การควบคุมแบคทีเรียก่อโรคพืชโดยน้ำหมักชีวภาพและสารสกัดจากใบเถาวัลย์กรด (Combretum tetralophum Clarke) และฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ศัตรูพืชและโรคพืชจัดว่าเป็นปัญหาสำคัญของการกสิกรรม ประเทศไทยมีการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรเป็นอันดับต้นๆของโลก ร้อยละ 30 ของผลผลิตพืชอาหารของประเทศไทยลดลง จากการทำลายและการรบกวนของศัตรูพืชที่เป็นทั้งแมลงศัตรูพืชและโรคติดเชื้อ อย่างไรก็ตาม ยากำจัดศัตรูพืชที่เป็นสารเคมียังส่งผลกระทบอย่างมากต่อเกษตรกรและสัตว์ที่มีประโยชน์ต่อการเกษตร รวมถึงสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆพื้นที่เพาะปลูกอีกด้วย ในงานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาสูตรน้ำหมักชีวภาพหรือสารที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพจากพืชสมุนไพรท้องถิ่นของจังหวัดนครสวรรค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นคตสัง (Combretum trifoliatum Vent.) ที่เคยมีรายงานการนำไปใช้ในทางภูมิปัญญาชาวบ้าน ในด้านยารักษาโรคและใช้ในการเป็นยาเบื่อปลา โดยการนำเอาคตสังมามัดและแช่ลงในน้ำแล้วลาก เพื่อให้ปลาเกิดการเมา และยังไม่มีการนำไปใช้อย่างแพร่หลาย คณะผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาการควบคุมแบคทีเรียก่อโรคพืชและฤทธิ์ต้านออกซิเดชันของน้ำหมักชีวภาพและสารสกัดเอทานอลจากใบคตสัง (Combretum trifoliatum) โดยพบว่า น้ำหมักชีวภาพจากใบคตสังที่ใช้ต้นเชื้อยีสต์ 7 สายพันธุ์ (สูตร YMS) และใช้ต้นเชื้อ พด.2 ของกรมพัฒนาที่ดิน (สูตร PD) หมักเป็นเวลา 90 วัน ในระหว่างกระบวนการหมักมีความหลากหลายของจุลินทรีย์ทั้งหมด, ยีสต์ รา, บาซิลลัส และแบคทีเรียกรดแลกติก คุณภาพทางเคมีของน้ำหมักชีวภาพ สูตร YMS มีค่าความหวาน (oBrix) และค่าความเป็นกรด-ด่างลดลง, ปริมาณกรดแลกติกกรดอะซีติกและเอทานอลเพิ่มขึ้น ในขณะที่สูตร PD ค่าความหวาน (oBrix) ลดลงเล็กน้อย องค์ประกอบธาตุอาหารหลักไนโตรเจน, ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม (N, P, K) ในน้ำหมักชีวภาพจากใบคตสังทั้ง 2 สูตรไม่แตกต่างกัน และตรวจไม่พบฟอสฟอรัส (P) การศึกษาฤทธิ์ยับยั้งจุลินทรีย์ก่อโรคพืช (Antimicrobial activity) โดยทดสอบ Agar well diffusion, วิเคราะห์หาความเข้มข้นต่ำสุดในการยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ทดสอบ (Minimum inhibitory concentrations, MICs) ด้วยเทคนิค microtitre plate-based antimicrobial assay และความเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถฆ่าแบคทีเรียได้ (Minimum bacteridal concentrations, MBCs) พบว่า น้ำหมักชีวภาพจากใบคตสังทั้ง 2 สูตร และสารสกัดจากใบคตสังมีฤทธิ์ยับยั้งและฆ่าแบคทีเรียก่อโรคพืชได้ (Xanthomonas campestris pv. campestris TISTR 2065, Ralstonia solanacearum TISTR 2069, Ralstonia sp. TISTR 2043, Burkholderia cepacian TISTR 1869 และ Enterobacter cloacae TISTR 1878) ปริมาณสารฟีนอลลิกทั้งหมด (Total phenolic) และสารฟลาโวนอยด์ทั้งหมด (Total flavonoid) ในน้ำหมักชีวภาพสูตร YMS, PD และสารสกัดจากใบคตสังมีปริมาณสูง สารสำคัญทั้ง 2 ชนิดนี้ส่งผลให้น้ำหมักชีวภาพและสารสกัดมีฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน โดยพบกิจกรรมกำจัดอนุมูลอิสระ ABTS, DPPH, ความสามารถในการให้อิเล็คตรอน (FRAP value), กิจกรรมยับยั้งการเกิด Lipid oxidation ด้วยวิธี TBARS และกิจกรรมของ antioxidant enzyme ได่แก่ Glutathione peroxidase (GPx) และ Superoxide dismutase (SOD) พบในระดับสูง เมื่อทดสอบความคงตัวของน้ำหมักชีวภาพคตสังสูตร YMS สูตร PD โดยเก็บที่ -20 oC เป็นเวลา 6 เดือน และสารสกัดคตสัง พบว่า ปริมาณจุลินทรีย์ทั้งหมด, กรดอินทรีย์, เอทานอล, สารประกอบฟีโนลิก, สารฟลาโวนอยด์, ฤทธิ์การยับยั้งและฆ่าแบคทีีเรียก่อโรคพืช, ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระอยู่ในระดับเดิมไม่ลดลงจากเดิม ยกเว้นฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระจากเอนไซม์ กล่าวโดยสรุปในด้านฤทธิ์ยับยั้งและฆ่าเชื้อสารสกัดคตสัง ดีกว่าน้ำหมักชีวภาพคตสังทั้ง 2 สูตร ในขณะที่ด้านฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระโดยรวมน้ำหมักชีวภาพคตสังทั้ง 2 สูตร ดีกว่าสารสกัดคตสัง อย่างไรก็ตาม การนำใบคตสังมาหมักในรูปแบบน้ำหมักชีวภาพและสารสกัด สามารถนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการควบคุมแบคทีเรียก่อโรคพืช, ลดอันตรายที่เกิดจากอนุมูลอิสระแก่พืช และเป็นธาตุไนโตรเจนและโพแทสเซียมได้ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการทำเกษตรอินทรีย์ ในอนาคตควรมีการทดสอบประสิทธิภาพของน้ำหมักชีวภาพและสารสกัดจากใบคตสังในสภาวะจริงกับพืชต่อไป หมายเหตุ : ความยาวของแบบสรุปผู้บริหารไม่ควรเกิน 5 หน้ากระดาษ และจัดทำแยกจากเล่มรายงานฉบับสมบูรณ์?