การรับรู้และการเตรียมการรองรับสถานการณ์และผลกระทบจากการเป็นประชาคมอาเซียนของชุมชนชายแดนไทย–ลาวในเขตอีสานตอนล่าง : อุบลราชธานี อำนาจเจริญ และมุกดาหาร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญอยู่ 3 ประการ คือ เพื่อศึกษาถึงการรับรู้และการเตรียมการเพื่อรองรับสถานการณ์และผลกระทบด้านการผลิตการเกษตรในเขตพื้นที่และชุมชนไทย-ลาว จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอำนาจเจริญ และจังหวัดมุกดาหาร เพื่อศึกษาถึงการรับรู้และการเตรียมการเพื่อรองรับสถานการณ์และผลกระทบด้านการค้าในพื้นที่และชุมชนชายแดนไทย-ลาว จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอำนาจเจริญ และ จังหวัดมุกดาหาร และเพื่อศึกษาถึงการรับรู้และการเตรียมการเพื่อรองรับสถานการณ์และผลกระทบด้านการเคลื่อนย้ายแรงงานทั้งจากประเทศเพื่อนบ้านและประเทศข้างเคียงในเขตพื้นที่และชุมชนชายแดนไทย-ลาว จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอำนาจเจริญ และจังหวัดมุกดาหาร วิธีการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณด้วยวิธีการสอบถามการรับรู้และการเตรียมการทั้งในส่วนของตนเองและองค์กรที่ตนเองรับผิดชอบจากกำนันผู้ใหญ่บ้าน นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล สมาชิกสภาเทศบาล (สท.) และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (สอบต.) ในเขตพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว 3 จังหวัด 12 อำเภอ คืออำเภอหวานใหญ่ อำเภอเมือง อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ อำเภอนาตาล อำเภอโพธิ์ไทร อำเภอโขงเจียม และ อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 1933 คน ด้วยแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่าและวิเคราะห์ข้อมูลโดยโปรแกรมสำเร็จรูป SPSS ด้วยสถิติร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย (x ?) และส่วนเบี่ยงแบนมาตรฐาน (SD) ผลการวิจัยพบว่า การรับรู้ทั้งของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และของผู้นำองค์กรปกครองท้องถิ่น อยู่ในระดับปานกลาง (x ? = 3.18) การเตรียมการในส่วนตนเองอยู่ในระดับปานกลาง (x ? = 2.70) และส่วนขององค์กรที่ตนเองรับผิดชอบอยู่ในระดับปานกลาง (x ? = 2.75) เช่นกันจากผลการวิจัยดังกล่าวได้ชี้ให้เห็นว่า ผู้นำชุมชนตามแนวชายแดนทั้ง 3 จังหวัดมีการรับรู้และการเตรียมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอยู่ในระดับที่ยังไม่พร้อมจะเข้าสู่เวทีการแข่งขันซึ่งหากสภาพการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไปจนถึงปี พ.ศ. 2558 ที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนจริงสิ่งที่เราหวาดกลัวและไม่อยากให้เกิดขึ้น คือ การเสียเปรียบและสูญเสียโอกาสจากการเป็นประชาคมอาเซียนก็จะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ส่วนผู้ที่จะได้ประโยชน์และมีโอกาสดีๆ จึงน่าจะได้แก่กลุ่มชนชั้นนำทั้งทางเศรษฐกิจ และแรงงานระดับฝีมือเท่านั้น รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องรีบดำเนินการกระตุ้นปลุกเร้าให้ประชาชนมีการตื่นตัวขึ้นมาเตรียมความพร้อมเพื่อตั้งรับและปกป้องทรัพยากร ผลประโยชน์ และทุนทางสังคมที่มีอยู่ในแต่ละท้องถิ่นในขณะเดียวกันก็เพื่อรุกให้ได้ผลประโยชน์ทั้งในเชิงการค้าการลงทุนและการเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้แพร่กระจายไปสู่ประเทศอื่นๆในกลุ่มอาเซียนและนอกกลุ่มอาเซียน