การพัฒนาระบบเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวและบรรจุภัณฑ์ต้นทุนต่ำเพื่อสังคมเกษตร 4.0
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ชุดโครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวและบรรจุภัณฑ์ต้นแบบที่มีต้นทุนต่ำ เพื่อการพัฒนาสังคมเกษตร 4.0 ของประเทศไทย ประกอบด้วย 3 โครงการย่อย ซึ่งทำการพัฒนาระบบ/อุปกรณ์ต่อเนื่องกัน ได้แก่ 1) ระบบ/อุปกรณ์ลดอุณหภูมิขั้นต้น 2) ระบบ/อุปกรณ์ทำความเย็น 3) ระบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้กลุ่มเกษตรกร/ผู้ประกอบการขนาดเล็กและกลางสามารถเข้าถึงได้ และองค์ความรู้นี้สามารถนำไปต่อยอดพัฒนาขั้นสูงได้ต่อไป โดยในปีงบประมาณ 2563 ซึ่งเป็นปีที่ 2 นี้ ได้พัฒนาต่อเนื่องมาจากปีที่ 1 (ต้นแบบเมล่อน) มาใช้กับกลุ่มผักสลัดคอสและโอ๊ค ซึ่งเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติโครงการวิจัยย่อยที่ 1 พัฒนาระบบ/อุปกรณ์การลดอุณหภูมิขั้นต้นแบบต้นทุนต่ำเพื่อรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของผักสลัดเบบี้คอสและกรีนโอ๊ค งานวิจัยนี้แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ การทำเย็นขั้นต้นโดยใช้น้ำเย็น การทำเย็นขั้นต้นโดยใช้ลมเย็น และการปรับน้ำหนักผลผลิตที่ทำเย็นเริ่มต้นให้สอดคล้องกับการปฏิบัติจริง การทำเย็นขั้นต้นด้วยน้ำเย็นโดยใช้ส่วนผสมของ น้ำ น้ำแข็งและเกลือ (0–4 ?C) ไม่เหมาะสมต่อผักสลัด (อายุการเก็บรักษาที่ 10 ?C น้อยกว่า 5 วัน) การทำเย็นขั้นต้นด้วยลมเย็น เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำเย็นโดยตรง โดยทดสอบเวลาการทำเย็นที่ 5 7 และ 10 นาที พบว่าการทำเย็นขั้นต้นด้วยลมเย็นเป็นเวลา 10 นาที (อุณหภูมิ < 0 ?C) ทำให้เกิดการบาดเจ็บจากการทำเย็น การทำเย็นขั้นต้นด้วยลมเย็น (5 ?C) โดยเพิ่มน้ำหนักผลผลิตที่ทำเย็นเริ่มต้น (5 kg) พบว่า สามารถยืดอายุการเก็บรักษาผักสลัดเบบี้คอสและกรีนโอ๊ค ได้เป็น 14 และ 10 วันตามลำดับ จากการประเมินลักษณะปรากฏพบว่าตัวอย่างที่ผ่านการทำเย็นขั้นต้น สามารถคงความเขียวได้ดีกว่าตัวอย่างชุดควบคุม ในขณะที่มีคุณภาพทางเคมีและด้านสีใกล้เคียงกัน ทั้งนี้หากลดอุณหภูมิผักเริ่มต้น 5 กิโลกรัม จะสามารถทำเย็นผักสลัดโดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที ระบบการทำเย็นขั้นต้นที่พัฒนาขึ้นนี้ มีศักยภาพในการยืดอายุของผักสลัดโครงการวิจัยย่อยที่ 2 พัฒนาระบบ/อุปกรณ์ทำความเย็น โดยทำการหาสภาวะการเก็บรักษาที่เหมาะสมในเชิงประสิทธิภาพและต้นทุน ทำการเปรียบเทียบอุณหภูมิ 3 สภาวะ ได้แก่ 5, 12–18 และอุณหภูมิห้อง เพื่อนำไปใช้ในการออกแบบและสร้างห้องเก็บรักษาและอุปกรณ์สำหรับการขนส่งท้ายรถบรรทุกที่มีต้นทุนค่าใช้จ่ายไม่สูงมากนัก จากนั้นทำการทดสอบการใช้งานกับผักสลัด พบว่าที่ 5 ?C ผักสลัดเบบี้คอสและกรีนโอ๊ค มีอายุการเก็บรักษา 8 และ 4 วันตามลำดับ และที่อุณหภูมิห้องผักสลัดมีอายุการเก็บสั้นมาก ในขณะที่การเก็บรักษาในห้องเก็บรักษาต้นทุนต่ำ ที่ประมาณ 13 ?C ผักสลัดเบบี้คอสและกรีนโอ๊ค มีอายุการเก็บรักษาประมาณ 4 วัน และเมื่อใช้ร่วมกับระบบลดอุณหภูมิขั้นต้นจากโครงการย่อยที่ 1 พบว่าสามารถชะลอการเปลี่ยนแปลงของผักสลัดได้ในช่วงวันแรก ระบบห้องเย็นต้นทุนต่ำนี้ จึงมีประสิทธิภาพในการใช้งานตามที่ต้องการ ซึ่งกลุ่มเกษตรกร/ผู้ประกอบการสามารถนำไปประยุกต์ใช้ต่อยอด เพิ่มความยืดหยุ่นทางโลจิสติกส์ได้ และอาจใช้ร่วมกับอุปกรณ์รักษาอุณหภูมิอื่น ๆ เช่น กระเป๋าขนส่งที่ประดิษฐ์ขึ้น โครงการวิจัยย่อยที่ 3 พัฒนาระบบบรรจุภัณฑ์ต้นแบบ ประกอบด้วยบรรจุภัณฑ์เพื่อการขายปลีกและเพื่อการขนส่ง พบว่าฟิล์ม PET/PE เจาะรูขนาดไมโคร (MP-1) ปิดถาดพอลิโพรพิลีนสามารถสร้างบรรยากาศดัดแปลงที่เหมาะสม และยืดอายุการเก็บของผักสลัดทั้งสองชนิดได้นาน 14 วัน ที่ 5 ?C และเมื่อทำการศึกษาทั้ง 3 ระบบต่อเนื่องกัน พบว่าผักสลัดบรรจุถาด ปิดด้วยฟิล์ม MP-1 ที่ผ่านการลดอุณหภูมิขั้นต้น มีอายุการเก็บไม่ต่างจากที่ไม่ได้ผ่านการลดอุณหภูมิขั้นต้น แต่ผักสลัดที่บรรจุถุงพลาสติกซึ่งนิยมใช้ในท้องตลาดที่ผ่านการลดอุณหภูมิขั้นต้น มีอายุการเก็บ 7 วัน ซึ่งนานกว่าผักสลัดบรรจุถุงที่ไม่ผ่านการลดอุณหภูมิขั้นต้นที่มีอายุการเก็บ 5 วัน จากนั้นทำการพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง เป็นกล่องกระดาษลูกฟูก ลอน C รูปแบบถาดเปิดด้านบน เจาะรูระบายอากาศ จากการจำลองสภาวะการขนส่ง พบว่าสามารถปกป้องผักสลัดจากความเสียหายได้ดี บรรจุภัณฑ์ต้นแบบนี้ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางโลจิสติกส์ สามารถเรียงซ้อนได้ ขนย้ายสะดวก มีศักยภาพในการนำไปใช้ในการบรรจุและขนส่งผักสลัดจากแหล่งเพาะปลูกไปถึงผู้บริโภคได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ