปลูก ด้วยวิธีมาตรฐานวิเคราะห์ AOAC (1990) พบว่า ใบมันสำปะหลังพันธุ์ เกษตรศาสตร์ 50 และพันธุ์ห้วยบง 60 ที่อายุ 6 เดือนหลังปลูก มีปริมาณแซนโทฟิลล์สูงสุดที่ 0.7611 และ 0.8785 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้งใบ ตามลำดับ และใบ มันสำปะหลังพันธุ์ ระยอง 5 ที่อายุ 5 เดือนหลังปลูก มีปริมาณแซนโทฟิลล์สูงสุดที่ 1.1841 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้งใบ โดยเฉลี่ยปริมาณแซนโทฟิลล์ในใบมันสำปะหลังทั้ง 3 พันธุ์ คือ 0.5557 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้งใบ จากการศึกษาปริมาณแคโรทีน พบว่า ใบมันสำปะหลังพันธุ์ เกษตรศาสตร์ 50 ระยอง 5 และห้วยบง 60 ที่อายุ 5 เดือนหลังปลูก มีปริมาณแคโรทีนสูงสุดที่ 1.1305 1.3996 และ 1.1808 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้งใบ ตามลำดับ โดยเฉลี่ยปริมาณแคโรทีนในใบมันสำปะหลังทั้ง 3 พันธุ์ คือ 1.2369 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้งใบ ทั้งนี้แซนโทฟิลล์ และแคโรทีน มีแนวโน้มการเพิ่มปริมาณตามอายุหลังปลูกที่เพิ่มขึ้น และเมื่อเพิ่มขึ้นถึงค่าสูงสุดแล้ว จึงมีค่าลดลงตามอายุเก็บเกี่ยว กิจกรรมเอ็นไซม์ Phosphoenolenolpyruvate carboxylase (PEPC) และเปรียบเทียบผลการเปลี่ยนแปลงกิจกรรมเอ็นไชม์ PEPC ในใบมันสำปะหลัง สายพันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 เมื่อได้รับแมกนีเซียมคลอไรด์โดยการพ่นทางใบที่ความเข้มข้น 0, 10, 15 และ 30 มิลลิโมล่าร์ พบว่า กิจกรรมเอ็นไซม์ PEPC เพิ่มขึ้นในช่วง 12 วันหลังการให้สารแมกนีเซียมคลอไรด์ที่ 2.071ไมโครโมล/มิลลิกรัมโปรตีน/นาที-1 เมื่อเทียบกับชุดควบคุมที่วัดค่าได้ 0.508ไมโครโมล/มิลลิกรัมโปรตีน/นาที-1 โดยความเข้มข้นแมกนีเซียมคลอไรด์ที่ 30 มิลลิโมล่าร์ สามารถกระตุ้นกิจกรรมของเอ็นไซม์ PEPC ได้ดีที่สุด สามารถกระตุ้นกิจกรรมของเอ็นไซม์ PEPC ได้สูงที่สุดถึง 106.66% ปริมาณสารแซนโทฟิลล์ และคาร์โรทีนในใบมันสำปะหลัง (Manihot esculenta Crantz.) จำนวน 3 สายพันธุ์ คีอ เกษตรศาสตร์ 50 ระยอง 5 และห้วยบง 60 ที่อายุ 3 ถึง 9 เดือนหลังปลูก พบว่า ใบมันสำปะหลังสายพันธุ์ เกษตรศาสตร์ 50 และพันธุ์ห้วยบง 60 ที่อายุ 6 เดือนหลังปลูก มีปริมาณแซนโทฟิลล์สูงสุดที่ 0.7611 และ 0.8785 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้งใบ ตามลำดับ และใบมันสำปะหลังสายพันธุ์ระยอง 5 ที่อายุ 5 เดือนหลังปลูก มีปริมาณแซนโทฟิลล์สูงสุดที่ 1.1841 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้งใบ โดยเฉลี่ยปริมาณแซนโทฟิลล์ในใบมันสำปะหลังทั้ง 3 พันธุ์ คือ 0.5557 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้งใบ และปริมาณคาร์โรทีน พบว่า ใบมันสำปะหลังสายพันธุ์ เกษตรศาสตร์ 50 ระยอง 5 และห้วยบง 60 ที่อายุ 5 เดือนหลังปลูก มีปริมาณแคโรทีนสูงสุดที่ 1.1305 1.3996 และ 1.1808 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้งใบ ตามลำดับ โดยเฉลี่ยปริมาณแคโรทีนในใบมันสำปะหลังทั้ง 3 สายพันธุ์ คือ 1.2369 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้งใบ โดยแซนโทฟิลล์ และแคโรทีน มีแนวโน้มการเพิ่มปริมาณตามอายุหลังปลูกที่เพิ่มขึ้น และเมื่อเพิ่มขึ้นถึงค่าสูงสุดแล้วจะมีค่าลดลงตามอายุเก็บเกี่ยว การวิเคราะห์ปริมาณแทนนินในใบมันสำปะหลังแห้ง พบว่า สารตัวทำละลายของ 50% acetone และ 80% ethyl alcohol สามารถสกัดสารแทนนินได้สูงสุด คือ 10.833 และ 9.243 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้งใบมันสำปะหลัง ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับการสกัดแทนนินด้วยน้ำ คือ 8.03 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้งใบมันสำปะหลัง โดยมีระยะเวลาของการสกัดแทนนินด้วย Sohlex extractor ที่ 2.0 ชั่วโมงของการสกัดสารแทนนิน การวิเคราะห์ปริมาณแซนโทฟิลล์ และแคโรทีนในใบมันสำปะหลัง จำนวน 3 พันธุ์ คีอ เกษตรศาสตร์ 50 ระยอง 5 และห้วยบง 60 ที่อายุ 3 ถึง 9 เดือนหลังปลูก ด้วยวิธีมาตรฐานวิเคราะห์ AOAC (1990) พบว่า ใบมันสำปะหลังพันธุ์ เกษตรศาสตร์ 50 และพันธุ์ห้วยบง 60 ที่อายุ 6 เดือนหลังปลูก มีปริมาณแซนโทฟิลล์สูงสุดที่ 0.7611 และ 0.8785 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้งใบ ตามลำดับ และใบ มันสำปะหลังพันธุ์ ระยอง 5 ที่อายุ 5 เดือนหลังปลูก มีปริมาณแซนโทฟิลล์สูงสุดที่ 1.1841 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้งใบ โดยเฉลี่ยปริมาณแซนโทฟิลล์ในใบมันสำปะหลังทั้ง 3 พันธุ์ คือ 0.5557 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้งใบ จากการศึกษาปริมาณแคโรทีน พบว่า ใบมันสำปะหลังพันธุ์ เกษตรศาสตร์ 50 ระยอง 5 และห้วยบง 60 ที่อายุ 5 เดือนหลังปลูก มีปริมาณแคโรทีนสูงสุดที่ 1.1305 1.3996 และ 1.1808 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้งใบ ตามลำดับ โดยเฉลี่ยปริมาณแคโรทีนในใบมันสำปะหลังทั้ง 3 พันธุ์ คือ 1.2369 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้งใบ ทั้งนี้แซนโทฟิลล์ และแคโรทีน มีแนวโน้มการเพิ่มปริมาณตามอายุหลังปลูกที่เพิ่มขึ้น และเมื่อเพิ่มขึ้นถึงค่าสูงสุดแล้ว จึงมีค่าลดลงตามอายุเก็บเกี่ยว กิจกรรมเอ็นไซม์ Phosphoenolenolpyruvate carboxylase (PEPC) และเปรียบเทียบผลการเปลี่ยนแปลงกิจกรรมเอ็นไชม์ PEPC ในใบมันสำปะหลัง สายพันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 เมื่อได้รับแมกนีเซียมคลอไรด์โดยการพ่นทางใบที่ความเข้มข้น 0, 10, 15 และ 30 มิลลิโมล่าร์ พบว่า กิจกรรมเอ็นไซม์ PEPC เพิ่มขึ้นในช่วง 12 วันหลังการให้สารแมกนีเซียมคลอไรด์ที่ 2.071ไมโครโมล/มิลลิกรัมโปรตีน/นาที-1 เมื่อเทียบกับชุดควบคุมที่วัดค่าได้ 0.508ไมโครโมล/มิลลิกรัมโปรตีน/นาที-1 โดยความเข้มข้นแมกนีเซียมคลอไรด์ที่ 30 มิลลิโมล่าร์ สามารถกระตุ้นกิจกรรมของเอ็นไซม์ PEPC ได้ดีที่สุด สามารถกระตุ้นกิจกรรมของเอ็นไซม์ PEPC ได้สูงที่สุดถึง 106.66%

คำสำคัญ

CassavaValue AddedcarotenoidLuteinCaroteneManihot esculentaHigh performance liquid chromatography (HPLC)column chromatographyZeaxanthinThin layer chromatography (TLC)5-bisphosphate carboxylase (RuBPCase)ribulose-1violxanthinxanthophyll

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

อิทธิพลของการช่วยผสมเกสรต่อการเพิ่มผลผลิตและคุณภาพของผลน้อยหน่าลูกผสมพันธุ์เพชรปากช่องโดยใช้ละอองเรณูต่างพันธุ์

เรืองศักดิ์ กมขุนทด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2560

ความหลากหลายทางชีวภาพของราเอนโดไฟท์จากใบไม้ในเขตอนุรักษ์พืชป่าชายเลนและความสามารภในการสร้างสารยับยั้งรา Alternaria brassicicola.

อภิรดี ปิลันธนภาคย์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2554

ชุดโครงการวิจัยและพัฒนามันสำปะหลัง

จิณณจาร์ หาญเศรษฐสุข กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2559

โครงการปรับปรุงพันธุ์เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตพริก

วิลาวัณย์ ใคร่ครวญ กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2558

อิทธิพลของปริมาณความชื้น และการพรางแสงต่อการเจริญเติบโตของพรรณไม้น้ำสกุลอนูเบียส

สมเกียรติ สีสนอง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2553

ผลของสีแคลลัสและระยะเวลาในการเพาะเลี้ยงต่อปริมาณสารทุติยภูมิของแคลลัสกระเจี๊ยบแดง

อรุณพร อิฐรัตน์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2562

ผลของการพรางแสงต่อการเจริญเติบโตและปริมาณสารเอเชียติโคไซด์ของบัวบกสายพันธุ์ สารคามก้านเขียว ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม

เกรียงศักดิ์ ไพรวรรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2558

ผลของสารละลายเคมีต่ออายุการปักแจกัน ของดอกว่านสี่ทิศพันธุ์พื้นเมืองสีแดง

วุฒิรัตน์ พัฒนิบูลย์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง พ.ศ. 2554

การปรับปรุงพันธุ์เห็ดฟางเพื่อเพิ่มผลผลิตด้วยการชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์

เอกพันธ์ บางยี่ขัน มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2560

แอคติโนมัยซีทที่ส่งเสริมการเจริญของพืชและลักษณะทางอนุกรมวิธานของเชื้อเหล่านั้น

จิตติ ท่าไว สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2553