รูปแบบการท่องเที่ยวเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจจากความหลากหลายทางชีวภาพ สมุนไพร เจียวกู่หลานป่า ในจังหวัดพะเยา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเสนอรูปแบบการท่องเที่ยวเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจจากความหลากหลายทางชีวภาพสมุนไพร เจียวกู่หลานป่า ในจังหวัดพะเยา ซึ่งกำหนดพื้นที่ศึกษาในวนอุทยานภูลังกาและชุมชนโดยรอบ ได้แก่ ตำบลผาช้างน้อย อำเภอปง จังหวัดพะเยา โดยใช้เทคนิควิธีการวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์ ผสมผสานกับงานวิจัยเชิงสังคมศาสตร์ ได้ผลการศึกษาโดยสรุป ดังนี้ 1) ชุดความรู้เรื่อง ความหลากหลายทางชีวภาพ และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มี การใช้ประโยชน์สมุนไพรเจียวกู่หลานป่าใน จังหวัดพะเยา สรุปได้ว่า เจียวกู่หลาน หรือ JIAOGULAN เป็นชื่อเรียกในภาษาจีน ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Gynostemma pentaphyllum (Thunb) Makino วงศ์ Cucurbitaceae เป็นพืชพื้นเมืองในภูมิภาคเขตร้อนและเขตอบอุ่นของเอเชียตะวัน ออกเฉียงใต้ จัดเป็นพรรณไม้ล้มลุกตระกูลหญ้าแบบเถาเลื้อย ลำต้นเป็นข้อ ๆ มีมือเกาะตามข้อ เจริญเติบโตได้ดีในที่ชุ่มชื้น ทั้งที่โล่งแจ้ง และที่ร่ม ตั้งแต่ที่ราบต่ำจนถึงที่สูง พบอาศัยอยู่ตามที่ร่มในป่า ระบบนิเวศวิทยาที่มีลำธารขนาดเล็ก และบนหินปูน ที่ระดับความสูง เหนือน้ำทะเล 600-1500 เมตร รวมถึงบริเวณแอ่งหินแกรนิต ใบจะมีสีเหลืองเขียว มีขนหนาแน่น บางชนิดมีขนสีแดงน้ำตาล ในประเทศไทยมีรายงานการสำรวจพบที่ ดอยอินทนนท์ ดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ และภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย ส่วนที่จังหวัดพะเยานั้นมีการกระจายพันธุ์อยู่บริเวณผืนป่าภูลังกา ดอยผาจิ ดอยผาช้างน้อย เป็นจำนวนมาก และถือเป็นพืชสมุนไพรสำคัญของชุมชน โดยเฉพาะชาติพันธ์ม้ง เมี่ยนหรือเย้า ได้นำ เจียวกู่หลานจากป่าธรรมชาติมาทำเป็นชาสมุนไพรแล้วต้มดื่มเป็นชา เป็นส่วนประกอบ ของอาหารเช่น การต้มไก่ดำ โดยเชื่อว่าให้สรรพคุณทางยาและการบำรุงสุขภาพได้เป็นอย่างดี และยังพบว่าสตรีเมี่ยนจะมีความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรมากกว่าผู้ชาย และปลูกไว้ใช้เอง เช่นจะพบเห็นเจียวกู่หลานอยู่ในแปลงผักสวนครัว แต่อย่างไรก็ตามผู้คนส่วนใหญ่จะมีความเชื่อว่า เจียวกู่หลานที่อยู่ในป่านั้นจะให้คุณค่าทางยาดีกว่าในแปลงปลูก การศึกษาในประเด็น ประสิทธิผลของพืชเจียวกู่หลาน: การทบทวนและวิเคราะห์ อย่างเป็นระบบนั้น สรุปได้ว่า เจียวกู่หลานสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ หรือมีประสิทธิผลในการลดระดับน้ำตาลในเลือด จึงอาจรับประทานเสริม เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ อย่างไรก็ตามควรคำนึงถึงการแนะนำรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมแก่ผู้ป่วยหรือผู้สนใจที่จะใช้สมุนไพรเจียวกู่หลาน เนื่องจากผลิตภัณฑ์ มีความหลากหลาย มีมาตรฐานและวิธีการผลิตต่างกัน และแตกต่างจากที่ใช้ในงานวิจัยด้วย 2) แนวทางการจัดการและอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ สมุนไพรเจียวกู่หลานในจังหวัดพะเยา ควรมีการพัฒนาแหล่งเพาะพันธุ์และขยายพันธุ์ในป่าชุมชน โดยกำหนด วิธีการปลูกให้มีความสอดคล้อง คล้ายคลึงกับสภาพในป่า ได้แก่ เจียวกู่หลาน เป็นพืชที่ ชอบร่มเงาและชอบอากาศชื้น พื้นที่ปลูกที่เหมาะสมควรสูงจากระดับน้ำทะเล 300 -3,200 เมตร อุณหภูมิอยู่ในช่วง 16-28 องศาเซลเซียส ดินที่เหมาะสม คือ ดินร่วนปนทราย มีการระบายน้ำดี และเป็นกรดอ่อน ๆ ค่า พีเอช 5.5-6.5 แต่เจียวกู่หลานเป็นพืชต้องการน้ำมากในการเจริญเติบโต ดังนั้น พื้นที่ที่เหมาะสมจะต้องมีแหล่งน้ำหล่อเลี้ยงอย่างเพียงพอด้วย การปลูกและการบำรุงรักษาพืชสมุนไพรเจียวกู่หลาน สามารถทำได้ในหลายวิธี ได้แก่ การปลูกพืชสมุนไพรบนพื้นดิน การปลูกในแปลง หรือในโรงเรือน การปลูกในภาชนะ-กระถาง รวมทั้ง ควรมีการรณรงค์และมามาตรการอย่าเผาป่าเพื่ออนุรักษ์ถิ่นอาศัยของเจียวกู่หลาน 3) แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวบนพื้นฐานการอนุรักษ์สมุนไพรเจียวกู่หลาน เป็นการนำเสนอรูปแบบการท่องเที่ยวเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจจากความหลากหลายทางชีวภาพสมุนไพร เจียวกู่หลาน ภูลังกา จะต้องอยู่บนพื้นฐานของการอนุรักษ์ให้คงอยู่อย่างยั่งยืน ใช้สมุนไพรเจียวกู่หลานมาเป็นอัตลักษณ์ของชุมชน ให้มีการจัดการและการพัฒนาด้านพื้นที่ / สิ่งดึงดูดใจ ทั้งในพื้นที่ป่าธรรมชาติและป่าชุมชนที่มีสมุนไพรเจียวกู่หลาน กับบริเวณ แหล่งชุมชนโดยพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้เจียวกู่หลาน จากนั้นพัฒนาด้านกิจกรรมและผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยว เช่น การเดินป่าปลูกเจียวกู่หลาน การบริการที่มีเจียวกู่หลานเป็นจุดเด่น เช่น ต้นไก่สมุนไพรเจียวกู่หลาน ชา ฯลฯ รวมทั้งจะต้องมีการพัฒนาด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนท้องถิ่นหรือชุมชนท้องถิ่น