การใช้ใบกระถินหมักเป็นแหล่งอาหารหยาบร่วมกับอาหารข้นระดับต่างๆ กันขุนแพะเนื้อลูกผสมแองโกลนูเบี้ยน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการใช้กระถินหมักเป็นแหล่งอาหารหยาบเสริมร่วมกับอาหารข้นระดับต่างกัน ต่อการกินได้ ประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหาร สมรรถภาพการเจริญเติบโต และต้นทุนการผลิต โดยใช้แพะลูกผสมแองโกลนูเบี้ยนเพศผู้ จำนวน 20 ตัว อายุประมาณ 8 เดือน มีน้ำหนักตัวเริ่มต้นเฉลี่ย 17 กิโลกรัมต่อตัว วางแผนการทดลองแบบ Randomized Complete Block Design ทำการสุ่มแบ่งแพะออกเป็น 4 กลุ่มๆ ละ 5 ตัว โดยกลุ่มที่ 1 แพะได้รับกระถินหมักอย่างเดียวเต็มที่ กลุ่มที่ 2 3 และ 4 แพะได้รับกระถินหมักเต็มที่และเสริมด้วยอาหารข้นที่ระดับ 0.5 1.0 และ 1.5 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว ตามลำดับ โดยอาหารข้นมีระดับโปรตีน 17.07 เปอร์เซ็นต์ การศึกษาครั้งนี้ดำเนินการที่สถานีพัฒนาอาหารสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างเดือนมกราคม 2551 – เดือนกันยายน 2552 ผลการทดลอง พบว่า การใช้กระถินหมักเป็นแหล่งอาหารหยาบร่วมกับอาหารข้นที่ระดับต่างกัน มีผลต่อปริมาณอาหารที่กินได้ทั้งหมด และการเจริญเติบโตของแพะอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) ซึ่งแพะที่ได้รับกระถินหมักร่วมกับอาหารข้นที่ระดับต่างกันมีการเจริญเติบโตสูงกว่า (97.50 106.67 และ 115.83 กรัมต่อตัวต่อวัน ตามลำดับ) แพะที่ได้รับกระถินหมักอย่างเดียว (74.17 กรัมต่อตัวต่อวัน) เมื่อพิจารณาต้นทุนค่าอาหารทั้งหมดในการทดลองนี้ พบว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) (455.76 444.71 489.89 และ 524.85 บาทต่อตัว ตามลำดับ) เช่นเดียวกับต้นทุนค่าอาหารต่อการเพิ่มน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ในแพะทั้ง 4 กลุ่ม มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) (35.73 34.82 38.27 และ 41.57 บาทต่อกิโลกรัม ตามลำดับ) ดังนั้นการศึกษาครั้งนี้จึงสรุปได้ว่า การเลี้ยงแพะเนื้อลูกผสมแองโกลนูเบี้ยน น้ำหนักขุนเริ่มต้น 17 กิโลกรัม จนถึงน้ำหนัก 30 กิโลกรัม สามารถใช้กระถินหมักเป็นแหล่งอาหารหยาบเสริมร่วมกับอาหารข้นที่ระดับ 0.5 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว โดยไม่มีผลกระทบต่อสมรรถภาพการผลิตของแพะ ตลอดจนสามารถลดต้นทุนค่าอาหารลงด้วย