กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษา เรื่อง การศึกษาการตลาดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ มีวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ 1 ) เพื่อการศึกษาบริบทของการท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ และ 2 ) การศึกษาระบบการตลาดท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เหมาะสมของชุมชนท้องถิ่นบ้านคอรุม โดยใช้เทคนิคการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research Method) ใช้การวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) และปรับใช้หลักการของระเบียบวิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบส่วนร่วม (Participatory Action Research – PAR ) เพในการศึกษากลุ่มตัวอย่างต่าง ๆ โดยเลือกใช้เครื่องมือตามเทคนิควิธีการในการศึกษาดังนี้ คือ การสัมภาษณ์เชิงลึกจาก 4 กลุ่มผู้ มีส่วนเกี่ยวข้องเชิงพื้นที่ คือ 1 ) กลุ่มผู้บริหารในระดับพื้นที่ 2 ) กลุ่มผู้ประกอบการ 3 ) กลุ่มผู้นำชุมชน และ 4 ) กลุ่มตัวแทนชาวบ้าน ใช้แบบสอบถามข้อมูลสำรวจกลุ่มตัวอย่าง เพื่อสอบถามสภาพการท่องเที่ยว วัฒนธรรมและจัดเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในชุมชน และปรับใช้ กระบวนการวิจัยอย่างมีส่วนร่วม โดยผู้วิจัยได้ใช้วิธีการประชุมกลุ่มย่อย โดยการใช้เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา คือ กระบวนการประเมินค่าดัชนี และความสอดคล้องของข้อมูล (Index of Item Objective Congruence : IOC) ผลจากเครื่องมือทั้งหมดมาสังเคราะห์เพื่อหาการพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจากทรัพยากร และทุนทางวัฒนธรรมชุมชนเพื่อทำให้เกิดการอนุรักษ์ผ่านกิจกรรมทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนจากการศึกษาพบว่าพื้นที่ชุมชนบ้านกองโคมีทรัพยากรวัฒนธรรมที่สามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยว และพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้ ทั้ง 5 ด้าน ประกอบด้วย 1 ) การพัฒนากิจกรรมด้านการบริหารจัดการ 2 ) การพัฒนาด้านกิจกรรมการท่องเที่ยว 3 ) ความการพัฒนากิจกรรมด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการการท่องเที่ยว 4 ) การพัฒนากิจกรรมด้านสื่อความหมายเพื่อการท่องเที่ยว และ 5 ) การพัฒนากิจกรรมด้านการตลาดนอกจากนี้ ในเรื่องการอนุรักษ์และการพัฒนาจากประสบการณ์ พบว่า ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนาก็ต่อเมื่อการพัฒนานั้นก่อให้เกิดรายได้ และเมื่อประชาชนได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวแล้ว จึงเห็นคุณค่าของทรัพยากรชุมชนและร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรของชุมชน เป็นการดำเนินการควบคู่กันไปอย่างสมดุล อย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน