การวิจัยแนวทางความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ตามแนวชายแดน เฉพาะพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง แนวทางความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ตามแนวชายแดน เฉพาะพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษา 1. สถานการณ์การค้ามนุษย์ในจังหวัดมุกดาหาร 2. แนวทางความร่วมมือขององค์กรเครือข่ายและแกนนำในการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ตามแนวชายแดน 3. เสนอแนวทางความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ การวิจัยครั้งนี้ เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ โดยใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก สัมภาษณ์ผู้แทนองค์กรเครือข่ายที่ปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในพื้นที่ตามแนวชายแดนจังหวัดมุกดาหาร ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน มูลนิธิ และประชาชน จำนวน 41 คน และการสนทนากลุ่มย่อย (Focus group) จำนวน 3 ครั้ง มีกลุ่มตัวอย่างเข้าร่วม จำนวน 104 คน ประกอบด้วย แกนนำเครือข่ายระดับอำเภอ ตำบล ชุมชน หมู่บ้าน รวมกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น จำนวน 115 คน ในพื้นที่ 3 อำเภอชายแดน ได้แก่ อำเภอเมืองมุกดาหาร อำเภอหว้านใหญ่ อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. สถานการณ์ปัญหาการค้ามนุษย์ในจังหวัดมุกดาหาร จากการสัมภาษณ์ผู้แทนองค์กรเครือข่ายที่ปฏิบัติงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ในปี พ.ศ. 2552 พบว่าสถานการณ์ในด้านการค้ามนุษย์ในจังหวัดมุกดาหาร ไม่มีลักษณะการค้ามนุษย์ ที่ชัดเจนตามกฎหมายและแนวทางปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เช่น อำเภอเมืองมุกดาหาร มีเพียงการข้ามแดนเข้าเมืองมาท่องเที่ยว ทำงานบริการในร้านอาหารหรือคาราโอเกะในเวลากลางคืน หรือมาเยี่ยมญาติในลักษณะเข้ามายามเย็นแล้วกลับไปรุ่งเช้าซึ่งไม่มีลักษณะการขู่บังคับแสวงหาผลประโยชน์ ส่วนอำเภอหว้านใหญ่ มีประชาชนในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวตลอดแนวชายแดน อพยพมาช่วยงานญาติในเมืองไทยตามฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตการเกษตรกรรมระยะเวลาสั้นแล้วกลับมาตุภูมิ และกรณีของอำเภอดอนตาลซึ่งถูกกล่าวว่าเป็นเส้นทางยาเสพติดตามตะเข็บชายแดนมีการหลบหลีกข้ามมาในเวลากลางคืน แม้ว่ามีผู้พบเห็นและแจ้งเหตุ แต่ก็ไม่เท่าทันความเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและผ่านไปอย่างไร้ร่องรอย ส่วนภาคราชการที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ มักมีมุมมองการปฏิบัติงานตามภารกิจของตนเองเป็นหลัก มิได้มองในภาพรวมทั้งหมด แต่ในขณะเดียวกันก็ถือว่าเป็นการตัดไฟเสียแต่ต้นลม เช่น ตรวจคนเข้าเมืองมักจะจับกุมคนหลบหนีเข้าเมือง แล้วผลักดันกลับตามกฎหมายมากกว่าจะขยายผลว่าเป็นกระบวนการก่อเกิดเครือข่ายการค้ามนุษย์หรือไม่ จากการสัมภาษณ์และข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสรุปได้ว่าปี 2552 ไม่มีสถานการณ์ที่เข้าข่ายการค้ามนุษย์เนื่องจากผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดองค์กรภาครัฐและเอกชน ร่วมกันรณรงค์ให้ความรู้เรื่องการค้ามนุษย์และฝึกอาชีพแก่ประชาชนเป็นอย่างดีและครอบคลุมทุกพื้นที่ ก 2. ด้านนโยบาย ข้อกฎหมาย ในระดับชาติมีความชัดเจน เพราะรัฐบาลได้ให้ความสำคัญและประกาศเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ที่เป็นรูปธรรมและมีกฎหมายพระราชบัญญัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 และอีกหลายฉบับรองรับการดำเนินงานได้ครอบคลุม โดยมีการร่วมกันทำร่างบันทึกความเข้าใจ ระหว่างรัฐบาลไทย และรัฐบาลลาว ว่าด้วยความร่วมมือต่อต้านการค้ามนุษย์ และทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการต่อต้านการค้ามนุษย์ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ส่วนนโยบายในระดับจังหวัดได้ให้ความสำคัญ มีการบันทึกความร่วมมือในการป้องกันปัญหา และการช่วยเหลือเหยื่อในการส่งกลับภูมิลำเนา ระหว่างจังหวัดมุกดาหารแห่งราชอาณาจักรไทย และแขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในการรณรงค์ป้องกันทุกกลุ่มเป้าหมายให้มีความรู้ความเข้าใจ ตระหนักในปัญหาการค้ามนุษย์ และให้มีการทำข้อตกลงในทางปฏิบัติข้ามแดน ตามจุดผ่านแดนถาวร และด่านประเพณีต่างๆ กำหนดวันเวลาชัดเจน มีข้อตกลงด้านแรงงานตามแนวชายแดนร่วมกัน 3. แนวทางความร่วมมือเครือข่ายในพื้นที่จังหวัด มีการดำเนินการทุกระดับ ตั้งแต่ระดับ จังหวัด เมื่อมีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ประจำจังหวัด ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการ ดำเนินงานด้านการค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่อง มีการประชุมแลกเปลี่ยนรายงานสถานการณ์ในพื้นที่ที่รับผิดชอบ และได้ร่วมมือกันหาแนวทางในการแก้ไขร่วมกันในที่ประชุมเป็นระยะมาโดยตลอด ในขณะเดียวกันได้รับการสนับสนุนการพัฒนาเครือข่ายในระดับอำเภอ ตำบล และชุมชน หมู่บ้าน อพม. ระดับหมู่บ้าน ในการเพิ่มศักยภาพ โดยการให้ความรู้ด้านการค้ามนุษย์ การป้องกัน การเคลื่อนย้ายคนและผลกระทบที่มีต่อผู้ตกเป็นเหยื่อ เครือข่ายได้ทราบกระบวนการ ขั้นตอนการดำเนินงานและถือปฏิบัติแจ้งเบาะแส และรายงานสถานการณ์เหตุเร่งด่วน ในการช่วยเหลือป้องกันไม่ให้คนไทย คนลาวเข้าสู่กระบวนการค้ามนุษย์ โดยมีแนวทางป้องกันและปฏิบัติการเชิงรุกและรับแบบบูรณาการทีมงานสหวิชาชีพในการทำงาน มีการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เครือข่ายป้องกันแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ จัดอบรมให้ความรู้ ฝึกปฏิบัติขั้นตอนการดำเนินงานแก่แกนนำและกลุ่มเสี่ยง ระหว่างหน่วยงานมีการติดตามผล มีการผลักดันให้ท้องถิ่นบรรจุงานการค้ามนุษย์ไว้ในแผนงานของท้องถิ่น มีศูนย์ปฏิบัติการ การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ประจำจังหวัด เป็นศูนย์กลางในการประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ประสานทรัพยากรและเป็นศูนย์ข้อมูลด้านการช่วยเหลือเหยื่อ 4. สถานการณ์การค้ามนุษย์ตามแนวชายแดน พบว่า จังหวัดมุกดาหารมีแนวชายแดนขนานไปกับแขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตามลำแม่น้ำโขงเป็นระยะทาง 72 กิโลเมตร แขวงสะหวันนะเขต ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ราษฎรของแขวง สะหวันนะเขต ประกอบอาชีพด้านการเกษตรตามฤดูกาล ประชาชนทั้งสองฝั่ง มีความสัมพันธ์เหมือน ญาติมิตรมีความใกล้ชิด ยากต่อการป้องกัน มีการเดินทางไป - มา เข้าออกเมือง มีทั้งถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย โดยใช้ช่องทางน้ำตลอดแนวลำน้ำโขง ตามด่านประเพณีและสะพานมิตรภาพไทย - ลาว แห่งที่ 2 ข ของจังหวัดมุกดาหาร เป็นทางผ่านเข้าสู่จังหวัดมุกดาหาร เข้าสู่เมืองใหญ่ชั้นใน อาทิ จังหวัดนครราชสีมา กรุงเทพมหานคร และจังหวัดอื่นๆ ได้ 5. ด้านสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม กลุ่มเสี่ยงหรือผู้ตกเป็นเหยื่อมีฐานะทางเศรษฐกิจยากจนขาดแคลนต้องกระตือรือร้นหารายได้ไปจุนเจือครอบครัวที่ไม่มีความมั่นคง ขาดการศึกษารู้เท่าไม่ทันการณ์กับพฤติกรรมการชักชวนเข้าสู่กระบวนการ ความสัมพันธ์ระบบเครือญาติมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างคนในกระบวนการค้าและเหยื่อ ทำให้ยากต่อการป้องกันและใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาเป็นเครื่องมือในการค้ามนุษย์ในปัจจุบัน 6. ข้อเสนอแนะจากการศึกษา ในครั้งนี้ 6.1 ควรมีแผนงานโครงการงบประมาณรองรับในการทำงานเฝ้าระวังป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาดีกว่า แก้ไขปัญหา ปลายเหตุไม่คุ้มกับการสูญเสียความเป็นมนุษย์ ถูกกระทำจากเหตุต่างๆ 6.2 การพัฒนาแกนนำเครือข่ายให้มีความสมารถและมีประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ที่เข้มแข็งมีแนวทางการดำเนินงานที่เป็นระบบทันสมัยสอดคล้องกับรูปแบบการค้ามนุษย์ในปัจจุบัน 6.3 มีการสนับสนุนงบประมาณ เครื่องมือ อุปกรณ์ การดำเนินงานในระดับชุมชน ในพื้นที่ตามแนวชายแดนที่เหมาะสม 6.4 ควรดำเนินการเผยแพร่ความรู้ขยายผลร่วมกับงานด้านอื่นๆ ให้ทุกฝ่ายได้ตระหนักในการป้องกันปัญหาร่วมกันได้ทั่วถึงทุกพื้นที่ต่อไป 6.5 ควรผลักดันงานต่อต้านการค้ามนุษย์เข้าบรรจุในแผนงานของท้องถิ่นในพื้นที่เสี่ยงตามแนวชายแดนได้ดำเนินการป้องกันให้รอบด้านให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรม 6.6 การคุ้มครองเด็กไร้สัญชาติที่เกิดในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร หรือที่ถูกทอดทิ้ง ในจังหวัดมุกดาหาร ที่เริ่มมีจำนวนมากขึ้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม