ชุดโครงการวิจัยและพัฒนามันสำปะหลัง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยและพัฒนาพันธุ์มันสาปะหลัง ที่ดาเนินการในชํวงปี 2554-2558 มีวัตถุประสงค์เพื่อให๎ ได๎พันธุ์ที่ให๎ผลผลิตและแปูงสูง เพื่อใช๎ในอุตสาหกรรม อยำงน๎อย 1 พันธุ์ ได๎พันธุ์ที่ให๎ผลผลิตสูงเมื่อเก็บเกี่ยว อายุไมํเกิน 8 เดือน อยำงน๎อย 1 พันธุ์ รวมทั้งได๎พันธุ์จานวนหนึ่งสาหรับใช๎เป็นพํอ-แมํ ในการผลิตลูกผสมที่มี คุณสมบัติเฉพาะเจาะจงเพื่อเพิ่มมูลคำของผลผลิต ได๎ข๎อมูลและองค์ความรู๎ที่สามารถนาไปใช๎ประโยชน์ในการ สนับสนุนและพัฒนางานปรับปรุงพันธุ์ การจัดเก็บเชื้อพันธุ์ และการขยายพันธุ์แบบรวดเร็ว และได๎ฐานข๎อมูล ด๎านตำง ๆ ของเชื้อพันธุ์อนุรักษ์ โดยการดาเนินงานเพื่อให๎บรรลุตามวัตถุประสงค์ ประกอบด๎วย 5 กิจกรรม วิจัย ได๎แกํ วิจัยและพัฒนาพันธุ์มันสาปะหลังเพื่ออุตสาหกรรม วิจัยและพัฒนาพันธุ์มันสาปะหลังเพื่อเก็บเกี่ยว อายุสั้น วิจัยและพัฒนาพันธุ์มันสาปะหลังเพื่อเพิ่มมูลคำ วิจัยพื้นฐานและข๎อมูลจาเพาะของพันธุ์ และการ จัดทาฐานข้อมูลเชื้อพันธุกรรม ผลการดาเนินงาน ในกิจกรรมวิจัยและพัฒนาพันธุ์มันสาปะหลังเพื่อเพื่ออุตสาหกรรม ได๎พันธุ์มัน สาปะหลังที่ให๎ผลผลิตและแปูงสูง 1 พันธุ์ คือ ระยอง 86-13 ซึ่งได๎ผำนการรับรองและแนะนาให๎เกษตรกรปลูก ในปี 2556 เป็นลูกผสมชุดปี 2546 จากการผสมข๎ามพันธุ์ระหวำงพันธุ์แมํที่มีแปูงสูงและผลผลิตสูง คือพันธุ์ ระยอง 11 กับพันธุ์พํอที่ให๎ผลผลิตสูงและปรับตัวได๎ดีกับสภาพแวดล๎อม คือพันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 มีผลผลิต แปูง และ ผลผลิตหัวสด เฉลี่ย 1,196 และ 4,513 กิโลกรัมตํอไรํ มีแปูง 26.3 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกวำพันธุ์ ระยอง 5 ระยอง 7 และระยอง 9 (ให๎ผลผลิตแปูงสูงกวำพันธุ์ระยอง 5 ระยอง 7 และระยอง 9 ร๎อยละ 16 14 และ 9 ตามลาดับ) และได๎สายพันธุ์ก๎าวหน๎า CMR53-106-24 ซึ่งเป็นลูกผสมปี 2553 ที่ได๎จากการผสม ข๎ามระหวำงพันธุ์ระยอง 5 กับสายพันธ์ OMR29-20-118 เป็นสายพันธุ์ดีเดํนที่ให๎ผลผลิตหัวสด ผลผลิตแปูง และผลผลิตมันแห๎ง เฉลี่ยจาก 23 แปลง 4,651 1,553 และ 968 กิโลกรัมตํอไรํ ตามลาดับ สูงกวำพันธุ์ ระยอง 5 ระยอง 9 และเกษตรศาสตร์ 50 จึงได๎นาเข๎าเปรียบเทียบในไรํเกษตรกรซ้า และศึกษาข๎อมูลจาเพาะ ของพันธุ์เพิ่มเติม เชํน การตอบสนองตํอการจัดการธาตุอาหาร และคุณภาพของทํอนพันธุ์ หากยังคงมีความ ดีเดํนก็จะเสนอขอรับรองพันธุ์เพื่อแนะนาให๎เกษตรกรปลูกตํอไป กิจกรรมวิจัยและพัฒนาพันธุ์มันสาปะหลังเพื่อเก็บเกี่ยวอายุสั้น ได๎สายพันธุ์ก๎าวหน๎าเพื่อเสนอขอ รับรองพันธุ์ คือ OMR 45-27-76 จากการผสมเปิดของพันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 ในปี 2545 เมื่อเก็บเกี่ยวที่อายุ 8 เดือน ให๎ผลผลิตแปูงและผลผลิตหัวสดสูง เฉลี่ย 1,398 และ 4,794 กิโลกรัมตํอไรํ ตามลาดับ สูงกวำพันธุ์ ระยอง 5 ระยอง 7 ระยอง 72 และเกษตรศาสตร์ 50 และมีแปูงสูงเฉลี่ย 29.0 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่พันธุ์ ระยอง 5 ระยอง 7 ระยอง 72 และเกษตรศาสตร์ 50 มีแปูง 27.8 28.6 27.4 และ 29.3 เปอร์เซ็นต์ ตามลาดับ กิจกรรมการปรับปรุงพันธุ์มันสาปะหลังเพื่อเพิ่มมูลคำ ไมํพบพันธุ์ที่มีลักษณะเนื้อสัมผัสดีกวำพันธุ์ บริโภคเดิม แตํพบวำ พันธุ์จากแหลํงรวบรวมเชื้อพันธุกรรมที่มีแนวโน๎มคัดเลือกเป็นพันธุ์สาหรับบริโภค หรือใช๎ เป็นพํอแมํพันธุ์ในการปรับปรุงพันธุ์มันสาปะหลังเพื่อการบริโภคได๎ คือ พันธุ์ Yolk ซึ่งมีปริมาณไซยาไนด์ต่า เนื้อสีเหลือง มีความรํวนซุยหลังต๎มแตํน๎อยกวำพันธุ์ห๎านาทีเล็กน๎อย และให๎ผลผลิต 3,904 กิโลกรัมตํอไรํ ซึ่งสูง กวำพันธุ์ห๎านาที กิจกรรมการวิจัยพื้นฐานและศึกษาข๎อมูลจาเพาะของพันธุ์มันสาปะหลัง ได๎คำสัมประสิทธิ์ทาง พันธุกรรมของมันสาปะหลังพันธุ์รับรอง 1 พันธุ์ และพันธุ์ก๎าวหน๎า 4 พันธุ์ คือ พันธุ์ระยอง 86-13 OMR 45- 27-76 CMR 46-47-137 CMR 46-55-23 และ CMR 49-54-67 เพื่อใช๎ในแบบจาลองมันสาปะหลังที่ทางาน ภายใต๎โปรแกรม DSSAT (Decision Support System for Agrotechnology) เพื่อประเมินศักยภาพผลผลิต มันสาปะหลังในสภาพแวดล๎อมตำงๆ การศึกษาการใช๎เทคนิคชีวโมเลกุลและการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อ คัดเลือกพันธุ์มันสาปะหลัง ได๎รูปแบบการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข๎องกับการสร๎างแปูงในมันสาปะหลังพันธุ์ ตำงๆ และพบวำการแสดงออกของยีนการสร๎างแปูงในมันสาปะหลังตั้งแตํอายุ 2-12 เดือนในสภาพแปลง ทดลอง และต๎นที่ได๎จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในชํวงอายุ 2-12 สัปดาห์ มีรูปแบบคล๎ายคลึงกัน สํวนการศึกษา ศักยภาพของเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในการตรวจสอบพันธุกรรมมันสาปะหลังเพื่อการคัดเลือกพันธุ์ พบวำ เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมีศักยภาพที่จะนามาใช๎ในการศึกษาลักษณะพันธุกรรมบางประการของมัน สาปะหลังได๎ โดยเฉพาะอยำงยิ่งลักษณะทางพฤกษศาสตร์และทางการเกษตร ผลการประเมินระดับการเข๎า ทาลายและการคัดเลือกพันธุ์มันสาปะหลังเพื่อต๎านทานโรคและแมลง พบวำ การประเมินการเข๎าทาลายของ แมลงศัตรูที่สาคัญของมันสาปะหลังตามสภาพธรรมชาติ 3 ชนิด คือไรแดง แมลงหวี่ขาว และเพลี้ยแปูง ใน แปลงลูกผสมปี 2550-2554 จานวน 122 พันธุ์ และแปลงอนุรักษ์เชื้อพันธุกรรม จานวน 516 พันธุ์ พบวำ พันธุ์ลูกผสมปี 2550-2554 ที่มีเปอร์เซ็นต์การเข๎าทาลายของแมลงทั้ง 3 ชนิด ต่ากวำพันธุ์เปรียบเทียบ มีจานวน 13 พันธุ์ สํวนพันธุ์จากแปลงอนุรักษ์เชื้อพันธุกรรม ที่มีเปอร์เซ็นต์การเข๎าทาลายของแมลงทั้ง 3 ชนิด ต่ากวำพันธุ์เปรียบเทียบ มีจานวน 76 พันธุ์ สํวนการประเมินระดับความต๎านทานโรคที่สาคัญของมัน สาปะหลัง ในลูกผสมปี 2551-2554 และพันธุ์จากแหลํงเชื้อพันธุกรรม พบวำ จากการประเมินระดับความ ต๎านทานตํอโรคใบไหม๎ในสภาพโรงเรือนทดสอบ จานวน 907 พันธุ์ มีพันธุ์คํอนข๎างต๎านทานจานวน 3 พันธุ์ ได๎แกํ MCub23 CR19 และ MArg2 การประเมินระดับความต๎านทานโรคใบจุดสีน้าตาลในสภาพแปลง ทดสอบ 878 พันธุ์ พบวำ มีพันธุ์คํอนข๎างต๎านทานจานวน 170 พันธุ์ การใช๎เทคนิคโซมาติคเซลล์ในการ เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อการปรับปรุงและขยายพันธุ์มันสาปะหลัง พบวำ แคลลัสที่เพาะเลี้ยงมาจากชิ้นสํวนยอด และข๎อมีเปอร์เซ็นต์การเกิดเซลล์โซมาติกมากที่สุด และชิ้นสํวนที่เพาะเลี้ยงจากข๎อสามารถชักนาให๎เกิดจานวน embryos มากที่สุด สูตรอาหารที่เหมาะสมในการขยายพันธุ์มันสาปะหลังแบบรวดเร็วโดยเทคนิคโซมาติก เซลล์ ในการสร๎างเซลล์โซมาติกขั้นเริ่มต๎นและขั้นที่สองเพื่อการเกิดสายต๎น คือ อาหารแข็งที่เติม 2,4-D ความ เข๎มข๎น 6 มิลลิกรัมตํอลิตร รํวมกับ adenine ความเข๎มข๎น 10 มิลลิกรัมตํอลิตร สํวนการชักนาให๎เกิด embryos พบวำ มันสาปะหลังที่เพาะเลี้ยงในอาหารเหลวที่เติม 2,4-D 6 มิลลิกรัมตํอลิตร รํวมกับ adenine ความเข๎มข๎น 10 มิลลิกรัมตํอลิตร มีจานวนการเกิด embryos เฉลี่ยมากที่สุด โดยมันสาปะหลังพันธุ์ระยอง 86-13 มีการตอบสนองดีที่สุดตํอการขยายพันธุ์แบบรวดเร็วโดยเทคนิคโซมาติกเซลล์ กิจกรรมการจัดทาฐานข๎อมูลเชื้อพันธุกรรม ได๎ฐานข๎อมูลที่สมบูรณ์ของลักษณะพันธุกรรมและ สัณฐานสรีรวิทยาของมันสาปะหลัง ในแปลงรวบรวมพันธุ์ที่ศูนย์วิจัยพืชไรํระยอง ซึ่งเป็นเชื้อพันธุ์มันสาปะหลัง จาก CIAT จานวน 500 พันธุ์ เพื่อใช๎บํงชี้ความแตกตำงระหวำงพันธุ์ โดยจาแนกตามหลักของ International Plant Genetic Resources Institute (IPGRI) จานวน 31 ลักษณะ และเป็นลักษณะที่สอดคล๎องกับการรำง หลักเกณฑ์การตรวจสอบลักษณะพันธุ์พืช (Test guideline) มันสาปะหลังของการคุ๎มครองพันธุ์พืชใหมํ (International Conservation for the Protection of New Varieties of Plant; UPOV) ฉบับภูมิภาค เอเชียตะวันออก และได๎ฐานข๎อมูลลักษณะทางคุณภาพของหัวและคุณสมบัติทางเคมีฟิสิกส์ของแปูง จานวน 252 พันธุ์ ลักษณะที่สาคัญ เชํน ความแตกตำงของปริมาณเปลือกอยูํระหวำง 12.1-28.6 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณ ไซยาไนด์ในหัวสด 20-1,183 มิลลิกรัมตํอกิโลกรัม ปริมาณกากใย 1.25-4.45 เปอร์เซ็นต์ คุณสมบัติแปูงด๎าน ความหนืดสูงสุด 492-1,055 BU. ปริมาณอะมิโลส 16.0-29.1 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งคุณสมบัติที่สาคัญด๎านการ นาไปใช๎ประโยชน์เพื่อบริโภค เชํน เนื้อสัมผัส รสชาติ คุณคำทางโภชนาการ รวมทั้งได๎ฐานข๎อมูลด๎านคุณภาพ ของทํอนพันธุ์จานวน 308 พันธุ์ โดยพบวำ มีพันธุ์ที่มีคุณภาพด๎านความงอกดี 51 พันธุ์ สํวนการประเมิน ลักษณะความทนทานตํอการขาดน้าในเชื้อพันธุ์มันสาปะหลัง ผลการศึกษาคำดัชนีทนแล๎งในเชื้อพันธุ์ไทย พบวำ พันธุ์ที่ทนแล๎งที่สุดซึ่งให๎คำ Drought index ต่าที่สุด 5 พันธุ์ ได๎แกํ 1.CMR37-18-201 ให๎คำ DI=-0.004 2.OP ให๎คำ DI=-0.006 3. 35-77-17 ให๎คำ DI=-0.013 4. HP3 ให๎คำ DI=-0.018 และ 5. Variegated-green ให๎คำ DI=-0.030 สาหรับผลการศึกษาคำดัชนีทนแล๎งในเชื้อพันธุกรรมของศูนย์เกษตร เขตร๎อนนานาชาติ (CIAT) พบวำ พันธุ์ที่ทนแล๎งที่สุดซึ่งให๎คำ Drought index ต่าที่สุด 5 พันธุ์ ได๎แกํ 1. MBRA18 ให๎คำ DI=-0.002 2. MPer328 ให๎คำ DI=-0.011 3. MBra 931 ให๎คำ DI=-0.017 4. MMex 6 ให๎คำ DI=-0.032 และ 5. CM 3309-4 ให๎คำ DI=-0.034