การจัดการดินด้วยเทคโนโลยีกรมพัฒนาที่ดินที่เหมาะสมต่อการปลูกมันสำปะหลังในเขตพื้นที่ไม่เหมาะสมสำหรับการปลูกข้าวโดยเกษตรกรมีส่วนร่วม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จากการดำเนินโครงการจัดการดินด้วยเทคโนโลยีกรมพัฒนาที่ดินที่เหมาะสมต่อการปลูกมันสำปะหลัง ในเขตพื้นที่ไม่เหมาะสมสำหรับการปลูกข้าวโดยเกษตรกรมีส่วนร่วม ในช่วงเดือนตุลาคม 2560 ถึงเดือนธันวาคม 2563 ณ ต. นาเยีย อ. นาเยีย จ. อุบลราชธานี ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มชุดดินที่ 37A ชุดดินคง (Kng) โดยวางแผนการทดลองแบบ RCBD จำนวน 4 ซ้ำ ประกอบด้วย 5 วิธีการ ได้แก่ วิธีการที่ 1 แปลงควบคุม วิธีการที่ 2 วิธีการของเกษตรกร วิธีการที่ 3 ใส่ปุ๋ยเคมีตามโปรแกรมคำแนะนำปุ๋ยรายแปลง วิธีการที่ 4 ใส่ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง อัตรา 100 กิโลกรัมต่อไร่ และวิธีการที่ 5 ใส่ปุ๋ยเคมีครึ่งอัตราแนะนำของปุ๋ยโปรแกรมปุ๋ยรายแปลง) ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ พบว่า วิธีการที่ 4 และ 5 ทำให้ค่า pH ของดินปีที่ 2 มีแนวโน้มยกระดับความเป็นกรด แต่ไม่มีผลทำให้อินทรียวัตถุเพิ่มขึ้น ด้านความสูงต้นมันสำปะหลังพันธุ์ระยอง 72 ในปีที่ 2 ความสูงต้นมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งวิธีการที่ 2 วิธีเกษตรกรที่มีการใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ ทำให้ต้นมันสำปะหลังที่อายุ 240 วัน สูงสุดเท่ากับ 178.47 เซนติเมตร ทรงพุ่มของต้นมันสำปะหลัง ที่อายุ 80 120 และ 240 วันหลังปลูกปีที่ 1 และ 2 ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ ผลผลิตหัวมันสำปะหลังสด ปีที่ 1 วิธีการที่ 5 ทำให้น้ำหนักหัวมันสดมีค่าสูงสุดเท่ากับ 6,938.00 กิโลกรัมต่อไร่ แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ ปีที่ 2 ผลผลิตหัวมันสด จำนวนหัว และเปอร์เซ็นต์แป้ง ไม่มีความแตกต่างทางสถิติ แปลงถ่ายทอดเทคโนโลยีขยายผลสู่พื้นที่เกษตร จัดอยู่ในกลุ่มชุดดินที่ 41 ชุดดินมหาสารคาม ลักษณะเนื้อดินเป็นทราย เป็นแปลงที่อยู่ในพื้นที่ไม่เหมาะสมต่อการปลูกข้าว โดยแนะนำวิธีการใส่ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับปุ๋ยเคมีครึ่งอัตราตามปริมาณธาตุอาหารที่พืชต้องการ (แปลงมันสำปะหลังของเกษตรกรมีความต้องการธาตุอาหาร N:P:K เท่ากับ 16 : 4 : 16 กิโลกรัมต่อไร่) โดยการใส่ปุ๋ยเคมีสูตร N (46-0-0) เท่ากับ 15.50 กิโลกรัมต่อไร่ ปุ๋ยเคมีสูตร P2O5 (18-46-0) เท่ากับ 4.5 กิโลกรัมต่อไร่ ปุ๋ยเคมีสูตร K2O (0-0-46) เท่ากับ 13.50 กิโลกรัมต่อไร่ แปลงเกษตรกรได้ผลผลิตหัวมันสำปะหลังสดเฉลี่ยเท่ากับ 4,844 กิโลกรัมต่อไร่ จำนวนหัวเท่ากับ 15 หัวต่อต้น และมีเปอร์เซ็นต์แป้งของหัวมันสำปะหลังสดเฉลี่ยเท่ากับ 20.47 เปอร์เซ็นต์ ผลตอบแทนด้านราคาผลผลิตหัวมันสำปะหลังสด ณ ราคาที่จำหน่าย 1.80 บาทต่อกิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าผลผลิตเฉลี่ย 8,719.20 บาทต่อไร่ จากมูลค่าผลผลิตดังกล่าวเกษตรกรจะได้รับผลตอบแทนเหนือต้นทุนเงินสดเฉลี่ย 5,103.03 บาทต่อไร่ ผลตอบแทนเหนือต้นทุนผันแปรเฉลี่ย 5,107.70 บาทต่อไร่ และผลตอบแทนเหนือต้นทุนทั้งหมดเฉลี่ย 2,157.70 บาทต่อไร่