การศึกษาหา Candidate genes ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างมุกและการกำหนดเพศของหอยมุกน้ำจืด และการพัฒนาเครื่องหมายโมเลกุลจำเพาะกับเพศและพันธุ์ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
รวบรวมหอยกาบน้ำจืดสายพันธุ์ Chamberlainia hainesiana (สามารถสร้างมุกได้ดี) Hyriopsis desowitzi และ Hyriopsis myersiana (สามารถสร้างมุกได้ดีปานกลาง) เพศผู้เพศเมียชนิดละ 4 ตัวอย่าง และหอยกาบน้ำจืดสายพันธุ์ Uniandra sp. (ไม่สามารถสร้างมุกได้) 4 ตัวอย่าง รวมทั้งหมด 28 ตัวอย่างจากลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำมูล และลุ่มน้ำแม่กลอง สกัดดีเอ็นเอจากส่วนของแมนเทิลด้วยวิธีที่ประยุกต์จากวิธีของ Winnepenninc et al. (1993) และ Stothard et al. (1995) สร้างลายพิมพ์ดีเอ็นเอด้วยเทคนิค AFLP พบว่ามี 9 คู่ไพรเมอร์จาก 24 คู่ไพรเมอร์ที่ให้แถบดีเอ็นเอที่มีความต่างระหว่างหอยกาบน้ำจืดสายพันธุ์ที่สร้างไข่มุกได้ดี สร้างไข่มุกได้ดีปานกลาง และไม่สามารถสร้างไข่มุกได้ ทั้งหมด 28 แถบดีเอ็นเอ คัดเลือกแถบดีเอ็นเอที่ชัดเจน 15 แถบนำมาโคลนและหาลำดับนิวคลีโอไทด์ พัฒนาไพรเมอร์จำเพาะจำนวน 17 คู่ นำไปทดสอบกับตัวอย่างหอยทั้ง 28 ตัวอย่าง พบว่ามี 3 คู่ไพรเมอร์ที่ให้ความจำเพาะกับหอยพันธุ์ Chamberlainia hainesiana ขณะที่ Hyriopsis desowitzi, Hyriopsis myersiana และ Uniandra sp. มีอย่างละ 1 คู่ไพรเมอร์ การศึกษาการแสดงออกของยีนในหอยมุกน้ำจืดสายพันธุ์ Chamberlainia hainesiana ในระยะตัวอ่อน (glochidia) และระยะโตเต็มวัยโดยใช้เทคนิค cDNA-AFLP และ differential display จากลายพิมพ์ดีเอ็นเอจากเทคนิค cDNA-AFLP โดยใช้ 64 คู่ไพรเมอร์พบแถบดีเอ็นเอที่ให้ความแตกต่างทั้งหมด 16 แถบดีเอ็นเอ ขณะที่ลายพิมพ์ดีเอ็นเอของเทคนิค differential display โดยใช้ไพรเมอร์จำนวน 136 คู่ของ oligo dT/random primers พบแถบดีเอ็นเอที่ให้ความแตกต่างทั้งหมด 14 แถบดีเอ็นเอ ผลจากการโคลนและวิเคราะห์ลำดับนิวคลีโอไทด์ของแถบดีเอ็นเอที่แตกต่าง 7 แถบดีเอ็นเอจาก differential display และ 6 แถบดีเอ็นเอจาก cDNA-AFLP และเปรียบเทียบกับลำดับนิวคลีโอไทด์ในฐานข้อมูล Genbank พบว่าชิ้นส่วนดีเอ็นเอทั้งหมดยังไม่มีรายงานในฐานข้อมูล เครื่องหมายดีเอ็นเอจำเพาะกับหอยพันธุ์ Chamberlainia hainesiana ซึ่งเป็นพันธุ์ที่สร้างมุกได้ดีได้ถูกพัฒนาเพิ่มจากข้อมูลลำดับนิวคลีโอไทด์ที่ได้และตรวจสอบความจำเพาะกับสายพันธุ์เปรียบเทียบกับหอยสายพันธุ์อื่นรวบรวมหอยกาบน้ำจืดสายพันธุ์ Chamberlainia hainesiana (สามารถสร้างมุกได้ดี) Hyriopsis desowitzi และ Hyriopsis myersiana (สามารถสร้างมุกได้ดีปานกลาง) เพศผู้เพศเมียชนิดละ 4 ตัวอย่าง และหอยกาบน้ำจืดสายพันธุ์ Uniandra sp. (ไม่สามารถสร้างมุกได้) 4 ตัวอย่าง รวมทั้งหมด 28 ตัวอย่างจากลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำมูล และลุ่มน้ำแม่กลอง สกัดดีเอ็นเอจากส่วนของแมนเทิลด้วยวิธีที่ประยุกต์จากวิธีของ Winnepenninc et al. (1993) และ Stothard et al. (1995) สร้างลายพิมพ์ดีเอ็นเอด้วยเทคนิค AFLP พบว่ามี 9 คู่ไพรเมอร์จาก 24 คู่ไพรเมอร์ที่ให้แถบดีเอ็นเอที่มีความต่างระหว่างหอยกาบน้ำจืดสายพันธุ์ที่สร้างไข่มุกได้ดี สร้างไข่มุกได้ดีปานกลาง และไม่สามารถสร้างไข่มุกได้ ทั้งหมด 28 แถบดีเอ็นเอ คัดเลือกแถบดีเอ็นเอที่ชัดเจน 15 แถบนำมาโคลนและหาลำดับนิวคลีโอไทด์ พัฒนาไพรเมอร์จำเพาะจำนวน 17 คู่ นำไปทดสอบกับตัวอย่างหอยทั้ง 28 ตัวอย่าง พบว่ามี 3 คู่ไพรเมอร์ที่ให้ความจำเพาะกับหอยพันธุ์ Chamberlainia hainesiana ขณะที่ Hyriopsis desowitzi, Hyriopsis myersiana และ Uniandra sp. มีอย่างละ 1 คู่ไพรเมอร์ การศึกษาการแสดงออกของยีนในหอยมุกน้ำจืดสายพันธุ์ Chamberlainia hainesiana ในระยะตัวอ่อน (glochidia) และระยะโตเต็มวัยโดยใช้เทคนิค cDNA-AFLP และ differential display จากลายพิมพ์ดีเอ็นเอจากเทคนิค cDNA-AFLP โดยใช้ 64 คู่ไพรเมอร์พบแถบดีเอ็นเอที่ให้ความแตกต่างทั้งหมด 16 แถบดีเอ็นเอ ขณะที่ลายพิมพ์ดีเอ็นเอของเทคนิค differential display โดยใช้ไพรเมอร์จำนวน 136 คู่ของ oligo dT/random primers พบแถบดีเอ็นเอที่ให้ความแตกต่างทั้งหมด 14 แถบดีเอ็นเอ ผลจากการโคลนและวิเคราะห์ลำดับนิวคลีโอไทด์ของแถบดีเอ็นเอที่แตกต่าง 7 แถบดีเอ็นเอจาก differential display และ 6 แถบดีเอ็นเอจาก cDNA-AFLP และเปรียบเทียบกับลำดับนิวคลีโอไทด์ในฐานข้อมูล Genbank พบว่าชิ้นส่วนดีเอ็นเอทั้งหมดยังไม่มีรายงานในฐานข้อมูล เครื่องหมายดีเอ็นเอจำเพาะกับหอยพันธุ์ Chamberlainia hainesiana ซึ่งเป็นพันธุ์ที่สร้างมุกได้ดีได้ถูกพัฒนาเพิ่มจากข้อมูลลำดับนิวคลีโอไทด์ที่ได้และตรวจสอบความจำเพาะกับสายพันธุ์เปรียบเทียบกับหอยสายพันธุ์อื่น