กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการเขียนสะท้อนคิดรูปแบบใหม่ เพื่อใช้ประเมินทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักศึกษาสาขาวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นปีที่ 2 สำนักวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จำนวน 98 คน ที่ลงทะเบียนในรายวิชาการศึกษากวีนิพนธ์และบทละคร (Study of Poetry and Drama) ภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2564 คณะผู้วิจัยพัฒนารูปแบบการเขียนสะท้อนคิดรูปแบบใหม่จากการสังเคราะห์งานวิจัยเกี่ยวกับวงจรสะท้อนคิดของ Gibb (1998) รูปแบบการเขียนสะท้อนคิดของ Rolfe (2001) และรูปแบบ DEAL ของ Ash และ Clayton (2009) โดยได้เป็นรูปแบบการเขียนสะท้อนคิดชื่อ TIP (Tell-Investigate-Prepare) มีความสอดคล้องกับลักษณะการจัดการเรียนรู้ทางด้านวรรณกรรมภาษาอังกฤษ และเมื่อนำการเขียนสะท้อนคิดนี้ไปประเมินทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณโดยให้กลุ่มประชากรทั้ง 98 คน เขียนสะท้อนคิดโดยใช้รูปแบบ TIP และจากการวิเคราะห์เนื้อหาในงานเขียนสะท้อนคิดพบว่ามีจำนวน 36 คนที่มีคุณลักษณะของผู้มีทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณครบทั้ง 7 ประการตามแนวคิดของ Bernstein และ Isaac (2018) และทั้ง 98 คนมีลักษณะการเขียนที่นอกเหนือจากแนวคิดนี้ คือ มีลักษณะเป็นการบรรยายความมากที่สุดถึง 1,076 ครั้ง และมีคุณลักษณะการอ้างอิงสิ่งที่ได้เรียนมา (referring to learned materials) เป็นลำดับที่สอง คือ 580 ครั้ง และลำดับที่สามในงานวิจัยนี้คือ การระบุปัญหา (identifying problems) 404 ครั้ง ซึ่งทั้งลำดับที่สองและสามนั้นเป็นองค์ประกอบของคุณลักษณะของผู้มีทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณของ Bernstein และ Isaac (2018) ดังนั้นจึงสามารถสรุปได้ว่าการเขียนสะท้อนคิดรูปแบบใหม่ TIP Model สามารถใช้เป็นแนวทางการประเมินทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณได้ โดยหลักสูตรและผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม อีกทั้งยังสามารถนำไปบูรณาการในการวัดผลประเมินผลได้ทุกรายวิชาโดยไม่เป็นภาระแก่ผู้สอนและผู้เรียนอีกด้วย