การศึกษาผลการใช้โพรไบโอติกร่วมในการรักษาโรคผื่นอักเสบ atopic dermatitis และ seborrheic dermatitis ในประชากรไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
Dysbiosis หมายถึงภาวะที่ไม่สมดุลของเชื้อจุลินทรีย์ normal flora และเชื้อ pathogens โดยความไม่สมดุลที่เกิดขึ้นนี้อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงจำนวนของจุลินทรีย์ เนื่องจากมีการผ่านเข้าออกของเชื้อจุลินทรีย์ ปัจจุบัน Dysbiosis มีความเกี่ยวข้องในหลายโรค ได้แก่ โรคหอบหืด, โรคข้ออักเสบ, โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (AD) และโรคโรคซีบอร์ริค เดอร์มาไตติส (SD) จุลินทรีย์ทั่วไปที่อาศัยอยู่บนหนังศีรษะ ได้แก่ Staphylococcus spp., Propionibacterium spp. และ Malassezia spp. ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายว่าเป็นสาเหตุของโรคหนังศีรษะบางชนิดในมนุษย์รวมทั้งรังแคและ SD จากการศึกษาของ SD ในตุรกีพบว่ามีการ colonization ของเชื้อ Staphylococcus aureus อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับอาสาสมัครที่มีสุขภาพดี โดยงานวิจัยจำนวนมากพบว่าที่ผิวหนังของผู้ป่วยโรค AD จะพบการ colonization ของเชื้อ Staphylococcus aureus ประมาณ 60-100% เมื่อเทียบคนปกติที่พบเพียง 5-30% และจากการ colonization ของเชื้อ S. aureus บนผิวหนังของผู้ป่วยโรค AD ทำให้เกิดการทำงานของ skin’s barriers ที่ผิดปกติและยังพบ virulence factors ต่างๆ ได้แก่ superantigens, toxin, เอนไซม์และโปรตีนอื่น ๆ ซึ่งปัจจัยความรุนแรงเหล่านี้ทำให้เกิดความผิดปกติของสภาวะสมดุลของผิวหนัง โดยส่งผลต่อเซลล์ keratinocytes และเซลล์ภูมิคุ้มกันอื่น ๆ ในผิวหนัง นอกเหนือจากการ colonization ของเชื้อ S. aureus แล้วพบว่ามีการ dysbiosis ของจุลินทรีย์ที่ผิวหนัง โดยพบการลดลงของจำนวนเชื้อจุลินทรีย์ในกลุ่ม commensal microbes เช่น Staphylococcus epidermidis และ Corynebacterium spp. ด้วย และจากการศึกษารวบรวมข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นพบว่า ตั้งแต่ช่วง ค.ศ. 2000 งานวิจัยค้นคว้าจำนวนมากได้ทำการศึกษาประสิทธิภาพของโปรไบโอติกในการป้องกันและรักษาโรค AD โดยในระยะแรกการศึกษาส่วนใหญ่จะศึกษาโปรไบโอติกในรูปแบบของ Oral Probiotics (เช่น Lactobacillus, Bifidobacterium และ Saccharomyces) ที่ทำหน้าที่ในลำไส้ แต่อย่างไรก็ตามพบว่ายังมีงานวิจัยอีกหลายชิ้นที่ยังไม่สามารถแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่สำคัญของโปรไบโอติกในโรค AD และ SD ได้ และจนถึงปัจจุบันยังไม่มีงานวิจัยใดที่นำโปรไบโอติกสายพันธุ์ไทย (Thai strains) มาศึกษาเพื่อประเมินประสิทธิภาพของโปรไบโอติกในโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (AD) และ และโรคโรคซีบอร์ริค เดอร์มาไตติส (SD) ขณะนี้ได้ทำการเก็บตัวอย่างและวิเคราะห์จุลินทรีย์ที่ผิวหนังเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งยังนำเชื้อที่ได้รับการคัดเลือกมายับยั้งเชื้อก่อโรคอีกด้วย