การวิจัยและพัฒนาสารสกัดมะละกอสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำในอนาคต (ระยะที่ 2)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์หลักของการศึกษาในครั้งนี้ เพื่อที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากมะละกอที่มีฤทธิ์ในการเพิ่มค่าเกล็ดเลือดในสัตว์ทดลองที่มีถูกเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ผลการศึกษาครั้งนี้ได้จัดทำเอกสารบันทึกข้อมูลของมะละกอ (ระยะที่ 1) ตามข้อกำหนดของตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทย รายละเอียดของข้อมูลลักษณะทางสัณฐานวิทยาระดับมหภาคและระดับจุลภาคของมะละกอ ผลการพิสูจน์ชนิดของมะละกอด้วยเทคนิคดีเอ็นเอบาร์โคด รวมทั้งคุณสมบัติทางกายภาพและทางเคมีของมะละกอได้รวบรวมไว้ในรายงานวิจัย การศึกษาครั้งนี้ได้ทำการสกัดสารสกัดใบมะละกอด้วยวิธีการสกัดที่เหมาะสม ผลการศึกษาความเป็นพิษเฉียบพลันของสารสกัดใบมะละกอเมื่อนำมาป้อนทางปาก ขนาด 5,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวหนูแรทเพศเมียพบว่าไม่ก่อพิษเฉียบพลัน การทดสอบพิษเรื้อรังโดยให้หนูได้รับสารทดสอบทางปากขนาด 100 400 1,000 และ 5,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวหนูแรทเพศเมียและเพศผู้ระยะเวลา 180 วัน พบว่าสารสกัดใบมะละกอไม่ก่อให้เกิดสัญญาณและอาการแสดงของความเป็นพิษ ทำการทดสอบผลการให้สารสกัดจากใบมะละกอในการเพิ่มค่าเกล็ดเลือดในหนูแรทสายพันธุ์วิสตาร์ที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำและหนูปกติ ผลการทดสอบพบว่าหนูปกติกลุ่มที่ได้รับสารสกัดจากใบมะละกอไม่พบการเปลี่ยนแปลงค่าเกล็ดเลือดเมื่อเปรียบเทียบกับหนูปกติกลุ่มที่ได้รับน้ำเกลือ ซึ่งให้ผลการทดสอบเช่นเดียวกันในหนูกลุ่มที่ได้รับสารสกัดใบมะละกอสด แสดงให้เห็นว่าการได้รับสารสกัดใบมะละกอไม่มีผลในการไปเพิ่มหรือลดค่าเกล็ดเลือดในหนูปกติแต่อย่างใด การเหนี่ยวนำให้หนูแรทเกิดภาวะเกล็ดเลือดต่ำโดยการฉีดยาคาร์โบพลาตินขนาด 60 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวเข้าทางช่องท้องแบบครั้งเดียว ผลการศึกษาพบว่าค่าเกล็ดเลือดในหนูกลุ่มที่ได้รับยาคาร์โบพลาตินจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในวันที่ 5 8 และ 10 เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม จากนั้นค่าเกล็ดเลือดจะเพิ่มเข้าสู่ระดับปกติในวันที่ 12 แสดงว่ายาคาร์โบพลาตินก่อให้เกิดภาวะเกล็ดเลือดต่ำในกลุ่มคาร์โบพลาตินได้ การให้สารสกัดใบมะละกอและสารสกัดใบมะละกอสดที่ขนาด 400 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวทางปากในหนูกลุ่มที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำในวันที่ 6-15 ผลการศึกษาพบว่าสารสกัดใบมะละกอทั้ง 2 ชนิดไม่มีผลไปเพิ่มค่าเกล็ดเลือดเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มคาร์โบพลาตินที่ได้รับแต่ตัวทำละลาย ผลการศึกษาครั้งนี้ให้ผลไม่สอดคล้องกับการศึกษาวิจัยในระยะที่ 1 ที่พบว่าการให้สารสกัดใบมะละกอสดขนาด 400 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวสามารถไปเพิ่มค่าเกล็ดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในวันที่ 12 เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มคาร์โบพลาติน ความไม่ตรงกันของผลการทดสอบนี้ได้มีการอภิปรายไว้ในรายงานวิจัย รวมทั้งระยะเวลาในการออกฤทธิ์ของสารสกัด นอกจากนี้การสร้างโมเดลสัตว์ทดลองที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำให้มีระยะยาวขึ้นและคงที่อยู่ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เพื่อที่จะใช้เป็นโมเดลในการศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดในการเพิ่มค่าเกล็ดเลือด จึงจำเป็นที่จะต้องมีการศึกษาต่อไป