การออกแบบและสร้างคุณค่าด้านมรดกวัฒนธรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในตลาดชุมชนริมน้ำ กรณีศึกษา ตลาดชุมชนริมน้ำลำพญา จังหวัดนครปฐม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
สืบเนื่องจากมีงานวิจัยจำนวนมากที่ศึกษาและชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของตลาดชุมชนริมน้ำ (waterfront community market) ในฐานะชุมชนเก่าแก่ที่เป็นแหล่งอารยธรรมจากการสั่งสมภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่มีคุณค่าทางสังคม ประวัติศาสตร์ สุนทรียศาสตร์ ปรากฏเป็นสิ่งที่เรียกว่า มรดกวัฒนธรรม (cultural heritage) ทั้งในรูปแบบที่จับต้องได้ (tangible) และในรูปแบบที่จับต้องไม่ได้ (intangible) ตลาดเหล่านี้เกิดขึ้นจำนวนในสมัยรัชกาลที่ 5-7 เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่โครงข่ายแม่น้ำคูคลองเชื่อมโยงกันอย่างทั่วถึง ส่งผลให้การเดินทาง การขนส่งสินค้าและผลผลิต รวมทั้งการค้าขายทางน้ำมีบทบาทสำคัญ กลายเป็นชุมทางน้ำชุมทางบกและเป็นศูนย์กลางทางการค้าริมน้ำ พบมากในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคกลางต่อเนื่องกับภาคตะวันตกและตะวันออก แต่ภายหลังจากการพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมทางบก ทั้งการก่อสร้างถนนและสะพานข้ามแม่น้ำเข้าสู่พื้นที่ลุ่มน้ำ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2500 เป็นต้นมา ได้ส่งผลให้ตลาดชุมชนริมน้ำเริ่มซบเซาลง จนกระทั่งหลายแห่งปิดตัวไป บางแห่งเหลือเพียงการพักอาศัย จนกระทั่งในปัจจุบันบางแห่งถูกปล่อยทิ้งร้าง บางแห่งพยามปรับเปลี่ยนรูปแบบและบทบาทการค้าเพื่อความอยู่รอด จากผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า การขยายตัวของเมือง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ สู่ปริมณฑล ได้ส่งผลให้ตลาดชุมชนริมน้ำได้รับผลกระทบและตกอยู่ในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะตลาดในจังหวัดนครปฐมมีแนวโน้มสูญเสียเอกลักษณ์ไปมากกว่าจังหวัดอื่นๆ ที่อยู่ในพื้นที่ไกลออกไป เช่น ตลาดดอนหวาย ได้ปรับตัวเพื่อรองรับกิจกรรมการค้าเชิงท่องเที่ยวเป็นหลัก จนแทบจะไม่หลงเหลือเอกลักษณ์มรดกวัฒนธรรมที่มีคุณค่า อย่างไรก็ตามยังพบว่า ตลาดลำพญา ได้มีการฟื้นฟูตลาดขึ้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวโดยคนในชุมชนที่มีความตระหนักหวงแหนถึงคุณค่าของมรดกวัฒนธรรมแห่งตลาดชุมชนริมน้ำ การศึกษาผ่านงานวิจัย เรื่อง “แนวทางการจัดทำแผนแม่บทชุมชนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ผ่านโครงข่ายเชิงพื้นที่และเครือข่ายทางสังคมวัฒนธรรม ตลาดชุมชนริมน้ำลำพญา ลุ่มน้ำนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม”ผลการวิจัยมีข้อค้นพบ 2 ประเด็นสำคัญ คือ 1) การท่องเที่ยวของตลาดชุมชนริมน้ำลำพญา มีการสัญจรทางน้ำผสมผสานกับการสัญจรทางบก ทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างสะดวกเกิดการไหลเวียนผู้คน ทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวและบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ส่งผลให้ดึงดูดร้านค้าเกิดขึ้นเพิ่มเติมกลายเป็นศูนย์กลางที่มีชีวิต (live center) จึงเป็นคำตอบที่นำไปสู่แนวทางการจัดทำแผนแม่บทชุมชนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ต้องคำนึงถึงความเป็นชุมชนริมน้ำและการสัญจรทางน้ำเป็นสำคัญ 2) การจัดทำแผนแม่บทชุมชนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยนำมรดกวัฒนธรรม ทั้งในรูปแบบที่จับต้องได้ เช่น เรือนแถวไม้ โรงเจ วัด บ้านเรือน สิ่งก่อสร้างต่างๆ ฯลฯ และในรูปแบบที่จับต้องไม่ได้ เช่น ขนบธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิต วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ฯลฯ ที่มีอยู่ในชุมชนมาทำการจำแนกประเภทและวิเคราะห์ระดับคุณค่าเพื่อนำมาสู่การพัฒนาเพื่อรองรับการท่องเที่ยว ภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน พบว่า ชุมชนต้องการแผนแม่บทฯ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาชุมชน 4 โครงการคือ 1. โครงการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว 2. โครงการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ 3. โครงการส่งเสริมด้านศิลปวัฒนธรรม 4. โครงการพัฒนาพื้นที่ศูนย์รวมชุมชน ทั้ง 4 โครงการได้จัดทำเป็นแนวความคิดในการออกแบบ (conceptual design) เพื่อให้ชุมชนนำไปใช้ประกอบการพัฒนาพื้นที่ต่อไป ภายหลังจากที่การวิจัยเสร็จสิ้นทางชุมชนก็ได้นำกิจกรรมบางส่วนไปดำเนินการเพื่อพัฒนาชุมชนตามลำดับความสำคัญ เช่น การปรับปรุงพื้นที่บริเวณต่างๆ การจัดทำป้ายให้ข้อมูล ฯลฯ เมื่อได้ติดตามผลจากการนำไปปฎิบัติ พบว่า ชุมชนยังมีข้อจำกัดด้านความรู้ ความเข้าใจและประสบการณ์ในการจัดทำรายละเอียด เช่น การกำหนดวัสดุ สี การปรับเปลี่ยนรูปแบบตามสภาพพื้นที่ ยังไม่เหมาะสม ชี้ให้เห็นว่า การนำแนวความคิดในการออกแบบไปพัฒนาสู่การปฎิบัติ (implementation) นั้น มีความสำคัญและจำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในชุมชนเก่าที่มีการพัฒนาฟื้นฟูเพื่อรองรับการท่องเที่ยว ย่อมมีความต้องการทักษะความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการจัดทำรายละเอียดที่ช่วยส่งเสริมเอกลักษณ์ความเป็นชุมชนริมน้ำ ร่วมกับการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีอยู่อย่างกลมกลืน ดังนั้น เพื่อให้งานวิจัยมีส่วนเสริมสร้างความสำเร็จให้ชุมชนได้รับการพัฒนาและประสบผลสำเร็จมากยิ่งขึ้น จึงนำมาสู่กระบวนการจัดการความรู้การวิจัยเพื่อการใช้ประโยชน์ โดยเป็นส่วนต่อเนื่องจากโครงการวิจัยเดิม ภายใต้ ชื่อ “การออกแบบและสร้างคุณค่าด้านมรดกวัฒนธรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในตลาดชุมชนริมน้ำ กรณีศึกษา ตลาดชุมชนริมน้ำลำพญา จังหวัดนครปฐม” โดยให้สมาชิกในชุมชนทั้งที่อาศัยอยู่ในตลาดริมน้ำและบริเวณใกล้เคียงโดยรอบ ทุกช่วงวัยได้เข้ามามีส่วนร่วมในทุกๆ กระบวนการของการจัดการความรู้ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ในการนำมรดกวัฒนธรรมแต่ละประเภทมาพัฒนาให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจในรูปแบบต่างๆ โดยอาศัยหลักการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ ด้วยความเข้าใจ ภาคภูมิใจ สามารถตัดสินใจในการเลือกนำไปใช้ประโยชน์และประยุกต์ใช้ความรู้ภายใต้สถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม