Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2562

การพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนเชิงประวัติศาสตร์ของพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร : ชุมชนคริสตชนวัดสองคอน จังหวัดมุกดาหาร

มณีกาญจน เขียวรัตน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. 2562

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่อง การพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนเชิงประวัติศาสตร์ของพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร : ชุมชนคริสตชนวัดสองคอน จังหวัดมุกดาหาร มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์ประกอบของแหล่งท่องเที่ยวชุมชนเชิงประวัติศาสตร์ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร และเพื่อศึกษาแนวทางพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชนเชิงประวัติศาสตร์ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ผู้นาชุมชน ผู้ประกอบการค้า นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป ในเขตพื้นที่ชุมชนคริสตชนวัดสองคอน จังหวัดมุกดาหาร ผลการวิจัย พบว่า องค์ประกอบของแหล่งท่องเที่ยวชุมชนคริสตชนวัดสองคอน มีดังนี้ 1. องค์กร/กลไก ในการบริหารหารท่องเที่ยว มีความพร้อม 3 ด้าน ได้แก่ 1. มีการรวมตัวของคนในชุมชน เพื่อเป็นแกนนาในการบริหารการท่องเที่ยว 2. การมีส่วนร่วมของสมาชิกและชุมชนในการพัฒนาการท่องเที่ยว 3. เปิดโอกาสให้ประชาชนและทุกภาคส่วนมีบทบาทในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาในการดาเนินงาน 2. ระบบการบริหารจัดการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน พบว่า มีระบบการบริหารจัดการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน 2 ด้าน คือ 1. การเสริมศักยภาพของคนในชุมชนโดยศูนย์คริสต์ศาสนาธรรมภาคอีสาน และ กลุ่มกิจกรรมคาทอลิกวัดสองคอน และ 2. มีการตลาดและประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นกับชุมชนอย่างยั่งยืน 3. การสนับสนุนและพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของชุมชน พบว่า มีการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างเป็นธรรมและสร้างโอกาสให้มีรายได้เสริม โดยมีการจัดตั้งกลุ่มอาชีพต่างๆ 4. การส่งเสริมวัฒนธรรมชุมชน พบว่า 1. กลุ่มท่องเที่ยวมีข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมในท้องถิ่น คือ สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมของวัดสองคอนได้ 2. กลุ่มท่องเที่ยวมีการส่งเสริม อนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบทอดวัฒนธรรม โดยมีการจัดตั้งกลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มเยาวชนวัด และ 3. ชุมชนคริสตจักรวัดสองคอนได้ทากิจกรรมที่สาคัญตามประเพณี เช่น กิจกรรมการจัดงานบุญราศีทั้งเจ็ดเป็นประจาทุกปี ทาให้การพัฒนาได้รับความร่วมมือและสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากคนในชุมชน 5. การมีส่วนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมร่วมกับชุมชน 6.การสร้างการเรียนรู้ กิจกรรมการท่องเที่ยวสามารถสร้างการเรียนรู้ ความเข้าใจในวิถีชีวิต และวัฒนธรรมของชุมชนให้แก่ผู้มาเยือน 7. การบริการที่ดีและปลอดภัย ทั้งด้านที่พัก ยานพาหนะ นักสื่อความหมายท้องถิ่น เจ้าของบ้าน และการประสานงานที่ดีระหว่างกลุ่มในชุมชนเพื่อให้บริการ แนวทางพัฒนาองค์ประกอบของแหล่งท่องเที่ยวชุมชนคริสตชนวัดสองคอน มีดังนี้ 1. องค์กร/กลไกในการบริหารการท่องเที่ยว กาหนดการบริหารจัดการให้ครอบคลุมการพัฒนาเชิงประวัติศาสตร์ กาหนดให้มีองค์กร/กลไกที่เกิดจากการรวมตัวของคนในชุมชน 2. ระบบการบริหารจัดการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน กาหนดให้มีระบบบริหารจัดการท่องเที่ยวชุมชน และกฎกติกาที่ใช้ในการบริหารการท่องเที่ยวและสามารถเชื่อมโยงกับการพัฒนาด้านอื่นๆของชุมชน 3. การพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชุมชน พัฒนาสินค้าและบริการ และปัจจัยสนับสนุนการท่องเที่ยว 4. การส่งเสริมวัฒนธรรมชุมชน ส่งเสริมให้โอกาสคนในชุมชน มีส่วนร่วมในการส่งเสริมวัฒนธรรมชุมชน วิถีชีวิตและวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์การเป็นชุมชน 5. การมีส่วนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมร่วมกับชุมชน ปลูกจิตสานึกและความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสิ่งแวดล้อม มีการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนและอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ มีการป้องกัน จัดการ และแก้ไขปัญหามลภาวะ 6. การสร้างการเรียนรู้ พัฒนากิจกรรมทางการท่องเที่ยวที่สามารถสร้างการเรียนรู้และความเข้าใจในวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชุมชนให้แก่ผู้มาเยือน สร้างจิตสานึกและองค์ความรู้ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมทั้งคนในชุมชนและผู้มาเยือน 7. การบริการที่ดีและปลอดภัย ส่งเสริมและพัฒนาบริการที่ดีและความปลอดภัย ทั้งด้านที่พัก ยานพาหนะ และการคมนาคม พัฒนาการให้บริการของเจ้าหน้าที่ในวัดสองคอนให้ดีขึ้น เพิ่มสิ่งอานวยความสะดวกทางการท่องเที่ยวภายในวัดสองคอน

คำสำคัญ

การท่องเที่ยวชุมชนเชิงประวัติศาสตร์

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การค้นหาและธำรงเสริมสร้างอัตลักษณ์ทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเชิงประวัติศาสตร์ของชุมชนในเขตพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร

สหัทยา อนันต์นฤการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. 2557

จากภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนลุ่มน้ำโขง กรณีศึกษา อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร

ฐิรชญา มณีเนตร คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2552

การมีส่วนร่วมของชุมชนกับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท

ญาณาธร เธียรถาวร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พ.ศ. 2563

การพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวของชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์

พระอธิการเวียง กิตศรีรุ่งโรจน์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2564

การพัฒนาผังแม่บทบูรณาการการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน พื้นที่พิเศษอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย – ศรีสัชนาลัย – กำแพงเพชร เชื่อมโยงเมืองเก่าบางขลัง – บางพาน – ไตรตรึงษ์

วัชรพงษ์ ชุมดวง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2560

รูปแบบการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ : กรณีศึกษา บ้านวังน้ำมอก จังหวัดหนองคาย

อิทธิพล โกมิล สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดหนองคาย พ.ศ. 2554

โครงการศึกษาศักยภาพการเป็นแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรมย่านเมืองเก่าในชุมชนบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาสายเก่าฝั่งธนบุรี:กรณีศึกษาพื้นที่ตลาดพลู-วัดโพธิ์นิมิตร

วรสิทธิ์ ตันตินิพันธุ์กุล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พ.ศ. 2558

การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวตามรอยชุมชนโบราณในจังหวัดบุรีรัมย์

อโศก ไทยจันทรารักษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ พ.ศ. 2567

การพัฒนาศูนย์การเรียนรู้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแถบลุ่มน้ำโขง : กรณีศึกษาวิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

นายมนูญ แก้วแสนเมือง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2552

สภาพการณ์และแนวทางการพัฒนาสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชน กรณีศึกษาบ้านคลองเป้ง หมู่ที่ 2 ตำบลบางนางลี่ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

พิทักษ์ ศิริวงศ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2563