การพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์สารสกัดจากหญ้าแฝกหอมเพื่อควบคุมไส้เดือนฝอยรากปมในแปลงผลิตพริกปลอดภัย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ผลการดำเนินการวิจัยในภาพรวมของแผนโครงการวิจัยนี้พบว่า ทุกโครงการย่อยสามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ในปีที่ 1 จากผลการศึกษาพบว่า องค์ประกอบทางเคมีของหญ้าแฝกหอมสายพันธุ์สงขลา 3 จากแหล่งปลูกแตกต่างกัน สามารถพบสาร p-coumaric acid และจากการทดสอบอัตราการตายของไส้เดือนฝอยรากปมกับสารดังกล่าวในระดับห้องปฏิบัติการพบว่า pcoumaric acid สามารถฆ่าไส้เดือนฝอยรากปมได้เท่ากับ 69.86 เปอร์เซ็นต์ ภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมงเมื่อเปรียบเทียบกับสารสกัดหญ้าแฝกหอมที่สามารถฆ่าไส้เดือนฝอยรากปมได้เท่ากับ 36.78 เปอร์เซ็นต์ โดยพบว่า p-coumaric acid เป็นสารกลุ่ม phenolic compound ซึ่งจากการศึกษาการเพาะเลี้ยงต้นหญ้าแฝกหอมในระบบไบโอรีแอคเตอร์พบว่า ปริมาณ total phenolic compound (TPC) มากที่สุด และนำมาสกัดสาร TPC มีปริมาณสูงเมื่อมีการให้ BA ที่สูงขึ้น หญ้าแฝกหอมในระบบ TIB อายุ 30-45 วัน พบ TPC สูงสุดเท่ากับ 30.61 ?g/mg และปริมาณสาร polysaccharide เท่ากับ 65.04 ?g/mg เมื่อเปรียบเทียบกับสารสกัดหญ้าแฝกหอมจากสภาพธรรมชาติให้ปริมาณ TPC อยู่ในช่วง 53.27-98.47 ug/mg และให้ปริมาณสาร polysaccharide อยู่ในช่วง 163.25-329.58 ug/mg จากการทดสอบประสิทธิภาพสารสกัดหญ้าแฝกหอมในการควบคุมไส้เดือนฝอยรากปมในพริกทั้งระดับห้องปฏิบัติการและโรงเรือนทดลองพบว่า สารสกัดหญ้าแฝกหอมมีฤทธิ์ในการฆ่า (> 80 เปอร์เซ็นต์) ชะลอการพัฒนาตัวของไส้เดือนฝอยรากปม (>70 เปอร์เซ็นต์) และลดจำนวนไข่ต่อน้ำหนักราก (> 80 เปอร์เซ็นต์) โดยพบว่าสารสกัดหญ้าแฝกหอมไม่มีพิษต่อพริกที่นำมาทดลอง นอกจากนี้ยังส่งเสริมการเจริญเติบโตแก่พริกเมื่อมีการใช้เป็นปุ๋ยพืชสด และการคลุกผสมดินรองก้นหลุม และเมื่อนำผลิตภัณฑ์สารสกัดหญ้าแฝกหอมรูปแบบ spray dry มาทดสอบในระดับห้องปฏิบัติการพบว่า อัตราการใช้ 50 mg/ml สามารถฆ่าไส้เดือนฝอยรากปมได้ดีเทียบเท่ากับสารสกัดหญ้าแฝกหอม และเมื่อนำผลิตภัณฑ์สารสกัดหญ้าแฝกหอมทดสอบกับพริกในสภาพโรงเรือนทดลองพบว่า อัตราการใช้ดังกล่าวสามารถลดจำนวนไข่ต่อน้ำหนักรากได้เท่ากับ 90.14 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเท่ากับสารสกัดหญ้าแฝกหอม ดังนั้นหญ้าแฝกหอมสามารถนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อกำจัดไส้เดือนฝอยรากปม โดยสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้การสกัดสารหญ้าแฝกหอมสู่เกษตรกรที่ประสบปัญหาโรครากปมในแปลงผลิตพริกได้ในอนาคตการดำเนินงานวิจัยในปีที่ 2 จะมุ่งเน้นในเรื่องการขยายผลสู่แปลงทดลองจริงเพื่อนำมาซึ่งข้อมูลแนวทางการจัดการไส้เดือนฝอยรากปมอย่างเป็นระบบมากขึ้นในสภาพแวดล้อมจริง นำไปสู่ข้อบ่งใช้ผลิตภัณฑ์ รวมถึงการพัฒนามาตรฐานการควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์สารสกัดหญ้าแฝกหอม และกระบวนการผลิตหญ้าแฝกหอมที่สามารถควบคุมสารสำคัญ เพื่อพัฒนาสู่การผลิตเชิงอุตสาหกรรมและพาณิชย์ต่อไป